แม่ “ปุ๊” เขยปืนโหด ป้องลูกใจดี รักเมีย คาดถูกทำช้ำใจก่อน จ่อประกันตัว เชื่อเข็ด ไม่ตามอาฆาต (คลิป)

จากกรณี นายธีรพล ปิ่นอมร อายุ 39 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืน 9 มม. ยิงภรรยาตัวเองและคนในครอบครัวภรรยาเสียชีวิตรวม 5 ศพ เหตุเพราะตามง้อไม่สำเร็จ โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุจำนวน 2 จุด โดยล่าสุด สามารถจับตัวนายวีรพลได้แล้ว ที่จังหวัดระนอง (อ่าน : เผยนาทีหนีกระสุน “ปุ๊” เขยปืนโหด ญาติชี้คนอันตราย เคยชักปืนขู่ฆ่ายกโคตร ผวายอมทิ้งบ้าน หวั่นถูกทำร้ายซ้ำ)

วันที่ 15 ม.ค. 62 รายการต่างคนต่างคิด ตอน เปิดปมเสี่ยปุ๊ ฆ่า 5 ศพ ทวงสมบัติ 20 ล้าน ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. เชิญ คุณเอกราช กำแหง ผู้บาดเจ็บ, คุณชยานันต์ อนุเคราะห์ สารวัตรกำนัน หมู่ 1, คุณหอมมะลิ ปิ่นอมร แม่ผู้ต้องหาฆ่ายกครัว และคุณเอ คนขับกระบะพาผู้ต้องหาหนี มาร่วมพูดคุยในรายการ

คุณเอกราช กำแหง ผู้บาดเจ็บ ให้สัมภาษณ์ผ่านวีดีโอคอล

คุณเอกราช ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่งานบำเพ็ญกุศลที่วัดเกาะวารี มีร่างของนายวิรัตน์ พ่อตา, นางน้ำผึ้ง แม่ยาย และนางกัญญารัตน์ หรืออ้อม ภรรยาของนายปุ๊ ส่วนตนนั้นอาการบาดเจ็บที่มือกระดูกแตกละเอียด ขณะนี้ทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้น

ตนทราบว่าระหว่างที่นายปุ๊เข้ามายุ่งเกี่ยวอ้อมนั้น อีกฝ่ายก็เป็นคนมีทรัพย์สินมาตั้งแต่แรกแล้ว โดยเจ้าตัวอ้างว่าเล่นหุ้น และเป็นเจ้ามือหวย แต่นายปุ๊ระบุว่าตนเองเป็นบุคคลล้มละลาย ไม่สามารถครอบครองทรัพย์สินได้ จึงมักจะโอนทรัพย์สินต่าง ๆ ให้กับครอบครัวของภรรยา โดยทรัพย์สินที่นายปุ๊ให้กับครอบครัวของภรรยานั้นมี รถยนต์จำนวน 7 – 8 คัน บ้านเรือนไทยซึ่งปลูกไว้ในที่ดินของพ่อตา และส่วนมากอีกฝ่ายจะซื้อทองให้กับญาติ ๆ มากกว่า ซึ่งสำหรับตน นายปุ๊ก็เคยยกรถให้ 1 คัน

ซึ่งเรื่องที่นายปุ๊ขอคืนสมบัตินั้นเป็นเรื่องจริง เนื่องจากนายปุ๊ได้มาขอคืนสมบัติทั้งหมดที่ยกให้กับครอบครัวของตน เหลือเพียง รถที่เคยให้ตน 1 คัน และบ้านเรือนไทย มูลค่ากว่า 3 ล้านบาทเท่านั้น

คุณเอกราช กล่าวอีกว่า ตนทราบว่าเรื่องที่ทะเลาะกับพ่อตาก่อนเกิดเหตุนั้นเป็นเรื่องของการทวงสมบัติด้วยเช่นกัน โดยในวันดังกล่าว นายปุ๊มาขอบ้านเรือนไทย และรถคืน ซึ่งก่อนหน้านี้นายปุ๊ก็เคยมาทวงถามเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง แต่อ้อมภรรยาของนายปุ๊บอกว่าจะไม่คืน โดยให้เหตุว่าอีกฝ่ายทำกับอ้อมไว้เยอะ ทั้งทำร้ายและข่มขู่ กระทั่งอ้อมเคยคิดว่าจะไปฟ้องปวีณาด้วย

ซึ่งระหว่งาที่นายปุ๊ไล่ยิงตนก็ไม่พูดอะไร แต่ระหว่างที่ไล่ยิงสุ ภรรยาของตนนั้น นายปุ๊พูดอยู่ตลอดเวลาว่า “กูบอกมึงแล้ว” ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่ามีความหมายว่าอย่างไร

ทั้งนี้ เรื่องมูลค่าทรัพย์สินที่นายปุ๊มอบให้ครอบครัวของตนนั้นจะถึง 30 ล้านหรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจ แต่เคยได้ยินมาว่า นายปุ๊เคยบอกว่าจะไปซื้อบ้านที่จังหวัดพิษณุโลก 2 หลังอีกด้วย

