หัวอกพ่อแม่พม่าลูก 2 ขวบ หายในป่าอ้อย 6 วัน พึ่งไสยศาสตร์เปิดตาผี เชื่อยังมีชีวิต (คลิป)

กรณี ด.ช.ชาวเมียนมา วัย 2 ขวบ 1 เดือน ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ บริเวณไร่อ้อย หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ล่าสุด ยังอยู่ระหว่างการค้นหา โดยหลายหน่วยงานระดมกำลังเจ้าหน้าที่ กว่า 100 นาย พร้อมสุนัขกู้ภัย และชาวบ้านในพื้นที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ (อ่าน : เด็ก 2 ขวบหายตัว 5 วันในไร่อ้อย ญาติฝ่าดงหา พึ่งร่างทรง ชาวบ้านชี้เหรียญครุฑช่วยได้)

เจ้าหน้าที่วางแผนช่วยเหลือเด็กชาวเมียนมา
ไร่อ้อย ความกว้างกว่า 100 ไร่

วันที่ 21 ธ.ค. 61 ที่บริเวณไร่อ้อยหมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ลงควบคุมดูแลการค้นหา และพ.ต.อ.รณกร  ประคองศรี สภ.สระยายโสม ได้นำกำลังพลตำรวจกว่า 50 นาย ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่เดินปูพรม เข้าไปในดงอ้อยกว่า 100 ไร่ เพื่อตามหาเด็กผู้สูญหาย รวมถึงมีการบินโดรนสำรวจจากหน่วยกู้ภัย

เจ้าหน้าที่ปล่อยโดรนบินสำรวจ

เบื้องต้น ขณะนี้ยังไม่พบเบาะแสและร่องรอยของเด็กภายในดงอ้อย ส่วนการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณปากซอยเข้าสวนอ้อย ก็ยังไม่พบเบาะแส ขณะนี้ตำรวจและหน่วยกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาเด็กคนดังกล่าว เนื่องจากผ่านไปกว่า 6 วันแล้ว เกรงว่าหากเด็กยังติดอยู่ในป่าอ้อยจะเป็นอันตราย

คุณอร ล่ามภาษาเมียนมา (ซ้าย) นางเอเวย์ ยายของเด็ก ชาวเมียนมา (ขวา)

นางเอเวย์ ยายของเด็ก ชาวเมียนมา ที่อยู่ในสภาพเครียด และมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัดเจน โดย คุณอร ล่ามภาษาเมียนมา เปิดเผยว่า น้องหายตัวไปกว่า 5 วัน โดยมีเพียงเบาะแสสุดท้าย จากคำให้การของเด็กผู้หญิงชาวเมียนมาวัย 3 ขวบ ที่วิ่งเล่นด้วยกัน ทำท่าให้ดู และบอกได้เพียงว่าน้องถูกน้าผู้ชายเดินจูงมือไป เด็กหญิงชาวเมียนมาจึงวิ่งหนีกลับไปที่บ้าน ซึ่งห่างจากจุดที่หายประมาณ 200 เมตร

ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะเด็กชาวเมียนมาสูญหาย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านางเอเวย์ จะมีความเชื่อทางไสยศาสตร์ แต่ขณะนี้ก็ไม่รู้จะเชื่อใครดี จึงปล่อยให้ร่างทรงหรือคนที่เชื่อมาทำพิธี และหวังให้เจ้าหน้าที่ในการค้นหาต่อไป ซึ่งขณะนี้นางเอเวย์เองมีความหวังจะพบหลาน ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพเสียชีวิตหรือยังมีชีวิต แค่ขอให้เจอก็พอ

วานนี้ (20 ธ.ค.) มีทั้งหมอผี และร่างทรงที่เข้ามาในพื้นที่เอง แต่ไม่ได้มีใครเชิญ มาพูดว่าหลานเสียชีวิตแล้ว แต่บางคนก็บอกว่ายังมีชีวิตอยู่ แต่กลับระบุว่ามีชีวิตอยู่ที่ใต้ร่มไม้ในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับจุดที่น้องหายไป เมื่อก็ไปหาแล้วแต่ไม่เจอ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในบริเวณโดยรอบยังไม่มีใครเห็นน้อง ขณะนี้นางเอเวย์ มีความกังวลมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ซึ่งพ่อแม่ของเด็กก็เพิ่งเคยมาประเทศไทยเป็นครั้งแรก

เจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยค้นหาเด็ก 2 ขวบ

ขณะที่บรรยากาศการค้นหาในวันนี้ เจ้าหน้าที่ และชาวบ้านอีกกว่าร้อยชีวิต ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทำอาหารเลี้ยง และเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่

คุณยายละไม จินดาวงศ์ ชาวบ้านในพื้นที่

โดย คุณยายละไม จินดาวงศ์ ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า วันนี้ตนทำส้มตำเลี้ยงให้เจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการค้นหา กรณีเด็กหายไม่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่มาก่อน ตนคาดว่าการหายตัวไปครั้งนี้ต้องมีความเชื่อมโยงกับด้านไสยศาสาตร์แน่นอน เพราะเด็กหายไปหลายวัน แต่กลับไม่พบร่องรอย ถ้าหากเด็กเสียชีวิตก็ต้องมีกลิ่น หรือมีร่องรอยที่อยู่บ้างแล้ว นอกจากนี้ภายในพื้นที่ดังกล่าวมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย เช่น หลวงปู่ขาว หลวงปู่ดำ ต้มมะขาม และจอมปลวก ซึ่งเป็นความเชื่อของคนท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ตนคาดว่าขณะนี้เด็กอาจอยู่ที่ไหนซักแห่ง แต่ถูกบังตาอยู่ ซึ่งพ่อแม่ของเด็กเองก็ได้ไปบนบานศาลกล่าวหลายที่ แต่ก็ยังไม่ได้เจอตัวเด็ก ซึ่งตนและชาวบ้านก็ต่างเป็นห่วงและสงสารพ่อแม่ของเด็ก คาดว่าคงเป็นห่วงลูกมาก คงกินไม่ได้นอนไม่หลับ พวกตนก็ได้แต่ให้กำลังใจ

