สลด! ญาติหวั่นแม่ชราทรุด ปิดข่าวลูกถูกแขวนคอชิงรถคาร์บอมบ์ พี่เผยสุดช็อกเจอร่างตายทุรน (คลิป)

จากเหตุคาร์บอมบ์ ริมถนนสายชนบทบ้านนิคม ระหว่างฐานหน่วยเฉพาะกิจสงขลา และ สภ.ห้วยปลิง หมู่ 3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา โดยรถที่คนร้ายใช้ประกอบคาร์บอมบ์ระเบิด กลายเป็นเศษเหล็ก และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย (อ่าน : สุดสะเทือนใจ! ครูถูกโจรใต้ฆ่าแขวนคอชิงกระบะคาร์บอมบ์ แม่ชราเคว้ง – คุม 3 ผู้ต้องสงสัย)

นางน้อย ญาติของครูจ้อง

วันที่ 9 ม.ค. 62 วัดสะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของนายอมตะ บรรยากาศงานศพเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีญาติและเพื่อนเข้ามาแสดงความเสียใจตลอดวัน นางน้อย ญาติของครูจ้อง เปิดเผยทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า ตนยังอยู่ในอาการเสียใจ และกินข้าวไม่ลงตั้งแต่เมื่อวาน วันเกิดเหตุตนออกจากบ้านที่สะบ้าย้อย ตั้งแต่ 7 ม.ค. 62 เพื่อเดินทางไปทำธุระที่กรุงเทพฯ ซึ่งระหว่างเดินทาง เวลาประมาณ 18.00 น. ตนก็ยังได้โทรศัพท์พูดคุยกับครูจ้อง จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. ตนได้โทรไปหาครูจ้องอีกครั้ง แต่ไม่มีใครรับสาย

นายอมตะ หรือครูจ้อง ผู้เสียชีวิต

กระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 8 ม.ค. 62 น้องชายของครูจ้องโทรมาหาตน และบอกว่าครูจ้องหายไป ไม่มาดูแลแม่ รถที่หน้าบ้านก็หายไป อีกทั้งยังติดต่อไม่ได้ ตนก็รีบเหมารถกลับจาก จ.นครศรีธรรมราช มาที่บ้านทันที เพราะตนเห็นพิรุธ เนื่องจากปกติครูจ้องจะไม่ทิ้งบ้านไปไหน หลังจากนั้นไม่นานน้องครูจ้องก็โทรมาบอกว่าเสียชีวิตแล้ว

นางจำเนียร กล่าวต่อว่า ในวินาทีที่รู้ว่าครูจ้องเสียชีวิต ตนเสียใจจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ เพราะตนก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะมาเกิดกับครอบครัวของตน อีกทั้งครูจ้องยังไม่มีศัตรูที่ไหน และเป็นผู้ให้ตลอด จึงทำให้เพื่อนฝูงและลูกศิษย์รักใคร่ แต่เมื่อขาดเสาหลักของบ้านไป ตนก็จะช่วยดูแลลูกอีก 2 คน ยอมรับว่าตนรู้สึกสลดกับพฤติกรรมโหดเหี้ยมนี้ เพราะครูจ้องถูกแขวนคอ คงทรมานมากก่อนตาย

ระยะทางจากบ้านของครูจ้อง ถึงบ้านแม่ครูจ้อง

อย่างไรก็ตาม ระยะทางจากบ้านแม่ของครูจ้อง อยู่ติดกับเทศบาลตำบลสะบ้าย้อย ซึ่งหากจะเดินทางไปบ้านครูจ้องจะต้องเดินทางออกจากบริเวณเทศบาล ไปทางถนนคูหา-สะบ้าย้อย เป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งบริเวณ 2 ข้างทางเป็นสวนยางและป่าละเมาะ อีกทั้งถนนสายนี้ค่อนข้างเปลี่ยว ไม่มีไฟริมถนน

นายชาญ (นามสมมติ) ญาติของครูจ้อง

ขณะที่ นายชาญ (นามสมมติ) ญาติของครูจ้อง เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 ม.ค. 62 ตนเห็นพิรุธเพราะโดยปกติครูจ้องจะต้องซื้อโจ๊กและขับรถเอามาให้แม่ที่บ้านในตัวเทศบาลสะบ้าย้อยทุกวัน แต่วันเกิดเหตุไม่ได้มา ตนจึงโทรหาครูจ้องเวลา 08.00 น. 3 ครั้ง แต่ก็ไม่มีใครรับ หลังจากนั้นก็ได้รับข่าวว่ามีเหตุคาร์บอมบ์ และรถคันก่อเหตุเป็นรถพี่ชายของตน ตนจึงรีบเดินทางจากบ้านไปบ้านของครูจ้องประมาณ 1.5 กิโลเมตร พบว่ารถกระบะของครูจ้องหายไป และตนได้เข้าไปในบ้านพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทหารพราน พบว่าบริเวณโถงบ้าน มีเศษแก้วแตกและรองเท้าครูจ้อง 1 ข้าง คล้ายมีการต่อสู้ ตนจึงวิ่งเข้าไปในห้องครัว พบว่าร่างครูจ้องแขวนคออยู่ ซึ่งตนเห็นแบบนั้นก็รู้สึกเสียใจและสะเทือนใจอย่างมาก ตอนนั้นตนมั่นใจว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งครูจ้องเป็นคนดีมีน้ำใจ และเป็นผู้ให้แก่สังคม ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ สร้างความเจ็บปวดกับตนและครอบครัวมาก อีกทั้งเห็นสภาพพี่ชายผูกคอ ก็เป็นภาพติดตา แต่ตนก็ต้องเข้มแข็ง และก้าวเดินต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำหรับแม่ของครูจ้อง ตนก็จะเป็นคนดูแลเอง เพราะตนก็ดูแลแม่มากว่า 30 ปีแล้ว ตอนนี้แม่รู้เพียงว่าครูจ้องเป็นลมตาย ไม่รู้ว่าถูกฆาตกรรม

นายชาญ พูดด้วยเสียงสะอื้นว่า อยากวิงวอนผ่านสื่อฯ ให้นำเสนอเหตุการณ์ร้ายในภาคใต้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างไม่หยุด และอยากให้หน่วยงานของรัฐเข้ามาช่วยแก้ไข ซึ่งตนไม่แบ่งแยกระหว่างชาวพุทธและมุสลิม แต่อยากประนามผู้ก่อเหตุว่าสิ่งที่ทำเลวร้ายมาก

keyboard_arrow_up