เปิดปมเขยโหดฆ่า 5 ศพ แค้นสูญ 20 ล้านให้แฟนสาว ญาติชี้ให้เสน่หา ที่เลิกนิสัยเหี้ยม (คลิป)

จากกรณี นายธีรพล ปิ่นอมร อายุ 39 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืน 9 มม. ยิงภรรยาตัวเอง และคนในครอบครัวภรรยาเสียชีวิตรวม 5 ศพ เหตุเพราะตามง้อไม่สำเร็จ โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุจำนวน 2 จุด

นายธีรพล ปิ่นอมร ผู้ต้องหา
ภาพวงจรปิด ขณะเกิดเหตุที่บ้านพ่อตาของผู้ต้องหา

โดยจุดแรกอยู่ที่ หมู่ 1 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ พบศพ นายวิรัตน์ กิ่งแก้ว อายุ 48 ปี พ่อตา และนางกัญญารัตน์ กิ่งแก้ว ลูกสาวซึ่งเป็นภรรยาของนายธีรพล ถูกยิงเข้าทะลุศีรษะและกลางหลัง เสียชีวิตคาที่ในโรงจอดรถ

ส่วนจุดที่ 2 อยู่หมู่ 2 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ห่างจากจุดแรกประมาณ 5 กม. นายธีรพลใช้อาวุธปืนยิง นางน้ำผึ้ง อินทรสิทธิ์ อายุ 48 ปี แม่ยาย, นางน้ำผา อินทรสิทธิ์ อายุ 48 ปี พี่สาวฝาแฝดของนางน้ำผึ้ง ถูกยิงหลายนัดเข้าที่หัวและหน้าอก เสียชีวิตภายในห้องนอน และนางกนกวรรณ อินทรสิทธิ์ อายุ 53 ปี พี่สาวของนางน้ำผึ้ง เสียชีวิตอยู่บริเวณริมถนนหน้าบ้าน นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นายเอกราช กำแหง และนายเวียง ยี่มุข ซึ่งเป็นญาติกับผู้ตาย

ย้อนเส้นทางหลบหนีของนายธีรพล หรือปุ๊ ผู้ต้องหา
รถของผู้ต้องหาซึ่งจอดไว้ที่โรงแรมใน จ.พิษณุโลก

โดยหลังเกิดเหตุ นายปุ๊หลบหนีไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากเข้าไปเปิดห้องพักที่โรงแรม และนำรถยนต์จอดทิ้งไว้หน้าห้อง ก่อนจะขอยืมรถจักรยานยนต์ของแม่บ้านในโรงแรม โดยอ้างว่าจะไปรับแฟนที่หน้าสรรพสินค้า หลังจากนั้นก็หายตัวไป

ภาพจากกล้องวงจรปิด ผู้ก่อเหตุหลบหนีขึ้นรถกระบะ

ซึ่งจากกล้องวงจรปิดพบว่า นายปุ๊ ขับรถจักรยานยนต์ของพนักงานโรงแรมมาจอดไว้ก่อนข้างทาง ก่อนขึ้นกระบะสีขาวหลบหนีออกไป

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ต่อมา พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมชุดสืบสวน เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุในบ้านพักทั้ง 2 หลัง พร้อมกับเปิดเผยว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้มาเก็บพยานหลักฐาน ทั้งปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ เพื่อส่งให้ตรวจสอบว่า ปืนที่ใช้ยิงเคยใช้ก่อคดีมาก่อนหรือไม่ หรือมีความเกี่ยวข้องอย่างไรในคดีดังกล่าว ซึ่งขณะนี้การสืบสวนยังอยู่ระหว่างติดตามผู้กระทำความผิดมาได้โดยเร็ว

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการประสานทั้งตำรวจกองปราบ, กรมทางหลวง และตำรวจในพื้นที่ทั้งหมด เพื่อเร่งรัดติดตามผู้ก่อเหตุ เนื่องจากได้ออกหมายจับไปแล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและรัดกุมตามยุทธวิธี เนื่องจากผู้ต้องหามีอาวุธปืน ซึ่งถือว่าอันตราย ส่วนพยานผู้รอดชีวิตจากที่เกิดเหตุนั้น ตนได้สั่งการให้มีการคุ้มครองพยานไปแล้ว

สำหรับตัวของผู้ต้องหา เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลบ้างแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยคดีนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ โหดเหี้ยม และสะเทือนขวัญ ผบ.ตร. จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดมาโดยเร็ว และหากสืบสวนได้ว่า ผู้ต้องหามีคนให้ความช่วยเหลือในการหลบหนี ก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับทันที

