คนขับโชว์หางรถไถไร้รอยเลือด การันตีไม่ได้ฆ่าเด็ก 2 ขวบหลงป่าอ้อย ขยาดถูกใส่ร้ายไม่กล้าขับ (คลิป)

จากกรณี เด็กชายซูลุยผิว (น้องต้าแง) อายุ 2 ขวบ ลูกชายของแรงงานเมียนมา ที่เดินหลงเข้าไปในป่าอ้อย หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แล้วหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา กระทั่งวานนี้ (25 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่พบร่างของเด็กชายซูลุยผิว นอนเสียชีวิตอยู่ ห่างจากจุดที่มีคนเห็นวิ่งเล่นก่อนหายตัว ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยจุดที่พบอยู่ใกล้กับรางน้ำ มีหญ้าขึ้นปกคลุม ล่าสุดครอบครัวเดินทางเข้าให้ปากคำและสงสัยปมการเสียชีวิตว่าเกิดจากคนขับรถไถชนหรือไม่ นั้น

นางสาวมอ และนายเพียว ทำพิธีอัญเชิญวิญญาณ

วันที่ 26 ธ.ค. 61 นางสาวมอ และนายเพียว พ่อแม่ของเด็กชายซูลุยผิว จุดธูป ทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณลูกชาย บริเวณพงหญ้าข้างร่องน้ำกลางป่าอ้อย จุดที่พบศพลูกเมื่อบ่ายวานนี้

สภาพบาดแผลของ เด็กชายซูลุยผิว
ข้อพิรุธการเสียชีวิตของเด็กชายซูลุยผิว

โดยทั้งคู่ ขอให้ลูกไปสู่สุขคติ จะหมั่นทำบุญไปให้ และอยากให้ลูกมาเข้าฝันบอกว่าเสียงชีวิตยังไง เกิดอะไรขึ้น เพื่อจะได้เอาตัวคนผิดมารับโทษ ทั้งนี้ เชื่อว่าลูกชายเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ เพราะเด็ก 2 ขวบ ไม่สามารถเดินมาไกลจากจุดที่หายไปได้ ต้องมีคนพามาทิ้งไว้บริเวณนี้

นางสาวปฏิมา ตั้งปรัชญากูล ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน

นอกจากนี้ ที่ สภ.สระยายโสม นางสาวปฏิมา ตั้งปรัชญากูล ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน กล่าวว่า ตนเข้าไปพบกับครอบครัวของเด็กชายซูลุยผิว โดยสอบถามกับเด็กผู้หญิงสามขวบ ได้ความว่าเด็กพูดว่า “กา” เป็นภาษาเมียนมา แปลว่า รถ แต่ขณะนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นรถอะไร และเมื่อตนจึงเปิดภาพรถไถจากโทรศัพท์มือถือให้เด็กดู ปรากฏว่าเมื่อเด็กเห็นภาพรถไถสีฟ้าก็พูดว่า “อันนี้ ๆ” จากนั้นพบว่า เด็กชี้ไปที่บริเวณหางรถไถด้านหลังรถไถของนายสมาน

นายสมาน วงษ์กัณหา คนขับรถไถ

ขณะที่ นายสมาน วงษ์กัณหา คนขับรถไถ เปิดเผยว่า ตนรู้สึกเสียความรู้สึก และน้อยใจที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเข้าใจตนผิด ทั้งที่ตนพยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับกลายเป็นจำเลยของสังคม แต่ตนก็ไม่รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใด เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ใช่สาเหตุหรือคนที่ทำเด็กชายซูลุยผิว เสียชีวิต

รถไถของนายสมาน

นอกจากนี้ นายสมาน บอกว่า ตอนแรกรู้สึกสงสารครอบครัวของเด็กชายซูลุยผิว แต่ตอนนี้ตนเริ่มโกรธและโมโห ตั้งแต่ที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตตั้งข้อสงสัยว่าตนเป็นคนทำเด็กชายซูลุยผิวเสียชีวิต ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ไม่เป็นธรรมกับตน แต่ทั้งนี้ หากหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายใดต้องการนำรถไปตรวจพิสูจน์หลักฐานตนก็ยินดีให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

บริเวณที่นายสมานพบเด็ก เมื่อเปรียบเทียบกับภาพสถานที่จริง
จำลองเหตุการณ์จากคำให้การของนายสมาน ขณะพบเด็ก

