เปิดใจ “คำภีร์” ดีไซเนอร์ไทย คว้ารางวัลชุดประจำชาติลาว – “หมู อาซาว่า” ไม่แคร์คำวิจารณ์ (คลิป)

วันที่ 17 ธ.ค. 61 ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประกวด Miss Universe 2018 โดยมี Catriona Gray สาวงามจากประเทศฟิลิปปินส์ เป็นผู้ครองตำแหน่งหญิงสาวที่สวยที่สุดในจักรวาล ขณะเดียวกันในอินสตาแกรมของ หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา หรือ หมู อาซาว่า ดีไซเนอร์ชื่อดัง ได้โพสต์ภาพชุดราตรีสีแดงที่ตัวเองเป็นผู้ออกแบบให้ นิ้ง โศภิดา ตัวแทนประเทศไทย ได้สวมใส่ในรอบ 10 คนสุดท้าย โดยมีคอมเมนต์แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ทั้งชื่นชม และวิจารณ์อย่างหนักหน่วง โดยหยิบยกชุดดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับชุดลิเก และเสื่อกก จนกลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนแรงในโลกโซเชียล

ชุดราตรีสีแดงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์

ล่าสุด หมู อาซาว่า เปิดเผยกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์นี้ว่า ตนไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับประเด็นดราม่า เพราะทุกปีก็จะเป็นแบบนี้ตลอด ซึ่งตอนนี้ตนกำลังรอคะแนนจากต่างประเทศว่า เขาจะประเมินชุดราตรีของเราเท่าไร โดยอาจจะรู้ผลไม่เกิน 3-4 วัน เมื่อคะแนนออกมาค่อยว่ากัน แต่ทุก ๆ ปี ประเทศไทยก็ได้ที่ 1 มาตลอด สำหรับสายตาของต่างชาติ

นายพลพัฒน์ อัศวะประภา หรือ หมู อาซาว่า ดีไซเนอร์

ทั้งนี้ ตนไม่เคยน้อยใจ เพราะอยู่แวดวงนี้มานานมาก นานเกินกว่าที่จะมาฟังเรื่องอะไรแบบนี้ จึงต้องการฝากให้แฟนคลับที่คอยให้กำลังใจตนว่าไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนปีหน้าคาดว่าตนคงไม่ทำชุดให้เวทีมิสยูนิเวิร์สอีกแล้ว เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือลิขสิทธิ์ในไทย

ชุดประจำชาติ ของนางงามประเทศลาว

ขณะที่ รางวัลชุดประจำชาติเป็นของประเทศลาว ในชุด “กินนรี” โดย นายคำภีร์ อลังการ อายุ 27 ปี ดีไซเนอร์ชาวไทย เป็นผู้ออกแบบชุดประจำชาติให้กับตัวแทนนางงามประเทศลาว จนได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากเวทีประกวดนางงาม Miss Universe 2018

นายคำภีร์ อลังการ ดีไซเนอร์ไทย ผู้ออกแบบชุดประจำชาติของประเทศลาว

นายคำภีร์ เปิดเผยว่า ตนได้รับโอกาสจากเวทีการประกวดของประเทศลาวมาแล้วหลายเวที และได้มีโอกาสร่วมงานกับกองประกวดในประเทศลาวมาแล้วกว่า 2 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยได้สร้างสรรค์ และออกแบบชุดให้กับหลายเวทีการประกวด แนวคิดสำหรับการออกแบบครั้งนี้ ตนเองได้เสนอคณะกรรมการของประเทศลาวหลายรูปแบบ กระทั่งมีการปรับแก้ให้ได้ตรงตามวัฒนธรรม และแนวคิดการประกวด โดยเน้นความสง่างามขณะยืนอยู่บนเวที จนกระทั่งได้ชุดหุ่นเต้นสีทอง ซึ่งเป็นตัวละครในวรรณคดีของลาว ที่เรียกว่า “กินนรี” ซึ่งตนเองได้ศึกษาเรื่องราวของตัวละครดังกล่าวนานนับปีจนมีความเข้าใจ และนำไปปรับใช้ในชุดดังกล่าว

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาประเทศลาวได้ประสบปัญหากับน้ำท่วม เนื่องจากเขื่อนแตก คณะกรรมการประเทศลาวจึงวางไอเดียสำหรับการขอบคุณกำลังใจ และสิ่งของจากทุกประเทศที่ส่งเข้ามาช่วยเหลือ จึงได้ใช้หุ่นเต้นที่อยู่ในงานตลาดนัด งานบุญบั้งไฟ งานบุญสำคัญของประเทศลาว หรือบางครั้งหุ่นเต้นถูกใช้เป็นหุ่นสำหรับเรี่ยไรเงิน หรือเปิดกล่องรับบริจาค ตนจึงนำมาใช้แทนคำขอบคุณคนทั้งโลก

นายคำภีร์ และนางงามประเทศลาว ในชุดประจำชาติ

นายคำภีร์ กล่าวอีกว่า ตนได้รับโอกาสจากประเทศลาว จึงต้องพิสูจน์ศักยภาพและทำให้ดีที่สุด ซึ่งตนก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสออกแบบชุดให้กับประเทศไทย เพราะวันหนึ่งตัวเองเคยวาดฝันเอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้นเรียน อายุ 19 ปี คืออยากจะมีโอกาสออกแบบชุดประจำชาติให้กับประเทศไทยสักครั้งหนึ่ง เพียงแค่วันนี้ยังไม่ถึงโอกาสของตัวเองเท่านั้น อีกทั้ง ตนเองยังเก่งไม่พอเทียบเท่านักออกแบบของไทย จึงยังไม่พร้อมที่จะออกแบบชุดประจำชาติไทยในเวลานี้ แต่หากวันหนึ่งตัวเองมีประสบการณ์มากเพียงพอ และได้รับโอกาสนั้น ก็ยินดีที่จะสร้างสรรค์ผลงานให้ชุดประจำชาติของไทยมีความงดงาม สง่า สมบูรณ์

ทั้งนี้ แม้ว่าไทยจะเปิดโอกาสให้ร่วมออกแบบ และเสนอชุดประจำชาติของไทย แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนเองไม่เคยส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีของไทย เพราะกลัวว่าจะสู้มืออาชีพไม่ได้

keyboard_arrow_up