คนขับรถไถ สิ้นสงสารครอบครัวเด็ก 2 ขวบ ชี้ช่วยค้นหา แต่ถูกปรักปรำเป็นฆาตกร ลั่นจบเรื่องขอฟ้องกลับ (คลิป)

จากกรณี เด็กชายซูลุยผิว ชาวเมียนมา วัย 2 ขวบ 1 เดือน สูญหายไปในไร่อ้อย ม.9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี กระทั่งล่าสุด สามารถยืนยันว่า เด็กชายวัยสองขวบเสียชีวิตแล้ว โดยพบร่างที่บริเวณร่องน้ำในไร่อ้อย ซึ่งนางสาวมอ ชาวเมียนมา แม่ของผู้ตาย พบว่าศพของลูกชายนั้นมีข้อผิดสังเกต คือ มีบาดแผลที่ช่วงล่างของร่างกายเป็นจำนวนมาก และของเล่นที่พบในที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ของเล่นของลูก อีกทั้งยังคาดว่า ลูกตนไม่น่าจะเดินไปถึงจุดที่พบศพได้ เนื่องจากเด็กขาไม่ค่อยดี และรู้สึกสงสัยว่าคนขับรถไถ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น (อ่าน : แม่เด็ก 2 ขวบพุ่งเป้าคนขับรถไถเอี่ยวปมลูกตายในป่าอ้อย คาใจของเล่นโผล่ข้างศพใครลวง)

วันที่ 26 ธ.ค. 61 รายการต่างคนต่างคิด ตอน คนขับรถไถ โต้ปมฆ่าหมกป่า เด็ก 2 ขวบ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. เชิญ คุณสมาน วงษ์กัณหา คนขับรถไถ, คุณปฏิมา ตั้งปรัชญากูล ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน และนายแพทย์สิทธา ลิขิตนุกูล หรือหมอกอล์ฟ แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม มาร่วมพูดคุยในรายการ

คุณสมาน วงษ์กัณหา คนขับรถไถ

คุณสมาน เปิดเผยว่า หลังพบตัวเด็กชายที่หายตัวไป ตนก็รู้สึกสบายใจขึ้น เพราะหากไม่พบตัวเด็ก สังคมก็จะเพ่งเล็งมาที่ตน ทั้งนี้ ตนยืนยันความบริสุทธิ์โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ ที่จำเป็นเรียนร้อยแล้ว ส่วนรถไถพลิกหน้าดินสีฟ้าที่เคยปรากฏในข่าวขณะนี้ก็ไม่ได้เคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนแปลงอะไร

ส่วนในวันเกิดเหตุ (17 ธ.ค.) ประมาณ 11.00 น. ตนขับรถไปบริเวณต้นแจงและเห็นเด็ก 2 คน ยืนอยู่ห่างจากต้นแจงพอสมควร โดยเด็กทั้งคู่อยู่ในร่องอ้อย แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเด็กชาวเมียนมา 2 คนนั้นหรือไม่ เพราะตนมองเพียงผ่าน ๆ อีกทั้งในฤดูนี้แรงงานตัดอ้อยก็มักจะพาลูกหลานมาด้วยอยู่แล้ว จากนั้นจึงเดินทางมาที่ไร่อ้อยของตัวเอง ซึ่งห่างจากจุดที่พบเด็กประมาณ 300 เมตร และปรับหน้าดินในที่ดิน ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.