คุณชยานันต์ อนุเคราะห์ สารวัตรกำนัน หมู่ 1 ให้สัมภาษณ์ผ่านวีดีโอคอล

ด้าน คุณชยานันต์ สารวัตรกำนัน หมู่ 1 เปิดเผยว่า ระหว่างที่นายปุ๊อาศัยในพื้นที่ ตนก็ไม่ทราบว่านายปุ๊ประกอบอาชีพอะไร เพียงแต่เห็นว่า เจ้าตัวมักมาอยู่ในพื้นที่ 4 -5 วันแล้วก็หายตัวไป ก่อนจะกลับมา แบบบนี้อยู่เสมอ ๆ  และเคยได้ยินมาว่าอีกฝ่ายเล่นหุ้น และเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย

ส่วนเรื่องการทรัพย์สินของนายปุ๊ หรือการขอคืนทรัพย์นั้นเป็นเรื่องที่ชาวบ้านเล่ากันแบบปากต่อปาก ตนจึงไม่สามารถยืนยันข้อมูลในส่วนนี้ แต่เท่าที่ทราบ ครอบครัวดังกล่าวมีรถ 8 คัน เวียนสับเปลี่ยนมาจอดเรื่อย ๆ วึ่งแต่ละคันก็เป็นรถใหม่ และเรื่องการทะเลาะกับภรรยาตนก็ไม่เคยเห็นว่าจะถึงขั้นลงมือทำร้าย

ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก็จะเป็นบทเรียนให้กับตนว่าจะต้องระมัดระวังให้มากขึ้น

คุณหอมมะลิ ปิ่นอมร แม่ผู้ต้องหาฆ่ายกครัว ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ขณะที่ คุณหอมมะลิ แม่ผู้ต้องหาฆ่ายกครัว  กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายตนไม่ค่อยกลับบ้าน แต่ก็ยังติดต่อกับตนผ่านโทรศัพท์ตลอด ก่อนหน้านี้ลูกชายทำอาชีพพนักงานบริษัท ได้เงินเดือนถึง 6 – 8 หมื่นบาท และตนขอยืนยันว่าลูกไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องครอบครัวของลูกนั้น ตนไม่เคยได้ยินว่าลูกชายซ้อมหรือทำร้ายภรรยา อีกทั้งนายปุ๊ยังรักนางสาวอ้อมมาก และยังเคยพานางสาวอ้อมมาที่บ้านอีกด้วย

ส่วนที่มีข่าวว่าลูกชายโอนเงินกว่า 2 ล้านบาท ให้ตนไว้เพื่อสร้างบ้าน นั้น เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเพียงเงินที่ลูกชายโอนมาให้เป็นค่าเลี้ยงดูลูก ๆ เท่านั้น แต่ขณะนั้นตนเห็นว่าบ้านมีรอยร้าว จึงใช้เงินจำนวนดังกล่าวร่วมกับเงินของตนเพื่อซ่อมแซมบ้าน อีกทั้งเงินจำนวนดังกล่าว ลูกชายก็ไม่ได้ให้มาก้อนเดียว แต่ทยอยส่งให้มาทีละ หมื่นบ้าง แสนบ้าง

ตนยืนยันว่า ลูกชายเป็นคนใจดี หากไม่มีใครไปทำให้เจ็บปวดก็คงไม่ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น เพราะขนาดตนหากลูกไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าลูกมีเงินมากมายขนาดนั้น จึงคาดว่าลูกทุ่มเทกับฝั่งโน้นไปมาก เมื่อถูกฝั่งโน้นกระทำจึงทนไม่ได้

วันนี้ (15 ม.ค.) ตนได้พูดคุยกับลูกชาย ลูกก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ฝากให้ตนดูแลลูกทั้ง 3 ของภรรยาเก่า ซึ่งขณะนี้ครอบครัวของตนกำลังปรึกษากันว่าจะช่วยกันประกันตัวนายปุ๊ออกมา หากว่าสามารถกระทำได้ ซึ่งหากสามารถประกันตัวออกมาได้จริง ตนก็เชื่อว่าลูกคงจะเข็ด และไม่ตามไปทำร้ายครอบครัวของผู้เสียชีวิตอีกแน่นอน

คุณเอ คนขับกระบะพาผู้ต้องหาหนี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

และ คุณเอ คนขับกระบะพาผู้ต้องหาหนี กล่าวว่า ตนเป็นผู้ขับรถกระบะตามคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดที่ถูกนำเสนอไปก่อหน้านี้ แต่ตนยืนยันว่าไม่รู้จักกับนายปุ๊ เพียงแต่ขณะเกิดเหตุอีกฝ่ายขับรถจักรยานยนต์มาเคาะกระจกรถของตนเพื่อขออาศัยรถไปด้วย โดยอ้างว่าต้องการจะกลับบ้านไปหาแม่ที่กรุงเทพฯ อีกทั้งยังบอกว่าจะช่วยค่าน้ำมัน ต่อมาตนจึงรับอีกฝ่ายขึ้นรถ และส่งอีกฝ่ายที่บริเวณแยกปลวกสูง จังหวัดพิจิตร

ซึ่งขณะที่นายปุ๊นั่งรถมากับตนนั้น อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีลุกลี้ลุกลน ไม่เห็นว่าพกปืน และเสื้อผ้าก็ไม่ได้มีรอยเลือด แต่พบว่ามีการโทรศัพท์ให้คนมารับต่อ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าปลายสายนั้นคือใคร กระทั่งต่อมาตนมาทราบความจริงว่าคนที่ตนให้ติดรถมาด้วยนั้นเป็นฆาตกร ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

 

keyboard_arrow_up