คนในข่าวแห่งปี ‘วิเชียร ชิณวงษ์’ วีรบุรุษทุ่งใหญ่นเรศวร

อีก 1 บุคคลที่อมรินทร์ทีวี ยกขึ้นมาให้เป็นคนในข่าวแห่งปี คือ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก คนที่จับนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้บริหารบริษัทอิตาเลี่ยนไทย จนเกิดเป็นกระแสการอนุรักษ์ปกป้องสัตว์ป่าและผืนป่าทั่วประเทศ

เหตุการณ์บุกจับ นายเปรมชัย กรรณสูต ผู้บริหารบริษัทอิตาเลี่ยนไทย พร้อมซากเสือดำ เก้ง และไก่ฟ้าหลังเทา เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแวดวงการเมือง, เศรษฐกิจ และกลุ่มนักอนุรักษ์ เมื่อผู้ต้องหาเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับ 46 ของประเทศ จากการจัดอันดับ ปี 2558 เป็นคู่สัญญาโครงการก่อสร้างระดับเมกกะโปรเจกท์ของประเทศมาเกือบทุกรัฐบาล และเป็นคนคุ้นเคยของอดีตรัฐมนตรีมาหลายสมัย

ขณะเดียวกันก็ทำให้ชายหนุ่มที่ชื่อ วิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ถูกกล่าวขวัญถึงทันที

 

 

 

วิเชียร ศิษย์เก่าวนศาสตร์ KU 59 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สร้างชื่อไว้ตั้งแต่เป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน กินพื้นที่ตั้งแต่มุกดาหารไปจนถึงกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาลักลอบตัดไม้พะยูงอย่างหนัก

เริ่มตั้งแต่การจับกุมอดีตนายดาบตำรวจที่ลักลอบขนไม้พะยูงในปี 2555 (23 ธ.ค. 55) ที่จังหวัดมุกดาหาร ปีถัดมา (25 ต.ค. 56) หัวหน้าวิเชียรได้นำกำลังเข้าซ้อนแผน บุกจับขบวนการค้าไม้พะยูงส่งนายทุนข้ามชาติ จับตัวการใหญ่ได้ 5 คน ยึดไม้พะยูงของกลางได้ 28 ท่อน ก่อนจะเปิดปฏิบัติการครั้งใหม่ในปีต่อมา (14 ก.ย. 57) ที่นำกำลังบุกเข้ารวบตัวนักการเมืองท้องถิ่น เป็นถึงสมาชิก อบจ.มุกดาหาร พร้อมอาสาสมัคร อปพร. ได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังล่าสัตว์ป่ากับพรรคพวก ยึดปืนได้ 3 กระบอก

ด้วยความกล้า และทำงานอย่างตรงไปตรงมา เด็กหนุ่มวนศาสตร์จึงได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ ให้มาช่วยปกป้องผืนป่าที่ใหญ่ขึ้น และสำคัญมากขึ้น นั่นคือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก ส่วนหนึ่งของป่ามรดกโลก ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง เดินตามรอยเท้ารุ่นพี่วนศาสตร์ สืบ นาคะเสถียร ที่ปกป้องผืนป่าแห่งนี้ด้วยชีวิตของตัวเอง

 

 

 

จงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ทันทีที่เข้ามาดูแลป่าทุ่งใหญ่ หัวหน้าวิเชียรประสานทีมพญาเสือบุกยึดที่ดิน 160 ไร่ ของสมาชิกสภาจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งรุกผืนป่ามรดกโลก ทุ่งใหญ่นเรศวร ในปี 2560 (8 ก.ย. 60) 

ก่อนที่ปีถัดมา จะทำการจับกุมครั้งประวัติศาสตร์ คดีเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวร ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 จนเกิดกระแสตื่นตัวในสังคมวงกว้าง เรื่องการปกป้องผืนป่า และสัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร

ถึงขนาดที่โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) มอบรางวัลยกย่องพิเศษให้ เพื่อเชิดชูเกียรติในความกล้าหาญ จากการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพล (22 พ.ย. 61)

 

 

 

ด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ 200 กว่าคน แต่ต้องปกป้องผืนป่าขนาด 1,331,062 ไร่ ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ ทั้งจังหวัด เป็นเครื่องการันตีได้ว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ทุกคนทำงานด้วยหัวใจ ที่มอบไว้ให้แก่ผืนป่าแห่งนี้ แม้ว่าบางครั้งจะต้องยืนอยู่ริมขอบเหวก็ตาม

 

 

 

สำหรับคดีล่าเสือดำ อัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกรวม 4 คน เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา รวม 6 ข้อหา ศาลจังหวัดทองผาภูมิได้นัดสืบพยานทั้งฝ่ายหัวหน้าวิเชียร และ ฝ่ายนายเปรมชัย รวม 49 ปาก ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 27 ธันวาคม ซึ่งทนายความของนายเปรมชัย ยังคงพยายามสู้คดีว่า นายเปรมชัย ไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุ

คำพิพากษาจะออกมาเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งจะไปชี้ชัดกันในวันอ่านคำพิพากษา แต่สิ่งเกิดขึ้นแล้วในวันนี้ คือ การกระตุกจิตสำนึกของมนุษย์ กระตุ้นต่อมความเท่าเทียมระหว่างทุกๆ ชีวิต แล้วสะท้อนออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า… “เสือดำต้องไม่ตายฟรี”

keyboard_arrow_up