ตายายหวิดดับ เผยโคมลอยเผาบ้าน ฉะคนสะเดาะเคราะห์ ที่แท้สร้างกรรม (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพ สภาพบ้านหลังถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย พร้อมข้อความระบุว่า “HNY 2019 ผลของการปล่อยโคมลอยวันปีใหม่ บ้านที่แปดริ้วเกือบไหม้ทั้งหลัง ถ้าดับไม่ทัน แล้วถ้าคนในครอบครัวผมเป็นอะไรขึ้นมา คงเป็นเรื่องแย่รับปีใหม่ ขอประณามพวกที่ยังเ-ือกปล่อยโคมลอย”

รอบไหม้บริเวณกำแพงบ้าน
จุดที่โคมลอยร่อนตก และจุดต้นเพลิง

วันที่ 2 ม.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่บ้านที่เกิดเหตุ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พบว่าที่ซอกแคบ ๆ ด้านซ้ายของนอกตัวบ้าน ที่เจ้าของบ้านไว้เก็บของเก่า เช่น พัดลมที่ไม่ใช้แล้ว และกระเป๋าเดินทางหลายใบ โดยพบว่าถูกไฟไหม้เกือบทั้งหมด

นายกิจจา นาคนิยม คุณตาเจ้าของบ้าน

ด้าน นายกิจจา นาคนิยม อายุ 64 ปี คุณตาเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุโคมไฟตกใส่บ้าน ตนกำลังนอนหลับอยู่ แต่ตื่นเพราะภรรยาใช้ไม้เคาะเรียก จากนั้นเมื่อเดินลงมาที่บันได พบว่ามีไฟออกมาจากบริเวณด้านซ้ายของนอกตัวบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่ตนใช้สำหรับเก็บของ โดยมีพัดลม กระเป๋าเดินทาง และผ้าห่ม ต่อมาตนจึงรีบลงมาและดับไฟ โดยใช้ขันน้ำมนต์สาด จากนั้นก็รีบลงมาใช้น้ำที่ชั้นล่างของบ้านไปดับไฟอีก ใช้เวลากว่าชั่วโมงในการดับไฟ เมื่อดับเสร็จแล้วก็โทรแจ้งตำรวจ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

ซากโคมลอยที่พบในที่เกิดเหตุ

ตนคาดว่าไฟอาจจะไหม้จากการที่ศาลากลางจัดงานและมีการจุดพลุ เพราะตนได้ยินเสียงระเบิด และคิดว่าพลุระเบิด แต่ในตอนเช้า หลังเข้าตรวจสอบความเสียหายของบ้านจึงพบว่ามีโคมลอยตกอยู่ข้างโอ่ง โดยตนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณแขนข้างขวาจำนวน 2 แผล และแขนซ้ายเล็กน้อย ส่วนขาก็เป็นแผลเก่า แต่ชนกับโอ่งซ้ำอีก เพราะว่ากระแทกกับขอบโอ่งตอนที่ตักน้ำดับไฟ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บ มีเพียงความคิดที่จะรีบดับไฟเท่านั้น เพราะไม่เช่นนั้นคงจะลามและไหม้ทั่วบ้าน และช่วงนั้นไม่ได้คิดถึงทรัพย์สินภายในบ้าน

บาดแผลของนายกิจจา

นอกจากนี้ นายกิจจา เปิดเผยอีกว่าอีกว่า หากตนดับไฟไม่ทัน ป่านนี้อาจต้องไปอาศัยอยู่ที่วัด อีกทั้งตนอาจจะมีความผิดไปด้วย หากไฟลามไปไหม้ที่บ้านคนอื่น ทั้งนี้ บริเวณศาลากลางมีการจัดงานปีใหม่เป็นประจำทุกปี แต่ตนไม่ทราบว่า ทำไมในปีนี้โคมลอยถึงมาตกที่บ้านของตน และเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น

ครอบครัวของนายกิจจา พาทีมข่าวสำรวจสภาพความเสียหายของบ้าน

นอกจากนี้ ครอบครัวของนายกิจจา ยังได้พาผู้สื่อข่าวสำรวจสภาพความเสียหายของบ้าน พร้อมบอกว่า การปล่อยโคมลอยนั้นเป็นการทำให้คนอื่นเดือดร้อนเสียมากกว่าการสะเดาะเคราะห์กรรมของผู้ปล่อย หากวันดังกล่าวไม่มีใครอยู่บ้าน บ้านทั้งหลังก็คงจะไหม้ไปไม่เหลือ ดังนั้นจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่า การจุดโคมลอยยังจำเป็นอยู่หรือไม่

ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา พ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ภายในงานปีใหม่ที่บริเวณศาลากลาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่า ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่มีการปล่อยโคมลอยในวันปีใหม่แต่อย่างใด คาดว่าอาจจะเป็นชาวบ้านที่ปล่อยโคมลอยกันเอง

keyboard_arrow_up