พยานเผย แก๊งชาวจีนซิ่งรถหรูชนระห่ำ เป็นมาเฟียพัทยาเหนือ – ตร. โต้แค่เพื่อนเขม่นกัน (คลิป)

จากที่มีการก่อเหตุทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกายชาวจีนด้วยกัน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณถนนหลังโลตัสพัทยาเหนือ แล้วซิ่งหลบหนีไปทางถนนพัทยาเหนือ ต่อมากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดจับรถยนต์หรูไว้ได้ 2 คัน เป็นรถยนต์เก๋งเบนซ์สีขาว และรถยนต์ตู้สีดำ โดยสามารถสกัดจับได้ที่บริเวณไฟแดงปาก ทางพัทยาเหนือ ก่อนออกสุขุมวิท

ภาพจากคลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท และทำร้ายร่างกาย บริเวณถนนหลังโลตัสพัทยาเหนือ

โดยพบชายชาวจีนอายุ 28 ปี เป็นคนขับรถยนต์ตู้ สภาพมีแผลถลอกตามแขน เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นทราย และชายชาวจีนอายุ 33 ปี เป็นคนขับรถเบนซ์ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอเข้าค้นภายในรถยนต์หรูทั้ง 2 คัน

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถของผู้ก่อเหตุ

เบื้อนต้นพบอาวุธมีดปลายแหลม 1 เล่ม และกระบอกยาง 1 อัน ภายในรถยนต์ตู้ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนทำการควบคุมตัวทั้ง 2 คนมาสอบสวนที่ สภ.เมืองพัทยา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาวจีนจำนวน 2 ราย อายุ 19 ปี ถูกนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่ตำรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล

วันที่ 17 ม.ค. 62 พ.ต.อ.สถิตย์ พราวแดง ผกก.(สอบสวน ) สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ธวัชชัย หนองบัว รอง ผกก.ตม.จ.ชลบุรี พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สว.สส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 เดินทางไปเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาล พร้อมสอบถามอาการ และสาเหตุเบื้องต้นของการทะเลาะวิวาทดังกล่าว สำหรับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่คุมตัวในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

บริเวณจุดเกิดเหตุ

ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่มายังจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นย่านสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจสถานบันเทิงและร้านอาหาร และสังเกตได้ว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาใช้บริการเป็นส่วนใหญ่

นายเฉลิมพร ศรีพลแท่น อายุ 44 ปี ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ และผู้ถ่ายคลิป

โดย นายเฉลิมพร ศรีพลแท่น อายุ 44 ปี ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ และผู้ถ่ายคลิป เปิดเผยว่า ในขณะเกิดเหตุ ตนกำลังนั่งกินข้าวกับเพื่อน ๆ ใกล้จุดเกิดเหตุ จากนั้นเห็นคนวิ่งไล่กัน และมีรถอีก 2-3 คัน ขับเข้ามาสมทบ ซึ่งฉากทะเลาะดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับภาพยนตร์ โดยกำลังใช้อาวุธทำร้ายกัน โดยใช้ไม้เบสบอลฟาดกันไปมา ส่งเสียดังลั่นพื้นที่ ต่อมาจึงทราบว่า กลุ่มคนเหล่านั้นไม่ใช่คนไทย เนื่องจากสื่อสารกันด้วยภาษาจีน

ยอมรับว่าขณะเกิดเหตุ ตนไม่สามารถเข้าไปห้ามเหตุการณ์ได้ เนื่องจากกลุ่มคนดังกล่าวไม่ใช่คนไทย กลัวว่าจะสื่อสารไม่รู้เรื่อง และเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์แรกที่มีการทะเลาะกัน ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยพบเห็น ซึ่งตนเชื่อว่าน่าจะเป็นมาเฟียในพื้นที่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มไหน

นายเทพนม หนู๋ห่วง อายุ 28 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์

ด้าน นายเทพนม หนู๋ห่วง อายุ 28 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ ตนกำลังขี่รถส่งผู้โดยสารโดยผ่านบริเวณดังกล่าว และได้ขับรถตามรถหรูจำนวน 3 คัน มีรถเบนซ์ 1 คัน และรถตู้วีไอพี 2 คัน ขณะเกิดเหตุมีคนมากกว่า 10 คน ทะเลาะกันอยู่บริเวณด้านหน้าสถานบันเทิง โดยใช้ไม้เบสบอลไล่ตีกัน จากนั้นก็มีรถหรูทั้ง 3 คันขับรถตามมาทีหลัง ลักษณะไล่ขับเหยียบ ซึ่งขณะนั้น ตนเห็นว่ามีคนถูกเหยียบ หรือขับชนแล้วประมาณ 2 คน ผู้ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ที่พื้น จากนั้นกลุ่มคนที่วิวาทจึงขับหลบหนีไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนเชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นมาเฟียต่างชาติ และเป็นกลุ่มชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะมีบางคนที่สามารถพูดไทยได้ และช่วงจังหวะที่มีการทะเลาะกัน ตนเองก็เพียงจอดรถสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ เนื่องจากกลัวถูกลูกหลง

พ.ต.อ.สถิตย์ พราวแดง ผกก.(สอบสวน ) สภ.เมืองพัทยา

ขณะที่ พ.ต.อ.สถิตย์ พราวแดง ผกก.(สอบสวน ) สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า รถทั้ง 2 คัน ถูกตรวจยึดไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา โดยตรวจสอบชื่อรถแล้วเป็นของคนไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวเจ้าของรถมาให้ปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับชาวจีนกลุ่มนี้ แต่ทั้งนี้จากการตรวจสอบ ส่วนกลุ่มจีนดังกล่าวไม่ใช่มาเฟีย แต่ทั้งหมดเพียงเข้ามาเที่ยวที่เมืองไทยในนามนักท่องเที่ยวเท่านั้น และทั้งหมดมีปากเสียงกันมาตั้งแต่อยู่ประเทศจีนแล้ว เมื่อมาเจอกันที่เมืองไทยจึงได้ก่อเหตุทะเลาะกันอีก โดยเจ้าหน้าที่จะสอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง

keyboard_arrow_up