โดย คนขับรถไถ เผยต่อว่า ขณะเกิดเหตุ (17 ธ.ค.) เวลาประมาณ 11.00 น. ตนขับรถไปตามถนนในไร่ ขณะขับรถเห็นว่ามีเด็ก 2 คน อยู่ริมถนน บริเวณร่องอ้อย ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร ซึ่งตำแหน่งที่พบเห็นเด็ก คือตำแหน่งเดียวกับที่มีการตั้งกองอำนวยการ ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ ที่เด็กจะวิ่งแล้วเข้าหารถไถและถูกรถชน ส่วนประเด็นที่ว่าหายตัวไปหลังวันเกิดเหตุนั้น ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ตนขอยืนยันว่าไม่ได้หายไปไหน

หางรถไถ ชนิดริปเปอร์
หางรถไถ ชนิดผาน 3

นอกจากนี้ สาเหตุที่ตนเปลี่ยนหางรถไถ จากเดิมที่ในวันที่พบเด็กหางรถไถเป็นชนิดริปเปอร์ (มีลักษณะเป็นเขี้ยวเหล็ก 5 ซี่) เป็นหางรถไถผาน 3 (มีลักษณะเป็นเหล็กวงกลมจำนวน 3 แผ่น) นั้น เนื่องจากปรับหางรถไถให้เข้ากับดินของไร่อ้อยแปลงนั้น ๆ ทั้งนี้ ตั้งแต่ตนใช้งานรถไถคันนี้มา 3 ปี หลังจากไถเสร็จแล้วไม่เคยโดนน้ำ ไม่เคยล้างรถ ไม่เคยเหยียบน้ำ จะโดนแค่น้ำฝนและน้ำค้างเท่านั้น

ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าไม่ได้ทำลายหลักฐานและไม่ได้มีการกลบเกลื่อนหรืออำพรางคดีแต่อย่างใด และหากว่าใครยังมั่นใจว่าตนเหยียบเด็กตาย ก็ให้ออกมาแสดงตัวออกมา แต่หากผลการพิสูจน์ออกมาแล้วตนไม่ผิด ก็จะขอดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวหา

นางสาวฐิติมา จินดาวงษ์ หลานสาวคนขับรถไถ

ในขณะเดียวกัน นางสาวฐิติมา จินดาวงษ์ หลานสาวคนขับรถไถ เปิดเผยว่า หลังจากน้าของตนถูกตั้งข้อสงสัยว่า อาจจะเป็นผู้ก่อเหตุขับรถไถชนเด็กชาวเมียนมาเสียชีวิต ตนก็มองว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะหากรถไถชนเด็ก เหยียบเด็ก หรือทับ ร่างของเด็กก็จะต้องบิดงอ เสียรูป และถ้าหากมีการขับรถเหยียบเด็กจริงจะต้องพบหมวก รองเท้า และเสื้อที่หล่นหายไปด้วย อีกทั้งปกติแล้วเมื่อขับรถวิ่งบนถนนจะต้องมีการยกหางรถไถขึ้นสูง ไม่ใช่นั้นจะทำให้หมดความคมได้ นอกจากนี้วันเกิดเหตุ น้าตนอยู่ที่บ้านตามปกติ และไม่มีท่าทีหรือความผิดปกติอะไร

ทั้งนี้ ตนต้องการบอกกับคนที่กำลังโจมตีอาของตนว่า หากยังไม่รู้ความจริงอย่าเพิ่งตัดสิน เพราะจะทำให้คนบริสุทธิ์ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม

ในขณะเดียวกันทีมข่าวสังเกตเห็นของเล่นเด็ก และรองเท้าเด็กภายในบ้านของคนขับรถไถจำนวนมาก ซึ่งนางสาวฐิติมา อธิบายว่า ของทั้งหมดนี้เป็นของลูกสาวและลูกชายของอา

ผู้สื่อข่าวจำลองการเดิน ภายในไร่อ้อย

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวทดลองเดินตามเส้นทางที่มาจากจุดที่เด็กชายหายตัวไป มาถึงบริเวณที่ห่างจากจุดพบศพประมาณ 100 เมตร ซึ่งเป็นการทดสอบโดยไม่สวมรองเท้า เพื่อจำลองว่าหากน้องเดินเท้าเปล่าโดยไม่สวมรองเท้าหรือไม่สวมถุงเท้า