ภาพจำลองเหตุการณ์

จากนั้น พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบ้านพักของแม่ยาย ซึ่งตั้งอยู่หมู่ 2 โดยภายในบ้านยังพบร่องรอยคราบเลือดอยู่ที่พื้น ก่อนจะเปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ 2 ขณะนี้ตนได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทำการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะปลอกกระสุนปืนว่ามีการใช้อาวุธจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่ ซึ่งวิธีการก่อเหตุของคนร้ายเริ่มต้นจากยิงพ่อตาและภรรยา ก่อนจะมายังบ้านหลังนี้เพื่อยิงแม่ยาย และพี่สาวของแม่ยาย

ทั้งนี้ หากพบข้อมูลว่ามีผู้ใดให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนในการช่วยเหลือหลบหนีของผู้ต้องหา ก็จะขอศาลอนุมัติออกหมายจับเพิ่มเติม ซึ่งตนเชื่อว่ามีผู้ก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 1 คน

นายสุริยา แก้วสน เพื่อนบ้านผู้เห็นเหตุการณ์

ด้าน นายสุริยา แก้วสน เพื่อนบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเห็นนายธีรพล หรือ ปุ๊ ขับรถมายังบ้านของแม่ยายในช่วงเช้า 09.00 น. ขับรถยนต์มาพร้อมนางสาวกัญญารัตน์ หรือ อ้อม แฟนสาว โดยตอนนั้นก็ยังเห็นนายธีรพล หรือ ปุ๊ นอนเล่นอยู่บนเปล จากนั้นก็ได้กลับออกไปกับแฟนสาว กระทั่ง 17.00 น. ตนเองนอนอยู่ในบ้านพัก ได้ยินเสียงดังปัง ๆ หลายครั้งติดต่อกัน ตอนนั้นคิดว่ามีคนเคาะสังกะสีข้างบ้าน จึงเปิดประตูออกมาดู พบว่านายธีรพลกำลังถอยรถยนต์ของตัวเองออกมาจากบ้าน เมื่อเห็นนางกนกวรรณ นายธีรพลก็เอาปืนยิงนางกนกวรรณทันที อีกจำนวน 3 นัด ขณะนั้นตนเห็นอาวุธปืนสีดำอยู่ในมือของนายธีรพล คาดว่าใช้มือซ้ายในการยิงนางกนกวรรณ เพราะมือขวาเขายังจับพวงมาลัยอยู่

ทั้งนี้ เมื่อเขาขับรถหลบหนีไป ตนจึงรีบวิ่งไปดูนางกนกวรรณ โดยสภาพศพของนางกนกวรรณ มือยังยกขึ้นมาอยู่ แต่ยกไม่สุด ขาดใจเสียชีวิตก่อน นอกจากนี้ ภายในบ้านพบว่า นางน้ำผึ้งและนางน้ำผาได้ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งตนเองไม่คาดคิดว่านายธีรพลจะมาก่อเหตุอุกอาจเช่นนี้ ตอนแรกยังคิดว่าเขายิงปืนขึ้นฟ้า ซึ่งที่ผ่านมา ตนเคยได้ยินว่านายธีรพลมักพูดจาข่มขู่และทะเลาะกับนางสาวกัญญารัตน์บ่อย ๆ แต่ไม่เคยถึงขั้นขู่พ่อตาแม่ยายของตัวเอง ซึ่งปมที่เขามีปากเสียงกันคาดว่าเกิดจากเรื่องหึงหวง

โดยก่อนหน้านี้ นายธีรพลเคยทะเลาะอย่างรุนแรงกับนางสาวกัญญารัตน์ และนำรถพ่วงมาลากรถยนต์จำนวน 8 คัน กลับไปยังบ้านพักตัวเองที่ จ.พิษณุโลก โดยรถยนต์เหล่านั้น ตนทราบมาว่าถูกโอนให้เป็นชื่อของพ่อตาเป็นเจ้าของ เนื่องจากนายธีรพลอ้างว่าตัวเองเคยเป็นคนล้มละลายมาก่อน จึงโอนมาให้เป็นชื่อของพ่อตาในตอนหลัง ซึ่งตนทราบอีกว่านายธีรพลหมดเงินไปกับนางสาวอ้อม และครอบครัวร่วม 20 ล้านบาท