ทั้งนี้ ตามความเชื่อส่วนตัว ตนคาดว่าพ่อแม่ของเด็กอาจจะทำอะไรผิดกับพื้นที่แห่งนี้ จึงทำให้เจ้าที่บังตา อีกทั้งพ่อแม่เด็กเป็นคนต่างถิ่น และอาจจะทำอะไรบางอย่างที่เป็นการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์

น.ส.มอ (กลาง) และนายเพียว (ขวา) พ่อและแม่ของเด็ก

ด้าน น.ส.มอ และนายเพียว พ่อและแม่ของเด็ก เปิดเผยผ่าน คุณอร ล่ามภาษาเมียนมาว่า พ่อและแม่ของเด็กเชื่อและมีความหวังที่จะได้เจอลูก หากลูกหายไปเพราะเรื่องไสยศาสตร์จริง ๆ ก็คงจะเจอไปนานแล้ว เพราะได้บนบานศาลกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่มากว่า 6 แห่ง ทั้งวัด ต้นไม้ใหญ่ จอมปลวก ศาลต่าง ๆ โดยบนว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า หากต้องการอะไรก็จะให้ทั้งหมด ขอแค่ได้เจอลูก อีกทั้งได้เซ่นไหว้หัวหมู และสิ่งของต่าง ๆ ไปแล้ว นอกจากนี้ ยังได้นำผ้าไตรไปถวายพระ แต่ยังไม่เจอตัวเด็กเสียที จึงคิดว่าอาจจะเป็นมิจฉาชีพที่ลักพาตัวเด็กไป เพราะในใจตนยังเชื่อว่าลูกชายมีชีวิตอยู่ แต่คงต้องเจอกับความลำบากอย่างมาก และถ้าได้เจอลูกอีกครั้งก็คงจะดีใจมาก

อย่างไรก็ตาม พ่อแม่เพิ่งพาเด็กมาประเทศไทยครั้งแรก แต่ดวงไม่ดีที่ลูกกลับหายตัวไปในต่างถิ่น ซึ่งหากได้ตัวเด็กตอนนี้ก็จะพาลูกกลับไปประเทศเมียนมาทันที ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ นอกจากนี้ พ่อและแม่ของเด็กยังรู้สึกดีใจมากที่มีเจ้าหน้าที่มาช่วยตามหาลูก และให้ความสำคัญ ทำให้มีกำลังใจว่าจะเจอลูกมากขึ้น อีกทั้งมีชาวบ้านมาให้กำลังใจ แม้ว่าจะไม่ใช่สัญชาติเดียวกัน

พิธีอุเชียงอิไต ตามความเชื่อของเมียนมา

จากนั้น เวลา 19.00 น. ที่แคมป์คนงานที่พักอาศัยของนางเอเวย์ ซึ่งห่างจุดที่เด็กหายประมาณ 10 กิโลเมตร ครบอครัวของเด็กที่สูญหายและคนงานชาวเมียนมา ร่วมกันทำพิธีไหว้เจ้าที่แบบเมียนมา เรียกว่า “พิธีอุเชียงอิไต” เพื่อขอให้เจ้าที่ของไทย ช่วงเปิดทางสว่างให้พบตัวเด็กโดยไว โดยมีการทำศาลไม้ชั่วคราว 2 ชั้น ขึ้นมาเพื่อตั้งของสักการะ และมีการประดับดอกกล้วยไม้ทั้ง 4 มุมของศาล พร้อมนำอาหารคาวหวาน กล้วย บุหรี่ ใส่ถ้วยจำนวน 4 ถ้วย จุดธูป 1 ก้าน ปักในทุกถ้วย และตั้งไว้ที่ศาลชั้นบน 3 ถ้วย ศาลชั้นล่าง 1 ถ้วย ก่อนที่ผู้นำในการทำพิธีจะเริ่มนำใบพลูประพรมน้ำมนต์ศาล และเริ่มสวดคาถาเบา ๆ

ศาลชั่วคราว พิธีอุเชียงอิไต

โดย มีครอบครัวของเด็กนั่งพนมมือไหว้ และมีคนงานชาวเมียนมามุงดูกว่า 10 คน ก่อนที่จะมี 1 คน เริ่มโปรยเหรียญ แล้วชาวบ้านทุกคนก็แย่งกันหยิบเหรียญเพื่อเก็บไว้เป็นศิริมงคล ก่อนที่ผู้นำพิธีกรรม จะเริ่มประพรมน้ำมนต์ให้ทุกคนในพิธี และประพรมน้ำมนต์ใส่หัวของพ่อแม่ของเด็ก

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของเด็กผู้สูญหาย และชาวบ้านทุกคนมีสีหน้าที่เบิกบาน และมีขวัญกำลังใจมากขึ้น หลังจากที่ได้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

keyboard_arrow_up