ครอบครัวพ่อเลี้ยงโหดแฉเอง ร่วมเมียกัดลูก 1 ขวบระบายเครียด ฝังใจอกหักรักเก่า (คลิป)

กรณีเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดชุมพร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน อบต.ละแม และตำรวจ สภ.ละแม ได้ให้การช่วยเหลือเด็กชาย 1 ขวบ ที่ถูกพ่อเลี้ยงและแม่ทำร้ายร่างกาย และมีบาดแผลจากการถูกกัด อีกทั้งยังเลี้ยงลูกด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยไม่มีนม หรืออาหารอื่นใดให้ลูกกิน

เด็กชายวัย 1 ขวบ ที่ถูกทำร้ายร่างกาย

วันที่ 11 ม.ค. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่หมู่บ้านยวนไทร หมู่ 18 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร โดยพบว่าบริเวณที่บ้านเกิดเหตุ ปลูกอยู่สองหลัง หลังแรกเป็นบ้านของพ่อกับแม่ของนายโก้ (นามสมมติ) พ่อเลี้ยงเด็กวัย 1 ขวบ ส่วนอีกหลังซึ่งปลูกอยู่ไม่ห่างกัน เป็นบ้านที่นายโก้ที่พักกับแฟนสาวชื่อนางสวย (นามสมมติ) และลูกนางสวยวัย 1 ขวบ โดยลักษณะบ้านเป็นเพิงสังกะสี ใช้มุ้งกางนอน มีการนำผ้ามากั้นไว้แทนหน้าต่าง สภาพค่อนข้างคับแคบ

สภาพบ้าน

นอกจากนี้ บริเวณใต้ถุนบ้านพบซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายซองตกอยู่ คาดว่าในช่วงที่ทั้งสองคนเลี้ยงลูก น่าจะมีการต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรับประทาน อีกทั้งยังพบกองจานชามที่ยังไม่ได้ล้างและมีแมลงหวี่บินตอมอยู่จำนวนมาก

ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่พบ

โดยนายอภินัน พรหมม่วง อายุ 53 ปี พ่อของนายโก้ เปิดเผยว่า สองเดือนก่อนหน้านี้แฟนสาวของลูกชายได้หอบลูกติดมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านตน โดยตั้งแต่แฟนสาวกับลูกเลี้ยงมาอยู่ ลูกชายก็มีการทุบตีลูกเลี้ยงอยู่หลายครั้ง ในระยะหลังเริ่มรุนแรงมากขึ้นจนตนทนไม่ไหว จึงเอ่ยปากห้ามว่า อย่าตีหนัก เดี๋ยวลูกตาย แต่กลับถูกลูกชายสวนกลับมาว่า เขาตีลูกเขา ไม่ได้ไปเดือดร้อนชาวบ้าน ทั้งยังถามกลับอีกว่า ไม่ใช่หลานแท้ ๆ  ของตน จะไปเดือดร้อนด้วยทำไม

นายอภินัน พรหมม่วง พ่อของนายโก้

ทั้งนี้ เวลาที่สองคนสามีภรรยาตีลูก คือช่วงที่ลูกเริ่มร้องหิว พอตนห้ามก็ถูกลูกชายและแฟนลูกเถียงกลับว่า หากใครไปยุ่งเรื่องครอบครัวเขา เขาจะจับฉีกปาก โดยบางครั้งก็มีการถืออาวุธมีดเดินไปมา ตนเองเคยถ่ายรูปไว้ แล้วไปแจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วยตักเตือน ส่วนเรื่องที่เขาให้ลูกกินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตนเองไม่รู้เรื่องนี้

สำหรับเรื่องที่เขากินน้ำกระท่อมนั้นตนไม่เคยเห็น แต่คาดว่าเขาคงไปกินมาจากข้างนอก ซึ่งถ้าหากเรื่องเขาเสพยาเป็นเรื่องจริง ตนก็อยากให้เขาเลิก และให้เจ้าหน้าที่จัดการ ตนไม่เคยคิดปกป้องลูก หากอะไรผิดก็ต้องว่าไปตามผิด

หลังจากนี้ หากเด็กไปอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีแล้ว ไม่อยากให้เด็กกลับมาอยู่กับพ่อแม่ของตัวเองเลย เพราะตนสงสารเด็กเหมือนกัน

ภาพขณะเจ้าหน้าที่นำเด็กไปรักษา

ด้านนางเทียมจิตร์ พรหมม่วง อายุ 48 ปี แม่ของนายโก้ กล่าวว่า ระยะแม่เด็กก็เป็นคนนิสัยดี แต่พักหลังเขาพูดไม่ค่อยดี คอยด่าตนสารพัดด้วยคำหยาบคาย เนื่องจากตนไปเตือนว่าอย่าตีลูกไป ซึ่งนางสวยก็เอาไปบอกลูกชายตน ตนจึงโดนลูกดุไปด้วย ยอมรับว่าเมื่อก่อนลูกเป็นคนดี ไม่เคยต่อว่าแม่ กระทั่งเขาเปลี่ยนไปช่วงที่อกหักจากหญิงคนหนึ่ง แล้วเขาพยายามจะผูกคอตาย ซึ่งหลังจากนำตัวไปส่งโรงพยาบาลแล้ว พอกลับมาพักฟื้นก็เริ่มกลายเป็นคนขี้หงุดหงิด เกรี้ยวกราด มีอาการเหมือนคนจิตไม่ปกติ