นอกจากนี้ นายธีรพลยังเป็นคนมีนิสัยใจนักเลง อีกทั้งเขายังชอบอ้างตัวเองว่ารู้จักคนใหญ่โตหลายคน ส่วนเรื่องพัวพันยาเสพติด ตนเองไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม ตนไม่เชื่อว่านางสาวอ้อมจะมีมือที่สาม เพราะเขาเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร หากไม่สนิทก็จะไม่คุยด้วย แล้วเขาก็รู้ว่านายธีรพลมักหึงหวงเขา

นายชยานันต์ อนุเคราะห์ สารวัตรกำนัน หมู่ 1

ด้าน นายชยานันต์ อนุเคราะห์ สารวัตรกำนัน หมู่ 1 เปิดเผยว่า ปกติแล้วนายปุ๊มักพกพาอาวุธปืนเป็นประจำ ทั้งยังเคยยิงปืนขึ้นฟ้าอยู่บ่อย ๆ โดยนายปุ๊อ้างว่า ประกอบอาชีพเล่นหุ้น ทำให้มีฐานะ โดยเงินที่ได้มาก็นำมาช่วยจุนเจือครอบครัวนางสาวอ้อม ทั้งยังซื้อบ้านให้มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ซื้อรถไถให้อีก 800,000 บาท เป็นเงินสด นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์จำนวนเกือบ 10 คัน จอดไว้ภายในบ้านของนางสาวอ้อมด้วย นอกจากนี้ รถกระบะและรถยนต์หลายคัน นายปุ๊ได้ถ่ายโอนเป็นชื่อของนางสาวอ้อม และนายวิรัตน์ พ่อตา

นอกจากนี้ ความร่ำรวยของนายปุ๊ ยังซื้อรถกระบะให้เป็นชื่อของนายเอกราช น้องเขยของนางสาวอ้อมอีกด้วย ทำให้ครอบครัวนี้เรียกได้ว่าลืมตาอ้าปากได้เพราะผู้ชายชื่อปุ๊ ทั้งยังเคยเอาเงินฝากในบัญชีพ่อตาให้ร่วมล้านกว่าบาท ซื้อทองให้ใส่ โดยทรัพย์สินที่นายปุ๊ยกให้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้าน ส่วนเรื่องที่นายปุ๊จะมีส่วนพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ตนยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจน เพียงแต่มีพฤติกรรมน่าสงสัย อีกทั้งยังเคยอ้างว่า ก่อนจะเปลี่ยนนามสกุล ตัวเองเคยมีนามสกุลดัง รู้จักกับนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.ระนอง หลายคน และยังรู้จักกับคนมีสีระดับสูงหลายคน

นางนิด (นามสมมติ) ญาติของผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ นางนิด (นามสมมติ) ญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเองก็รู้จักกับนายธีรพล ทราบว่าอีกฝ่ายรักนางสาวอ้อมมาก และทุ่มเทให้ใจมาตลอด ที่ผ่านมาตนเองไม่ทราบว่าเขามีปัญหาอะไรกัน แต่สิ่งที่นางสาวอ้อมรับไม่ได้ เป็นเรื่องที่ฝ่ายชายชอบดื่มสุราแล้วเวลาเมาจะมีนิสัยเปลี่ยนไป อารมณ์ร้าย เวลาที่ไม่เมาก็จะห้าว ๆ ใจร้อน พูดจาไม่ค่อยดี อีกทั้งยังเคยข่มขู่ครอบครัวของนางสาวอ้อมว่าจะยิงให้ตาย ส่วนเรื่องทรัพย์สินเงินทอง และรถยนต์ที่นายปุ๊มอบให้ครอบครัวนางสาวอ้อม ตนคิดว่าเป็นทรัพย์สินโดยเสน่หาที่แฟนเขาให้กัน โดยอ้างว่าได้เงินมาจากการเล่นหุ้น แต่ข้อมูลลึก ๆ ตนไม่รู่ว่าฝ่ายชายประกอบอาชีพอะไรบ้าง

แม้ว่าอ้อมจะเป็นคนหน้าตาดี แต่ตนยืนยันได้ว่า เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้ เป็นคนรักใครรักจริง อย่างอดีตแฟนหนุ่มของอ้อม เขาก็รักจริง คบมานาน แต่ผู้ชายเป็นฝ่ายไปเอง ตนยืนยันว่านางสาวอ้อมเป็นคนนิสัยดี ส่วนกรณีที่นางสาวอ้อมตั้งครรภ์ 4 เดือน ตนได้ยินบรรดาญาติพูดคุยกัน แต่ตนไม่มั่นใจว่าท้องจริงหรือไม่

keyboard_arrow_up