เสี่ยปุ๊ รับ ฆ่า 5 ศพ แค้นถูกบอกเลิก สูญเงินสิบล้าน – ญาติเมียโต้ คืนให้หมดกลับไม่รับ (คลิป)

ความคืบหน้ากรณีนายธีรพล ปิ่นอมร หรือ นายปุ๊ อายุ 39 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืน 9 มม. ยิงภรรยาตัวเอง และคนในครอบครัวภรรยาเสียชีวิต รวม 5 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ก่อนจะหลบหนีไป เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 62 ในเขตพื้นที่ สภ.พญาแมน จ.อุตรดิตถ์ (อ่าน :เผยนาทีหนีกระสุน “ปุ๊” เขยปืนโหด ญาติชี้คนอันตราย เคยชักปืนขู่ฆ่ายกโคตร ผวายอมทิ้งบ้าน หวั่นถูกทำร้ายซ้ำ)

ขณะที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายธีรพล ปิ่นอมร หรือ นายปุ๊ ผู้ต้องหา
นายธีรพล ปิ่นอมร หรือ นายปุ๊ ผู้ต้องหา

วันที่ 15 ม.ค. 62  เจ้าหน้าที่กองร้อย ร. 2521 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 (ฉก.ร.25) สามารถติดตามจับกุมนายธีรพล ได้ที่บริเวณชายแดนในป่า จ.ระนอง คาดว่าเจ้าตัวเตรียมหลบหนีเข้าสู่ประเทศเมียนมา

เส้นทางการหลบหนีของผู้ต้องหา
เส้นทางการหลบหนีของผู้ต้องหา

ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี พลตำรวจโทสุธีร์ เนรกัณฐี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เดินทางมายัง สภ.พญาแมน เพื่อประชุมภายหลังสามารถจับกุมตัวนายธีรพลได้แล้ว โดย พลตำรวจโทสุธีร์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานให้ครอบคลุม ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีที่ สภ.พญาแมน

นางสาวแก้ม (นามสมมติ) แฟนสาวของนายสุชาครีย์ ผู้ต้องสงสัย

โดย นางสาวแก้ม (นามสมมติ) แฟนสาวของนายสุชาครีย์ ผู้ต้องสงสัย เปิดเผยว่า ขณะที่แฟนของตน กำลังขับรถจอดรถติดไฟแดงอยู่ และเปิดกระจกรถลงเพื่อสูบบุหรี่ นายปุ๊ขับขี่รถจักรยานยนต์มาเคาะกระจกเรียก บอกว่าจะขอติดรถไปด้วย เนื่องจากทะเลาะกับแฟนมา แล้วแม่ไม่สบาย จึงจะขอติดรถไปกรุงเทพฯ โดยให้ค่าจ้าง 1,000 บาท ซึ่งขณะนั้น แฟนตนก็ตอบตกลง แล้วไปจอดรถเพื่อรับนายปุ๊ขึ้นมา จุดที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้

รถกระบะที่รับผู้ก่อเหตุที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด

เมื่อตกลงกันได้แล้ว แฟนของตนจึงบอกกับนายปุ๊ว่า อาจจะขับไปไม่ถึงกรุงเทพฯ เนื่องจากเดินทางในเส้นทาง พิษณุโลก – พิจิตรเท่านั้น แต่นายปุ๊ก็ยังยืนยันว่าจะไปลงตรงทางผ่านที่แฟนตนขับไป แฟนตนจึงตอบตกลงและรับเงินมา กระทั่งขับรถระยะทางประมาณ 50 กม. แฟนตนจึงส่งนายปุ๊ลงที่บริเวณแยกปลวกสูง จังหวัดพิจิตร เวลาประมาณ 18.00 น. ซึ่งในระหว่างที่ขับขี่ แฟนตนได้ยินนายปุ๊คุยโทรศัพท์กับเพื่อนอีกคน ในทำนองนัดแนะให้มารับตรงจุดที่จะลง

เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายสุชาครีย์ ผู้ต้องสงสัย

นางสาวแก้ม ยืนยันว่า แฟนของตนไม่ได้มีเจตนาพาผู้ต้องหาหลบหนี เพราะไม่รู้จักกัน อีกทั้งแฟนตนรู้สึกสงสาร เนื่องจากผู้ต้องหาอ้างว่าจะไปหาแม่ แต่ในระหว่างทาง ผู้ต้องหาไม่ได้มีพฤติกรรมแสดงความลุกลี้ลุกลน ยังคงนั่งนิ่งตลอดทาง เหมือนคนไม่ได้ทำความผิดมา ทั้งนี้ หลังทราบว่ารถกระบะของแฟนตนตกเป็นข่าว แฟนก็รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอให้ปากคำ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เนื่องจากไม่อยากติดร่างแหมีความผิดไปด้วย

บรรยากาศพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดเกาะวารี

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางต่อมายังวัดเกาะวารี ซึ่งมีการจัดงานเตรียมพิธีสวดศพของ นายวิรัตน์ กิ่งแก้ว พ่อตาคนก่อเหตุ, นางน้ำผา อินทรสิทธิ์ แม่ยายคนก่อเหตุ และนางสาวกัญญารัตน์ กิ่งแก้ว ภรรยาคนก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ได้นำร่างของทั้ง 3 คน มาที่วัด เพื่อเตรียมรดน้ำศพ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า

นายเอกราช (นามสมมติ) น้องเขยผู้เสียชีวิต

นายเอกราช (นามสมมติ) น้องเขยผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า นางสาวอ้อมบอกเลิกรานายปุ๊มาแล้วหลายครั้ง โดยวันเกิดเหตุได้มาขอคืนดี แต่อ้อมไม่ยอม จึงมีปากเสียงกัน แล้วฝ่ายชายก็ชักปืนขึ้นมาขู่ และยิงใส่ โดยทุกครั้งนายปุ๊จะพกพาอาวุธปืนเป็นประจำ ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะยิงจริง ๆ อีกทั้งในวันเกิดเหตุ นางสาวอ้อมยังยื่นคำขาดว่าจะไม่ยอมกลับไปคืนดี ทำให้นายปุ๊เกิดความโมโห ส่วนเรื่องที่เขาเคยลั่นวาจาว่าจะยิงยกครัวนั้น เป็นเรื่องจริง โดยให้เหตุผลว่า เพราะนางสาวอ้อมไม่ยอมคืนดีด้วย

ทรัพย์สินที่ผู้ต้องหามอบให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต

นายเอกราช ชี้แจงว่า ตนไม่เคยเห็นว่านายปุ๊จะมีเงินและทรัพย์สินมากถึง 20 ล้านบาท แต่นายปุ๊จะชอบกดเงินสดมาหลักแสนถึงล้านบาท บางส่วนก็เอามาให้ครอบครัวนางสาวอ้อม และขอยืนยันว่า ครอบครัวไม่ได้ขอให้ซื้อสิ่งของใด ๆ ให้ แต่อีกฝ่ายมักจะพูดว่า “เดี๋ยวพี่ซื้อให้” อย่างรถกระบะที่จอดในบ้าน ก็ซื้อมาให้ตน ส่วนพ่อตาที่มีชื่อเป็นเจ้าของรถยนต์ มีจำนวน 5 คัน และนางสาวอ้อมมีประมาณ 3 คัน

บ้านทรงไทยที่นายปุ๊สร้างให้แก่พ่อตา

ทั้งนี้ เรื่องที่เขามาทวงของคืน แต่อ้อมไม่ยอมให้นั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง นายปุ๊จะมาทวงของทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แล้วก็จะคืนดีกัน พอเขาดีกัน นายปุ๊ก็จะซื้อของมาให้ใหม่เรื่อย ๆ ซึ่งที่นางสาวอ้อมไม่ได้เอาของคืนให้คือ รถกระบะที่จอดอยู่ที่บ้าน กับบ้านที่พักอาศัย แต่รถยนต์ 8 คันนั้นคืนไปหมดแล้ว ส่วนปมเหตุที่นางสาวอ้อมอยากเลิกกับฝ่ายชาย เพราะฝ่ายชายมีการเสพสารเสพติด ซึ่งคาดว่าในวันเกิดเหตุก็คงอาจมีการเสพมาบ้าง อีกทั้งนายปุ๊เคยอ้างว่าตัวเองเป็นทหารองครักษ์ รู้จักกับคนใหญ่โตหลายคน