นางเทียมจิตร์ กล่าวต่อว่า ปกติแล้วลูกชายก็เป็นคนรักเด็ก ตนเพิ่งจะเคยเห็นเขามาตีเด็กแรง ๆ ก็ครั้งนี้ ทั้งยังไม่บอกเหตุผลว่าตีทำไม แต่เวลาตีลูก เขากับแฟนสาวก็จะช่วยกันตี ตนก็พยายามตักเตือนให้หยุด จนกระทั่งเมื่อวันก่อนมีเจ้าหน้าที่เข้ามาบ้าน แล้วพาเด็กไปหาหมอ ซึ่งก่อนที่เขาจะพาตัวเด็กไปรักษา พบว่าเด็ก 1 ขวบ มีอาการซูบผอม ตาเขียวช้ำ หน้าเหมือนมีรอยกัดเต็มตัว ซึ่งเป็นบาดแผลที่เกิดจากพ่อกับแม่กัดเด็ก โดยเขาอ้างว่ากัดสนุก ๆ ตั้งใจแค่แหย่เล่น ส่วนที่ดวงตา ตนไม่แน่ใจว่ามีการชกต่อยหรือไม่

นางเทียมจิตร์ พรหมม่วง แม่ของนายโก้

ส่วนตัวตนยังคิดเลยว่าหากไม่มีใครเข้ามาให้ความช่วยเหลือแล้วปล่อยทิ้งไว้ เด็กอาจจะเสียชีวิต เพราะอาการที่เห็นนั้นสาหัสมาก แม้ตอนนี้จะปลอดภัยแล้ว แต่ตนก็ยังไม่ได้ไปเยี่ยม และคิดว่าหลังจากนี้ควรให้เด็กไปอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่แทน ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวถามความรู้สึกของแม่หลังจากที่ลูกโดนควบคุมตัวไป นางเทียมจิตร์ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว บอกว่า หากลูกโดนจับ ตนก็อยากไปเยี่ยมลูกเหมือนกัน ตนเองรู้ว่าลูกทำไม่ถูกต้อง แต่หากเขาปรับปรุงนิสัยให้กลับมาเป็นคนดี รวมถึงเลิกยุ่งเกี่ยวกับน้ำกระท่อมได้ ก็คงจะดีกว่านี้

ภาพจำลองเหตุการณ์ขณะแม่และพ่อเลี้ยงก่อเหตุกับเด็ก

นางสาววัลภา แก้วสวี หัวหน้างานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังจากที่ได้เข้าไปช่วยเหลือเด็กชายวัย 1 ขวบ ว่า ในวันนี้ได้ไปเยี่ยมเยียนและพูดคุยกับแพทย์ที่โรงพยาบาลชุมพร พบว่าปัญหาใหญ่คือน้องมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งแพทย์ได้ทำการตรวจรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ใน 1-2 วันนี้

ส่วนร่องรอยบาดแผลตามร่างกายที่มีรอยเขียวช้ำ ทั้งยังมีรอยกัดรอยหยิก ตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่ พม. ได้สอบถามกับทางแม่ของเด็กแล้ว ซึ่งแม่ให้การยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุทำร้ายน้องจริง รวมถึงกัดเนื้อลูกด้วย เนื่องจากเกิดภาวะความเครียด เพราะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่กับครอบครัวของฝ่ายชาย ประกอบกับไม่สนิทสนมกับแม่ของสามี ทำให้เกิดความรู้สึกกดดัน จึงหาที่ระบายกับลูก โดยครอบครัวมีฐานะยากจน พ่อเลี้ยงของเด็กต้องเป็นคนหาเงินมาจุนเจือครอบครัวเพียงลำพัง ส่วนเรื่องที่พ่อแม่ต้องต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ลูกทาน ทางพ่อแม่ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เนื่องด้วยความที่ไม่มีเงินเพียงพอไปซื้ออาหาร

นอกจากนี้ ให้พ่อกับแม่เด็กตรวจร่างกายเพื่อหาสารเสพติด ซึ่งพ่อยอมรับว่าดื่มน้ำใบกระท่อมในช่วงเวลาที่ออกไปรับจ้างตัดต้นปาล์มจริง เพราะเชื่อว่าจะทำให้มีแรง แต่จากการสอบถามกับแม่เด็ก ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับสารเสพติดและแม่มีความแข็งแรงดี ซึ่งระหว่างนี้ต้องรอผลการตรวจร่างกายและสภาพจิตอีกครั้งด้วย

keyboard_arrow_up