สาวแฉ คาร์แคร์พม่าขับรถอัดกำแพงไม่รับผิด – เจ้าของโบ้ยไล่ไปฟ้อง ชี้ลูกน้องแอบเปิดพลการ (คลิป)

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Suparat P. Tuppeang โพสต์รูปภาพรถยนต์และกำแพงในสภาพพัง โดยเล่าว่าไปล้างรถที่คาร์แคร์ หน้าหมู่บ้าน ที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ แต่มีคนงานชาวต่างด้าว ขับรถไปจอดที่ด้านในสุดของร้าน โดยมีกำแพงกั้น 5 นาทีต่อมา รถพุ่งตัวอย่างแรง ชนกับกำแพง เมื่อโทรศัพท์หาเจ้าของคาร์แคร์ จึงทราบว่าร้านปิดแล้ว แต่คนงานแอบเปิดร้านต่อเอง โดยที่เจ้าของร้านไม่รู้เรื่อง จึงไม่รับผิดชอบ

สภาพความเสียหายของรถยนต์ และกำแพง
รถของผู้เสียหาย

วันที่ 9 ม.ค.62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวีล งพื้นที่มาร้านคาร์แคร์ ภายในซอยโค้งสนวัดคู่สร้าง ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พบว่ากำแพงร้านที่พัง มีช่างมาซ่อมแซมโดยฉาบปูนไว้

น.ส.อรอุมา ประเสริฐโส หรือ อร ผู้เสียหาย

โดย น.ส.อรอุมา ประเสริฐโส หรือ อร ผู้เสียหาย เผยว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 62 เวลาประมาณ 17.30 น. ตนได้ขับรถมาล้างที่ร้านคาร์แคร์ มาพร้อมกับลูกชายและลูกสาว วัย 10 ขวบ และ 8 ขวบ ขณะนั้นภายในร้านเปิดไฟ และมีพนักงานชายคนหนึ่งมายืนรอ ตนจึงถามว่าร้านยังเปิดอยู่หรือไม่ พนักงานก็บอกว่าร้านยังเปิดอยู่ หลังจากนั้น พนักงานรายนี้ก็เดินขึ้นรถตนอย่างมั่นใจ โดยช่วงที่พนักงานจะนำรถไปจอดที่จุดล้างรถ ซึ่งอยู่ห่างกัน 10 เมตร พนักงานก็ได้ออกรถจนมีเสียงดัง “เอี๊ยด” ขณะนั้นตนก็สงสัยว่าพนักงานรายนี้ขับรถเป็นหรือไม่ กระทั่งพนักงานขับรถไปถึงจุดล้างรถ ก็ทำทีคล้ายกับจะชะลอรถเพื่อจะจอด แต่คนคาดว่าพนักงานเหยียบผิดกลับไปถูกคันเร่ง ทำให้รถพุ่งชนกับกำแพง

ภาพจำลองเหตุการณ์

จากนั้น พนักงานลงมายืนกอดอกทำหน้านิ่ง ตนจึงโทรศัพท์หาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกันชั้น 3 และเจ้าของร้านคาร์แคร์ แต่เจ้าของร้านก็บอกว่าไม่สามารถรับผิดชอบได้ และสามารถแจ้งตำรวจจับพนักงานได้ คล้ายกับพนักงานแอบอ้างมาล้างรถเอง ส่วนพนักงานคนดังกล่าวตนก็ไม่เห็น เพราะมัวแต่กระวนกระวายใจกับรถอยู่

น.ส.อรอุมา ยอมรับว่า ตอนนั้นดูไม่ออกว่าร้านปิดแล้ว ซึ่งหากมีป้ายติดตนก็คงไม่เข้ามา ส่วนประกันของตนเป็นประกันชั้น 3 ก็คงช่วยได้แค่ในเรื่องคดี ทั้งนี้ ตนต้องการแค่ให้เจ้าของร้านแสดงความรับผิดชอบเท่านั้น ครั้งนี้ยอมรับว่าเสียความรู้สึกกับทางร้าน และคงไม่มาล้างรถที่นี่อีก พร้อมทั้งเชื่อว่าคนในละแวกนี้ คงไม่กล้ามาล้างรถเช่นเดียวกัน

นางกนกวรรณ นารีผล หรือ ตุ้ม เจ้าของร้านคาร์แคร์

นางกนกวรรณ นารีผล หรือ ตุ้ม เจ้าของร้านคาร์แคร์ บอกว่า ช่วงเกิดเหตุ เจ้าของร้านขายของเก่าโทรศัพท์มาหาตนช่วงเวลาประมาณ 18.12 น. ว่าพนักงานที่ร้านขับรถลูกค้าไปชนกับกำแพง ตนจึงบอกว่าไม่สามารถกลับไปได้ เนื่องจากเพิ่งขับรถขึ้นทางด่วนมาแล้ว รวมทั้งร้านตนปิดเวลา 17.00 น. แล้วลูกค้าจะมาในช่วงเวลานั้นได้อย่างไร

กำแพงร้านคาร์แคร์ หลังจากมีการซ่อมแซม

ส่วนพนักงานที่ขับรถชนคือคนไทใหญ่ ซึ่งเคยโดนไล่ออกแล้ว และกลับมาทำใหม่หลายครั้ง โดยพฤติกรรมของพนักงานรายนี้ ชอบแอบรับงานล้างรถตอนช่วงร้านปิด รวมทั้งขับรถไม่เป็น แต่มีหน้าที่แค่เช็ดทำความสะอาดรถเท่านั้น โดยที่ร้านจะมีแค่พนักงานชายอีกคนหนึ่งและตนเท่านั้นที่ขับรถเป็น

ทั้งนี้ ตนก็ยังไม่เจอทางพนักงานรายที่ขับรถลูกค้าไปชนกำแพง แต่ได้ประสานกับคนในพื้นที่ รวมถึงตำรวจแล้ว ว่าหากเจอพนักงานรายนี้ให้จับกุมโดยทันที และหากพนักงานรายนี้จะกลับมาทำงานตนก็คงไม่รับ ส่วนเรื่องการรับผิดชอบ ตนก็ต้องให้ลูกค้ายอมรับก่อนว่าได้เข้ามาที่ร้านตอนร้านปิด ซึ่งถ้ายอมรับเช่นนี้ เรื่องการรับผิดชอบก็คงต้องมาคุยกันอีกครั้ง หลังจากนี้ ตนก็คงจะต้องทำป้ายบอกลูกค้าว่าร้านปิดแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้น

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ (แฟ้มภาพ)

ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ให้ข้อมูลว่า สำหรับนายจ้าง ในเบื้องต้นถือว่ามีความผิดตามมาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น เนื่องจาก พนักงานยังคงอยู่ในสถานที่ทำงานอยู่

ส่วนทางพนักงานก็ถือว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง ที่มีการเปิดร้านในช่วงหลังเลิกงานไปแล้ว แต่เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งว่าข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

keyboard_arrow_up