มือยิงควายรับจนตรอก ลั่นไกมีสติ บอกถูกกระทำ ถ้ายอมมากกว่านี้อาจไม่ใช่แค่ชีวิตสัตว์ที่บุกรุก (คลิป)

จากกรณีเกิดเหตุชาวบ้านในพื้นที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ถูกเพื่อนบ้านยิงควายที่เลี้ยง หลังควายข้ามไปกินหญ้าในที่ดินของอีกฝ่าย ทำให้ควายตายไป 1 ตัว และอีกตัวมีอาการบาดเจ็บบริเวณขา โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 61 (อ่าน: พยานเผย นาทีคนยิงควายท้องแก่เดือดจัดกินหญ้าล้ำที่ ร้องห้ามให้ใจเย็น ไม่ฟังก่อนลั่นไกต่อหน้า)

ฝูงควายที่นายสมนึกดูแล

วันที่ 27 ธ.ค. 61 นายสมนึก คำบุบผา คนเลี้ยงควาย เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (27 ธ.ค.) ตนเดินทางไปที่ สภ.พนัสนิคม เนื่องจากตำรวจนัดไกล่เกลี่ย เมื่อพบกับนานยพีรพงษ์ พงษ์วัฒนกุล มือปืนที่ยิงควายที่ตนเลี้ยง อีกฝ่ายก็บอกตนว่า  “ผมไม่ให้หรอกเงิน ให้ไปฟ้องร้องเอา ดูสิว่าจะมีปัญญาไปขึ้นศาลไหม” เมื่อได้ยินอย่างนั้นตนก็ไม่คิดอะไร หรือหากคนยิงไม่ให้เงินก็ไม่ว่าอะไร และยอมรับว่าคงไม่มีปัญญาจะไปฟ้องร้องเหมือนที่นายพีรพงษ์ได้พูดไว้

นายสมนึก คำบุบผา คนเลี้ยงควาย

นายสมนึก บอกว่า ตนเองไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของสุนัขที่เข้าไปกัดเป็ดบ้านนายพีรพงษ์ แต่ยอมรับว่าบ้านของตนนั้นเลี้ยงสุนัขจริง แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้ไปในพื้นที่ของบ้านนายพีรพงษ์เลย ตนยืนยันว่าไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับนายพีรพงษ์ เพราะแม้แต่คุยกันยังไม่เคย ส่วนที่บอกว่ามีเรื่องบาดหมางกันมาเป็นเวลา 10 ปี ก็ไม่จริง

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตนเองไม่เคยจงใจปล่อยควายเข้าไปในที่ดินของอีกฝ่าย แต่ยอมรับว่าควายที่เลี้ยงอยู่ 10 ตัว อาจจะมีบางครั้งดูแลได้ไม่ทั่วถึง จึงหลุดไปบ้าง ทั้งนี้ ตนเองก็พยายามที่จะดูแลควายทั้งหมด ไม่เคยที่จะท้าทายปล่อยควายเข้าพื้นที่

อาการบาดเจ็บของควายที่ถูกยิง

สุดท้าย ตนอยากจะบอกกับนายพีรพงษ์ว่า เป็นคนบ้านเดียวกัน ขอให้พูดกันดี ๆ  อย่าโกรธเคีองอะไรกัน หากตนไปทำอะไรให้นายพีรพงษ์เสียหายก็บอกมา หรือเรียกค่าเสียหายมาได้ ตนเองก็เสียใจแทนเจ้าของควาย ที่ทำให้ควายต้องตาย เพราะตนดูแลไม่ดี โดยวันนี้ปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่มาฉีดยาแก้อักเสบให้ควายตัวที่ได้รับบาดเจ็บ และพรุ่งนี้จะต้องเช่ารถเพื่อพาไปรักษาผ่าตัดกระสุนที่ฝังในขา แต่ตนก็ไม่มีเงิน อาจจะต้องติดเงินค่ารถที่จะเอาควายไปส่งรักษาก่อน เนื่องจากตนเองมีเงินติดตัวไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น