พื้นดินของไร่อ้อย

พบว่าความลำบากในการเดินภายป่าอ้อยคือ ดินที่แข็งขรุขระ มีเศษไม้และก้อนหินตลอดแนวร่องอ้อย อีกทั้งยังมีตออ้อย ซึ่งหากเดินมาเตะแล้วอาจจะเกิดบาดแผลได้ รวมถึงตลอดเส้นทางมีหญ้า เถาวัลย์ ตลอดจนมดแมลงเล็ก ๆ และผึ้งป่าจำนวนมาก

นอกจากนี้ พบว่ามีใบอ้อยหน้าทึบ ต้องใช้มือแหวก ซึ่งใบอ้อยค่อนข้างคม ประกอบกับมีขนที่ทำให้บาดแขน ขา ใบหน้า ดวงตา และเกิดอาการคันระคายเคือง และแสบผิวหนังได้

นายสมาน วงษ์กัณหา ผู้ขับรถไถ

นอกจากนี้ นายสมาน วงษ์กัณหา ผู้ขับรถไถ ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่า ตั้งแต่ตนตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องการกับการหายตัวของเด็กชายซูลุยผิว วัย 2 ขวบ ชาวเมียนมา ทำให้ตนไม่กล้าขยับรถไถ หรือนำรถไถออกไปปรับปรุงดินในไร่อ้อยของตนเองอีกเลย เนื่องจากถูกคนในสังคมโจมตีอย่างหนัก และกังวลว่า หากนำรถไถออกมาใช้ ก็กลัวคนจะมองว่าเป็นการทำลายหลักฐาน อาจทำให้กระทบต่อรูปคดีได้

ทั้งนี้ ความกังวลดังกล่าวทำให้ตนต้องสูญเสียรายได้ไปกว่า 4,000 บาท ต่อวันด้วย โดยหลังจากนี้ตนคงต้องรอให้สังคมหยุดโจมตีเรื่องนี้ก่อน ถึงจะกล้านำรถไถออกไปใช้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามนายสมานยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นางสาวมอ และนายเพียว  พ่อแม่ของเด็กที่เสียชีวิต

ขณะที่ นางสาวมอ และนายเพียว  พ่อแม่ของเด็กที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า ภายหลังจากผลชันสูตรพลิกศพออกมา ตนไม่เชื่อว่าบาดแผลเกิดจากแมลงสัตว์กัดต่อย และเชื่อว่าลูกไม่ได้เสียชีวิตด้วยวิธีธรรมชาติ แต่อาจถูกฆาตกรรม หรือถูกกระทำจากที่อื่นก่อนนำมาทิ้งที่จุดพบศพ อย่างไรก็ตาม ตนยังปักใจเชื่อและสงสัยรถไถคันดังกล่าว

ขณะเดียวกันในวันเกิดเหตุ แม่ของเด็กชายซูลุยผิว เผยว่า เด็กชายซูลุยผิวไม่เคยเอาของเล่นไปด้วยและขณะที่หายตัวไปก็ไปตัวเปล่าโดยไม่มีของเล่นติดมือไป

เจ้าหน้าที่นำร่างของผู้เสียชีวิตไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ

ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.สระยายโสม จังหวัดสุพรรณบุรี ส่งร่างเด็กชายซูลุยผิว หรือต้าแง ผู้เสียชีวิตในไร่อ้อย ส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อผ่าชันสูตรเพิ่มเติม

สภ.สระยายโสม

ซึ่ง พนักงานสอบสวน สภ.สระยายโสม ให้ข้อมูลว่า จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้น ยืนยันได้ว่าศพไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ไม่มีบาดแผล หรือถูกของมีคมบาด รวมถึงกระดูกขา และยืนยันว่าไม่พบว่ากระดูกขาหัก แต่พบว่ามีกระดูกผิดรูป เนื่องจากสภาพศพมีการเน่าเปื่อย ประกอบกับผู้ตายเป็นเด็ก ทำให้ข้อต่อและเส้นเอ็นไม่แข็งแรงทำให้ข้อต่อบริเวณสะโพกหลุด

ส่วนสภาพศพนั้น มีการลงความเห็นว่าเสียชีวิตในช่วงเวลาประมาณ 5-10 วัน นอกจากนี้ยังมีการพบบาดแผลถูกสัตว์กัดแทะซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นบาดแผลปกติทั่วไปไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

keyboard_arrow_up