รวบหนุ่มมือเผาคอนโดฯ ไม่นึกลามหนัก ปัดทะเลาะเพราะขออึ๊บเพื่อนเมีย

จากกรณีเหตุไฟไหม้ห้องชุดในโครงการการเคหะแห่งชาติ หนองจะบก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดย รปภ. ให้การว่าสาเหตุของการวางเพลิงในครั้งนี้เกิดจากคู่สามีภรรยาทะเลาะกัน เนื่องจากฝ่ายสามีขอมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนภรรยานั้น (อ่าน : สุดอึ้ง หนุ่มแค้นเมียไม่ให้เคลมเพื่อนสาว ยัวะขวดฟาดหัว จุดไฟเผาห้องประชด)

สภาพห้อง ภายหลังเกิดไฟไหม้
อาคารเคหะฯ จุดเกิดเหตุ

วันที่ 2 ม.ค. 62 ชุดสืบสวนสภ.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมาสามารถติดตามจับกุมตัวนายปิยะพาสน์ เวาะยีโด อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาได้แล้ว ที่บ้านภายใน ซ.สายไหม แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านของผู้ต้องหา เมื่อวานนี้ (1 ม.ค.) และนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.โพธิ์กลาง ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทะเลาะกับแฟนและทำร้ายร่างกายจนแฟนบาดเจ็บศีรษะแตก และต่อมาแฟนไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดี ตนจึงเกิดบันดาลโทสะก่อเหตุเผาห้องเพื่อประชด

พ.ต.ท. พิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง

ด้าน พ.ต.ท. พิชัย เชิดชู รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง กล่าวว่า สำหรับเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากผู้ต้องหาทะเลาะกับแฟนที่อยู่กินด้วยกันแล้วก็โกรธกัน ต่อมาผู้ต้องหาใช้สเปรย์ฉีดพร้อมกับจุดไฟแช็กเผาสิ่งของของแฟน โดยไม่คาดคิดว่าไฟจะลุกลามจนไหม้ห้อง จากนั้นจึงปิดห้องแล้วหนีออกไป โดยระหว่างนั้น ผู้ต้องหาส่งข้อความไลน์หาแฟนสาวว่า “ออกไปแล้วนะ ของเผาแล้ว”

ต่อมา ศาลอนุมัติหมายจับนายปิยะพาสน์  โดยทราบว่าผู้ต้องหามีภูมิลำเนาที่เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงประสานไปยัง สน.สายไหม พร้อมส่งชุดสืบสวนของสภ.โพธิ์กลางติดตามไปด้วย กระทั่งสามารถขับกุมผู้ต้องหาได้ เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน (1 ม.ค.)

คดีนี้ถือว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญอีกคดีหนึ่ง เนื่องจากหากดับไฟไม่ทันก็อาจเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาคือ วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งมีโทษสูงถึงขั้นประหารชีวิต แต่ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อีกทั้งยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดแก่ผู้เสียหายอีกด้วย

นายปิยะพาสน์ เวาะยีโด อายุ 25 ปี ผู้ต้องหา

พ.ต.ท. พิชัย กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่เป็นข่าวว่าผู้ต้องหาทะเลาะกับแฟน เนื่องจากพูดว่าขอหลับนอนกับเพื่อนแฟนที่ร้านคาราโอเกะ แต่ฝ่ายหญิงและแฟนไม่ยินยอมนั้น จากการสอบถามผู้ต้องหาและแฟนของผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และไม่ได้เป็นไปตามที่ ร.ป.ภ.ของการเคหะคนแรกให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ อีกทั้งแฟนผู้ต้องหายังกล่าวกับพนักงานสอบสอบสวนว่า การให้ข่าวเช่นนั้นทำให้ตนเองเสียหาย และเสียชื่อเสียง ทั้งที่ไม่มีมูลความจริง อีกด้วย

keyboard_arrow_up