ชาวใต้เร่งอพยพหนีพิษปาบึกเข้าถล่ม 3-5 ธ.ค.นี้ อ่าวไทยคลื่นสูง นทท.งดเล่นน้ำ

สภาพอากาศในภาคใต้วันนี้ (3 ธ.ค. 61) ค่อนข้างหน้าเป็นห่วง หลังจากที่กรมอุตุฯ ประกาศเตือน พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้า ๆ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในวันที่ 3 มกราคม 2562 ล่าสุดหลายๆ พื้นที่ในภาคใต้ได้เริ่มอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว

ที่สงขลา คลื่นลมแรงเริ่มซัดเข้าชายฝั่งสงขลาแล้ว ทำให้ชุมชนชาวประมงต้องรีบนำเรือขึ้นฝั่ง และเฝ้าระวังบ้านเรือน เตรียมพร้อมรับมือพายุปาบึก

ที่หาดสมิหลาตอนนี้ คลื่นลมแรงซัดเข้าทำลายชายฝั่งอย่างหนัก โดยเฉพาะในจุดที่มีการก่อสร้างแนวหินกันคลื่น โดยคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ทำให้ชุมชนชาวประมงเก้าเส้ง อำเภอเมือง ต่างเร่งนำเรือประมงชึ้นฝั่ง ไปอยู่ในที่ปลอดภัย ป้องกันคลื่นลมซัดถล่ม และยังได้ติดตามสภาพคลื่นลม เพื่อเตรียมรับมือ

โดยได้มีการวางกระสอบทรายบริเวณแนวชายฝั่ง ป้องกันทรัพยสินในบ้านเรือนได้รับความเสียหาย คาดว่า ในช่วงบ่ายคลื่นลมจะมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เรียกประชุมหน่วยเกี่ยวข้องเช้านี้ทันที เพื่อเตรียมพร้อมรับมือทั้งสภาพคลื่นลมและฝน ส่วนเทศบาลนครสงขลาได้ปักธงแดงเตือนภัย บริเวณหาดสมิลาระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร เตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำทะเลอย่างเด็ดขาด

ส่วนที่ อ.สิงหนคร ชาวบ้านในชุมชนชาวเล บ้านหาดแก้ว เริ่มขนย้ายข้าวของออกจากบ้านไปเก็บไว้ที่อื่นชั่วคราวแล้ว เก็บเรือ – เก็บอวนขึ้นฝั่ง และหยุดออกทะเลชั่วคราว เพราะตอนนี้เริ่มมีฝนตกและคลื่นลมแรงขึ้นทุกขณะ และที่บ้านหาดแก้ว ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยง ที่อาจถูกคลื่นซัดเข้าถล่มบ้าน ซึ่งเกิดขึ้นทุกปี ซึ่งตอนนี้ทุกคนเฝ้าติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด หากคลื่นแรงหรือน้ำทะเลหนุนก็พร้อมอพยพทันที

ส่วนที่จังหวัดชุมพร ชาวบ้านหมู่ 5 อำเภอละแม จังหวัดชุมพร อพยพ ออกมาจากบ้านในพื้นที่เสี่ยงพายุปาบึกแล้ว  โดยบอกว่า รู้สึกกลัวจะไม่ปลอดภัย เพราะไม่เคยประสบเหตุการณ์แบบนี้ มาก่อน

โรงเรียนบ้านแหลมสันติ หนึ่งในจุดที่ถูกจัดเป็นศูนย์อพยพ เตรียมความพร้อมรองรับประชาชนในพื้นที่ โดยได้ประกาศให้ผู้ปกครองมารับนักเรียนในช่วงเที่ยง เพื่อเตรียมห้องเรียนใช้เป็นห้องพักประชาชน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถรองรับได้ประมาณ 100 คน 

ทั้งนี้จากการสำรวจพื้นที่ ม.5 บ้านแหลมสันติ พบว่าชาวบ้าน เริ่มเก็บของเตรียมอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากมีการแจ้งเตือนจากผู้ใหญ่บ้านให้ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยงย้ายไปอยู่ในจุดที่จัดเตรียมไว้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ได้ออกลาดตระเวน เพื่อเฝ้าระวัง และดูแลความเรียบร้อย

ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชการเตรียมการรับ สถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก โดยสั่งอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งทะเลทั้งหมดไปยังจุดปลอดภัย ขณะที่เกษตรที่เคยเลี้ยงสัตว์ไว้ริมทะเล ก็ได้ขนย้ายไปในพื้นที่ชั้นในแล้ว ชาวบ้านในอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่อาศัยอยู่ติดกับชายทะเล เร่งขนย้ายสิ่งของ ออกจากพื้นที่ เพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก

ขณะเดียวกัน ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชการเตรียมการรับ สถานการณ์พายุโซนร้อนปลาบึกล่าสุดที่อำเภอสิชลนายอำเภอได้สนธิกำลังพร้อมกับทหารสั่งการอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งทะเลทั้งหมดไปยังจุดปลอดภัยตามวัดและโรงเรียนในพื้นที่ขณะเดียวกันมีการสั่งปิดโรงเรียนทั้งหมดของอำเภอสิชลเพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับการอพยพและเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เรียกประชุมส่วนราชการทั้งหมด เพื่อประเมินสถานการณ์พายุ “ปาบึก” พร้อมประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง ระวังอันตรายจากคลื่นลมที่พัดเข้าหาฝั่ง เรือเล็กที่มีขนาดความยาวน้อยกว่า 12 เมตร ให้งดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 5 มกราคม เพราะมีรายงานว่า ตอนนี้คลื่นลมในทะเลอันดามัน กำลังแรงขึ้นเรื่อยๆ ความสูงตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 2 เมตร

keyboard_arrow_up