แม่เด็ก 12 ปัดรับข้อเสนอ ครูพละขืนใจลูก ยื่น 2 แสน – ส่งเรียนต่อ ขอจบเรื่อง

จากกรณี ผู้ปกครองของเด็กหญิงอายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท พาลูกสาว เข้าร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยนาท โดยแจ้งว่าลูกสาวถูกครูสอนวิชาพละศึกษา วัย 40 ปี ข่มขืนถึง 2 ครั้ง เมื่อเดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่โรงเรียนกลับเพิกเฉย และให้ครูพละคนดังกล่าว ไปช่วยราชการทางกองการศึกษา เทศบาลวัดสิงห์ (อ่าน : เพื่อนแฉซ้ำ! ครูพละข่มขืนเด็ก 12 ไม่ใช่รายแรก อึ้ง เจ้าชู้ หื่นชอบขาวอวบ ขยำเต้าศิษย์)

แม่ของเด็กผู้เสียหาย (แฟ้มภาพ)

วันที่ 7 ม.ค. 62 แม่ของเด็กหญิงผู้เสียหาย เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่า หลังมีการนำเสนอข่าวออกไป คู่กรณีได้เข้ามาติดต่อทางญาติทางคนรู้จัก เพื่อจะเข้าช่วยเหลือ รวมถึงยื่นข้อเสนอเงิน 200,000 บาท พร้อมติดต่อส่งเสียค่าเล่าเรียนโรงเรียนประจำ เพื่อจบเรื่อง

ครูบอล ครูพละผู้ถูกกล่าวหา

โดยตนยืนยัน ไม่ขอรับเงินและการช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้นจากครูพละคนดังกล่าว และจะขอดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด แม้ว่าคนที่รู้จัก คนแถวบ้านและญาติ ๆ จะมาพูดจากหว่านล้อมกับตน ให้รับเงินเพราะหากไม่ยอมความจะทำให้ฝั่งคู่กรณีจะหมดอนาคต แต่ตนเห็นว่า เด็กอายุแค่ 12 ปี ต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ ไม่คุ้มกับตราบาปที่ติดตัวไปตลอดชีวิตและไม่มีอะไรที่จะทดแทนกันได้ เพราะสิ่งที่สูญเสียไป เงินก็ช่วยอะไรให้กลับคืนมาไม่ได้

พร้อมกันนี้ ตนต้องการฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ขอให้ดำเนินคดีกับครูพละคนดังกล่าวอย่างถึงที่สุด เพราะไม่อยากให้ไปก่อนเหตุแบบนี้กับเด็กคนไหนอีก และฝากถึงผู้ใหญ่ของบ้านเมืองช่วยดูแลให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว เพราะแม้เหตุการณ์นี้จะแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ตนก็อยากให้มีการลงโทษตามขั้นตอน

พ.ต.อ.เชษชัย เชษฐศิริ ผกก.สภ.วัดสิงห์

ขณะที่ พ.ต.อ.เชษชัย เชษฐศิริ ผกก.สภ.วัดสิงห์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้รับเรื่องเกี่ยวกับกรณีการเจรจาไกล่เกลี่ยเงินจำนวน 200,000 บาท แต่ยืนยันว่า เงิน 200,000 บาท ไม่มีผลต่อรูปคดี เนื่องจากความผิดดังกล่าวเป็นไปตามประมวลกฏหมายอาญา ไม่สามารถยอมความกันได้ แต่เรื่องเงินนั้นครอบครัวจะรับหรือไม่รับก็ไม่เป็นผลอะไรทั้งสิ้นกับรูปคดี

พร้อมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นคดีที่คนให้ความสนใจ หากพบว่ามีพฤติการณ์ส่อทุจริต หรือใช้เงินมาเจ้าหน้าที่ก็อาจเข้าข่ายติดสินบนเจ้าพนักงานอีกกระทงด้วย ณ ตอนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เข้าข้างใคร ทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่เกี่ยวว่าผู้ต้องหาเป็นข้าราชการ

keyboard_arrow_up