บริเวณถนนหน้าต้นแจงที่นายสมานขับรถไถผ่าน

คุณสมาน กล่าวอีกว่า เป็นไปไม่ได้ที่ตนจะชนเด็กทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากระหว่างที่ขับอยู่บนถนน รถมีเสียงดัง อีกทั้งเห็นว่าเด็กที่พบก็ยังมีอาการถอยหลบ ส่วนระหว่างที่ตนปรับหน้าดินอยู่ก็เป็นไปได้ยากที่เด็กจะเดินฝ่าดงอ้อยเข้ามา

และหากว่ารถของตนขับชนร่างของเด็กขึ้นมาจริง ๆ ร่างของเด็กคงไม่ใช่แค่บาดเจ็บ แต่อาจจะขาดเป็นชิ้น ๆ ไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะรถไถมีน้ำหนักมาก อีกทั้งหากเกิดการชนก็ต้องมีรอยเลือดปรากฏให้เห็นอย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่วันที่รู้ว่าเด็กหายไปก็มีคนมาช่วยค้นหากว่า 30 คน

ส่วนช่วงที่หายไปนั้น ตนกลับไปทำงานคีบอ้อยที่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณดังกล่าวเพียง 500 เมตร ไม่ได้หนีไปไหนอย่างที่คนเข้าใจ

คุณปฏิมา ตั้งปรัชญากูล ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน

ขณะที่ คุณปฏิมา กล่าวว่า ตนเข้าไปพบกับครอบครัวของเด็กชายซูลุยผิวตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. โดยเข้าไปพร้อมกับล่าม ทราบว่าเด็กผู้หญิงสามขวบเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตาย แต่จากการสอบถามในวันที่เกิดเรื่องเด็กยังไม่ให้ข้อมูลอะไรมาก เพียงแค่ชี้ไปทางที่พบศพของเด็กสองขวบจากบริเวณสี่แยกและร้องไห้ ต่อมาเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าไปสอบถามอีก เด็กผู้หญิงจึงบอกคำว่า “กา” เป็นภาษาเมียนมา แปลว่า รถ แต่ขณะนั้นก็ยังไม่รู้ว่าเป็นรถอะไร จากนั้นจึงพาไปชี้ที่รถไถ และตนจึงเปิดภาพรถไถจากโทรศัพท์มือถือให้เด็กดู ปรากฏว่าเมื่อเด็กเห็นภาพรถไถสีฟ้าก็พูดว่า “อันนี้ ๆ”

ต่อมา ตนเห็นรถของคุณสมานจอดอยู่ ขณะนั้นเด็กก็ไม่ได้พูดอะไร แต่เมื่อเดินไปดูเด็กจึงชี้ไปที่บริเวณหางรถไถด้านหลัง ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายใบพัด  ส่วนเรื่องผู้ชายจูงมือนั้น เด็กไม่ได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้ นอกจากนี้ในวันที่ 24 ธ.ค. เด็กก็พูดขึ้นมาอีกว่า “ตายแล้ว” ด้วยคำภาษาไทย แต่ทั้งนี้ตนไม่สามารถสรุปอะไรที่แน่ชัดได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลจากเด็กวัย 3 ขวบ

คุณปฏิมา กล่าวเพิ่มว่า นอกจากนี้ ทราบว่า ในวันเกิดเหตุ คนที่อยู่ใกล้ที่สุดคือ คนตัดอ้อยและลูกอีก 2 คน ซึ่งเป็นชาวไทย ซึ่งคาดว่าลูกของคนตัดอ้อยรายนี้เล่นกับอยู่เด็กชาวเมียนมาทั้ง 2 คน หากได้พูดคุยสอบถามก็อาจจะทราบเรื่องราวที่แน่ชัดขึ้น ขณะนี้ตนยังมีหลักฐานแค่เพียงครึ่งเดียวคือฝ่ายครอบครัวของเด็กชาวเมียนมา

หางรถไถปรับหน้าดิน

จากนั้น คุณสมาน ชี้แจงว่า วันเกิดเหตุกับวันที่คุณปฏิมานำตัวเด็กมาชี้นั้น ตนใส่หางรถไถคนละอย่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม ตนได้ส่งหางรถไถและอุปกรณ์ทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว รวมถึงเสื้อผ้าในวันเกิดเหตุด้วย

นายแพทย์สิทธา ลิขิตนุกูล หรือหมอกอล์ฟ แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม

ด้าน หมอกอล์ฟ แสดงความคิดเห็นว่า เรื่องใบพัดนั้นคาดว่าเด็กอาจจำรายละเอียดได้ไม่แม่นยำนัก ส่วนเรื่องรถไถ คาดว่าเด็กอาจเห็นรถไถของคุณสมานซึ่งอยู่ในบริเวณดังกล่าวบ่อย ๆ และอาจจำได้แต่สี ซึ่งในวันนั้นก็อาจมีรถสีอื่นขับผ่านไปมาก็ได้ ส่วนเรื่องคำพูดว่า “ตาย” นั้น เด็กอาจถูกกดดัน และได้ยินคำพูดจากคนรอบข้างจึงพูดออกมาโดยไม่ได้ใช้วิจารญาณ

ทั้งนี้ จากการพบศพของเด็กชายสองขวบ ห่างจากจุดเกิดเหตุถึง 2 กม. ตนคาดว่าเด็กอาจไม่ได้วิ่งไปเอง เพราะเด็กสามารถวิ่งผ่านช่องระหว่างต้นอ้อยได้ก็จริง แต่อาจไปได้ไม่เร็วนัก ส่วนเวลาเสียชีวิตคาดว่า น้องอาจเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 18- 19 ธ.ค. ขณะนี้การพิสูจน์หลักฐานต่าง ๆ จากศพอาจเป็นได้ยากหรือล่าช้า เนื่องจากสภาพศพที่เน่าอืดไปมาก

ซึ่งสภาพของศพที่พบว่ามีกระดูกขาโผล่ออกมานั้น คาดว่าเกิดจากการเน่าปกติ เนื่องจากเด็กมีเนื้อเยื่อที่บอบบางกว่าผู้ใหญ่ อีกทั้งสภาพแวดล้อมยังเอื้อต่อการย่อยสลาย คือ ร้อนและชื้น ตนจึงไม่ได้ติดใจในจุดนี้

รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 เวลา 18.50 น.

สุดท้าย คุณสมาน กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเด็กเสียชีวิตตั้งแต่ วันที่ 18 – 19 ธ.ค. ก็ขัดแย้งกับ การคาดการของพ่อแม่เด็กที่บอกว่าตนขับรถชนลูกของเขาตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.

ซึ่งการที่ตนถูกพ่อแม่ของเด็กกล่าวหา ก็รู้สึกเสียใจและเสียความรู้สึกมาก ทั้งที่หลังจากเกิดเรื่องตนก็ไปช่วยค้นหาตัวเด็ก เพราะความสงสาร แต่ในวันนี้กลับไม่หลงเหลือความรู้อย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว

ทั้งนี้ ตนไม่รู้จักพ่อและแม่ของเด็กเป็นการส่วนตัว ทั้งยังไม่เคยมีเรื่องเคืองใจกันมาก่อน หากพ่อแม่ของเด็กจะสงสัยก็เป็นสิทธิของเขา แต่หากพิสูจน์ออกมาแล้วตนไม่ผิด แล้วใครจะรับผิดชอบ ขณะนี้ รถไถต้องจอดทิ้งไว้ ใช้ทำงานไม่ได้ อีกทั้งยังเสียเวลา ทั้งที่ผลชันสูตรออกมาว่าไม่ใช่การฆาตกรรม หรือมีร่องรอยการถูกทำร้าย แต่พ่อแม่ของเด็กก็ยังปักใจเชื่อว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุ

เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ตนรู้สึกว่าไม่ได้รับยุติธรรม ดังนั้น หากผลพิสูจน์ออกมาว่าตนไม่ผิด ก็อยากจะตั้งโต๊ะแถลงบอกคนทั้งประเทศไปว่าไม่ผิด เพราะขณะนี้คนจำนวนมากยังเชื่อว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุ

 

keyboard_arrow_up