นายพีรพงษ์ พงษ์วัฒนกุล คนที่ยิงควาย

ด้านนายพีรพงษ์ พงษ์วัฒนกุล คนที่ยิงควาย บอกว่า ทุกวันนี้ตนเองอยู่บ้านหลังนี้คนเดียว เลี้ยงเป็ด เลี้ยงปลา ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ทำเกษตรกรรมไป ไม่เคยไปวุ่นวายกับชาวบ้าน ไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร รายได้มาจากการเก็บไข่เป็ดขายเท่านั้น ตนเป็นคนรักสงบ สันโดษ ไม่เคยออกไปงานเลี้ยงใส่ซองให้กับชาวบ้าน เพราะไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น ซึ่งตนใช้ชีวิตเรียบง่ายที่บ้านหลังนี้มากกว่า 10 ปีแล้ว เพราะมีความฝันว่าจะเปลี่ยนที่ดินดังกล่าวเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางการเกษตร เปิดให้เกษตรกรในพื้นที่เข้ามาศึกษาดูงาน แต่ก็มาเกิดเรื่องเสียก่อน ยืนยันว่าตัวเองไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็ต้องมีลูกน้องบริวาร แต่ตนอยู่ที่บ้านหลังนี้เพียงคนเดียว และชี้แจงว่าไม่ได้เป็นคนหัวรุนแรง ไม่เช่นนั้นคงมาปลูกผักเลี้ยงสัตว์แบบนี้ไม่ได้ อยากให้สังคมลองมองมุมกลับดูบ้างว่า เหตุใดตนถึงต้องเลือกทางออกด้วยการยิงปืนแบบนี้

เป็ดของนายนายพีรพงษ์

ก่อนหน้านี้ยอมรับว่า เคยมีปัญหากับนายสมนึกคนที่เลี้ยงควาย เนื่องจากบ้านดังกล่าวปล่อยสุนัขเข้ามากัดเป็ดที่ตนเลี้ยงถึงขั้นที่ต้องนำรั้วสังกะสีมากั้น และไม่ใช่เฉพาะสุนัขที่กัดเป็ดจนตายหลับสิบตัว หมูที่เลี้ยงเอาไว้ และของใช้ เช่น เครื่องชั่งหมูก็หายไปด้วย ตนอึดอัดกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเก็บเรื่องนี้มานาน แต่พักหลังเกิดเหตุถี่มากยิ่งขึ้น “ผมมองว่าผมเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ผมอดทนมานาน จนมันสุดแล้ว มันจนตรอกแล้ว ถ้าผมยอมมากกว่านี้ สักวักหนึ่งมันอาจจะรุนแรงกว่านี้ มันอาจจะไม่ใช่ชีวิตสัตว์ที่มาบุกรุก” นายพีรพงษ์กล่าว

นายพีรพงษ์ ยอมรับว่า รู้สึกเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่โดยพื้นฐานแล้ว ตนเป็นคนที่มีสมาธิ และสติมากว่านี้ ส่วนเรื่องที่ทำไปตนเองก็กล้ารับ และจะปล่อยให้เป็นเรื่องกระบวนการทางกฎหมาย และขอไปพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล ส่วนเมื่อวานนี้ได้เจอคู่กรณี ยืนยันว่าไม่เคยไปพูดดูถูกคู่กรณีว่าจน ไม่มีปัญญาฟ้องร้องศาล เพราะตนเองก็ใช้ชีวิตแบบสมถะ แบบคนจนเหมือนกัน จะไปว่าคนอื่นได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ถ้าตนไม่ไหวจริง ๆ ก็อาจจะต้องย้ายออกจากพื้นที่ เนื่องจากตนเข้ามาอยู่ในพื้นที่นี้เพียง 10 ปี แต่คู่กรณีเขาอยู่มานาน ชาวบ้านแถวนี้ก็เป็นญาติพี่น้องของคู่กรณี ตนเองเพียงอยากจะบอกกับสังคมว่า “ด่าผมมาได้เลยครับ กับสิ่งที่ผมยิงควาย ผมยอมรับผิด แต่ขอให้ด่าเฉพาะผม อย่าด่าญาติพี่น้องผมที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ไหม ผมขอร้อง ผมขอร้องทุกคนเหมือนกับที่ผมขอร้องเขาว่า อย่าเอาควายเข้ามาในพื้นที่”

keyboard_arrow_up