“พิมพ์จ๋า” แฉ ดีเจดัง อมตังค์เบี้ยวเงินค่าสินค้า วอนหยุดนิสัยก่อนคนเสื่อม (คลิป)

ภายหลังจากที่ น.ส.รื่นฤดี ชอบผล ผู้พิการทางสายตา เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นแฟนคลับของดีเจ ก. และมีโอกาสพบปะกับดีเจสาว และถูกพูดจาหว่านล้อมว่ามีคดีความ จำเป็นต้องใช้เงิน ดังนั้นจึงขอยืมเงินไปหลายครั้ง รวมกว่า 2 แสนบาท ซึ่งก็ยังไม่ได้คืน และขาดการติดต่อกันไป (อ่าน : สาวตาบอดแฉถูกดีเจหลอกสูญ 2 แสน ช้ำหลงเชื่อน้ำคำ กลับโดนใส่ร้าย บล็อกเบอร์)

นางสาวพิมพ์ภัทรา นาแล หรือ พิมพ์จ๋า ยอดบัวงาม ศิลปินนักร้อง

วันที่ 15 ม.ค. 62 พิมพ์จ๋า ยอดบัวงาม หรือ นางสาวพิมพ์ภัทรา นาแล ศิลปินนักร้อง เปิดใจว่า ตนรู้จักกับดีเจ ก. มาตั้งแต่ปี 2554 โดยขณะนั้นได้ฝากให้มีการช่วยโปรโมตเพลง กระทั่งชวนกันไปกินข้าวด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง แต่ดีเจ ก. มีพฤติกรรมมักเลือกกินร้านหรู ราคาแพง แต่ไม่เคยช่วยจ่าย อีกทั้งเวลาตนเดินทางไปต่างประเทศ ดีเจ ก. ก็มักจะฝากชื้อกระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง ของใช้ และเจ้าตัวก็ได้รับของไปก่อน แต่อ้างว่ายังไม่จ่าย เพราะต้องรอรับเงินค่าจ้าง แล้วจะจ่ายให้ทั้งหมด นอกจากนี้ มีการขอยืมเงินสด โดยอ้างว่านำไปใช้ส่วนตัว และร่วมกันทำบุญ ทั้งยังมีของใช้ส่วนตัวของตนที่ถูกขอยืมไปเป็นจำนวนมาก เช่น เพชร หรือต่างหู ซึ่งกว่าจะได้คืนมาก็ยากลำบาก ขณะนี้มูลค่าทรัพย์สินที่ตนสูญเสียไปนั้น ประมาณ 4 แสนบาท

พิมพ์จ๋า ยอดบัวงาม กล่าวอีกว่า ตนเห็นแก่เพื่อนร่วมวงการ จึงไม่ได้มีการแจ้งความเอาผิด แต่ได้มีการร้องเรียนร่วมกับผู้เสียหายคนอื่นไปที่ต้นสังกัดของดีเจคนดังกล่าว พร้อมนำหลักฐานทั้งหมดไปมอบให้ เพื่ออยากให้ดีเจคนนี้หยุดพฤติกรรม ส่วนที่ออกมาเผยเรื่องราวในฐานะผู้ที่ห่วงใย ไม่อยากให้มีผู้ถูกหลอกเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งไม่อยากให้ดีเจ ก. กระทำผิดซ้ำจนเป็นเรื่องไม่ดีติดตัว และกลับตัวกลับใจเสีย

นายสุชาติ มุขแก้ว หรือ เข้ม เป็นคู่ความกับ ดีเจ ก.

ด้าน นายสุชาติ มุขแก้ว หรือ เข้ม คู่ความกับ ดีเจ ก. ยืนยันว่า ตนกับดีเจ ก. มีคดีความอยู่ด้วยกันจริง เป็นคดีหมิ่นประมาทซึ่งตนร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอัยการเห็นสั่งฟ้อง กระทั่งศาลชั้นต้นตัดสินให้ดีเจ ก. ชดเชยค่าเสียหาย 80,000 บาท โดยต่างฝ่ายต่างยื่นอุทธรณ์ จากนั้นศาลอุทธรณ์ตัดสินให้คู่กรณีชดเชย 100,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นฎีกา ตนยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชย และเท่าที่ทราบ คดีดังกล่าวก็ไม่ต้องวางเงินประกันต่อศาล

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตนกับคู่กรณีไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แต่ก่อนเป็นคดีความ คู่กรณีมักพูดถึงตนในทางไม่ดีผ่านสื่อ ซึ่งตนไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ตนกับคู่กรณีรักกันดีมาตลอด และตนก็ยินดีช่วยเหลืออีกฝ่ายอยู่เสมอ ทั้งยังเคยทำเสื้อแฟนคลับให้โดยไม่ได้คิดเงินแม้แต่บาทเดียว

ทั้งนี้ หากเรื่องที่ดีเจดังกล่าวไปยืมเงินแฟนคลับนั้นเป็นเรื่องจริง จะทำให้ภาพลักษณ์ดีเจเสียหาย เพราะมีคนมาหลงใหลในเสียงของเขา แต่กลับถูกนำไปหาผลประโยชน์เช่นนี้

keyboard_arrow_up