ทั้งนี้ ตนไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องมายิงกันขนาดนี้ แม่ยายอยู่คนละบ้านก็ยังตามไปยิง พวกป้า ๆ เขาไม่รู้เรื่องด้วย ก็ยังไปยิงเขา การกระทำของเขามันโหดร้ายเกินไป ขนาดยังตามไปยิงซ้ำ ตนขอให้เจ้าหน้าที่ลงโทษด้วยการประหารเพียงอย่างเดียว

นายนัน ขันทะเสน ลุงของนางสาวอ้อม ผู้เสียชีวิต

ด้าน นายนัน ขันทะเสน ลุงของนางสาวอ้อม ผู้เสียชีวิต บอกว่า นายปุ๊เคยให้ทรัพย์สินกับครอบครัวนางสาวอ้อมจริง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ บ้าน และสร้อยทอง ส่วนเงินสด ตนไม่ทราบว่าให้ครอบครัวผู้ตายเท่าไร

ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา นางสาวอ้อมมีการบอกเลิกฝ่ายชายหลายครั้ง และได้คืนรถยนต์กับทองให้ทั้งหมด โดยพ่อตาแม่ยายเป็นคนขอคืนให้เอง เนื่องจากเวลาทะเลาะกัน นายปุ๊มักทวงของคืน รวมถึงพูดจาทวงบุญคุณด้วย บ้านหลังที่นายปุ๊สร้างให้ พ่อตาแม่ยายก็อยากจะคืนไปให้หมดเหมือนกัน พวกเขาไม่อยากได้

นายนัน กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาระหว่างนายปุ๊กับนางสาวอ้อมมีปากเสียงจนกระทั่งตบตีกันบ่อยครั้ง ทำให้นางสาวอ้อมทนไม่ไหว จึงเอาของไปคืน ทั้งนางสาวอ้อมยังเคยเอ่ยปากว่า อยากกลับไปอยู่แบบคนจน ๆ ไม่อยากอยู่แบบคนที่มีตังค์แต่ไม่มีความสุข อีกทั้งเมื่อนายปุ๊โกรธที่นางสาวอ้อมขอเลิกรา เขาก็เรียกให้รถยกมาขนรถยนต์กลับไปหมด สำหรับวันเกิดเหตุ ตนคาดว่าเหตุที่นายปุ๊ต้องมาก่อเหตุกับพ่อตาแม่ยายและญาติด้วยนั้น เป็นเพราะอีกฝ่ายมีปากเสียงกับพ่อตาด้วย อีกทั้งก่อนจะมายิง คนร้ายยังไปดื่มเบียร์บ้านแม่ยาย อีกทั้งนายปุ๊เคยลั่นวาจาแล้วว่าจะเอาชีวิตทั้งครอบครัวทั้งหมด หากเลิกกับเขา

ซี่งรวมทรัพย์สินแล้ว ก็อาจจะถึง 20 ล้านบาท เพราะมีรถยนต์หลายคัน ทั้งยังสร้างบ้านให้ใหม่ และซื้อทองให้ใส่ด้วย แต่เมื่อมีปัญหากันภายหลัง นางสาวอ้อมก็อยากคืนทรัพย์สินให้หมด ไม่ได้อยากเก็บไว้

นางหอมมะลิ แม่ของผู้ต้องหา

ขณะที่ นางหอมมะลิ แม่ของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวตนเองรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลังจากที่ก่อเหตุ นายธีรพลโทรศัพท์มาหาตน และบอกว่าฝากดูแลลูกทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นลูกจากภรรยาคนแรกที่ตนเองดูแลอยู่ หลังจากดูจากข่าวก็รู้สึกเสียใจที่ลูกชายไปทุ่มเททรัพย์เงินทองให้แต่บ้านฝ่ายหญิง แต่ที่ผ่านมา ลูกชายของตนไม่เคยส่งเงินมาเป็นค่าเลี้ยงดูลูกที่เกิดจากภรรยาเก่าเลย ปล่อยให้ตนเองต้องรับภาระเลี้ยงดู โดยก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว ลูกชายได้ส่งเงินมาให้ตนเองไว้สร้างบ้านใหม่ จำนวนรวม 2,000,000 บาท อีกด้วย

keyboard_arrow_up