แม่เด็ก โวย รร.เก็บ 500 ค่าอาหาร ไม่จ่ายไล่ออก ซ้ำชอบตี – ผอ.แจงยิบ เมินถูกตีข่าว (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเด็กโรงเรียนอนุบาล ถูกเรียกเก็บเงิน 500 บาท เมื่อไม่มีจ่ายกลับถูกไล่ออก ถึงขั้นตัดอนาคตทางการศึกษา พร้อมบอกว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมักมีพฤติกรรมรุนแรงกับเด็ก

นางวราภรณ์ ศรีสมัย ผู้โพสต์

วันที่ 16 ธ.ค. 61 นางวราภรณ์ ศรีสมัย ผู้โพสต์เรื่องราว และเป็นผู้ปกครองที่ส่งลูกศึกษาอยู่ที่โรงเรียนอนุบาล เปิดเผยว่า เหตุที่ออกมาโพสต์เรื่องราวดังกล่าว เนื่องจากพบว่า ผู้บริหารสูงสุดของโรงเรียน มีการเรียกเก็บเงินค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ เดือนละ 500 บาท โดยเมื่อผู้ปกครองบางรายไม่มีเงินชำระตามกำหนด กลับถูกโรงเรียนออกหนังสือเชิญให้ออก ตั้งแต่เดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ทั้งที่ปกติโรงเรียนนี้ เด็กที่เข้าไปศึกษาจะไม่ต้องชำระเงิน เพราะเป็นโรงเรียนที่รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ แต่โรงเรียนอ้างว่าหากเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ ต้องชำระเงินค่าอาหารกลางวัน ซึ่งตนเพิ่งทราบไม่นานมานี้ ลูกชายตนก็เคยเป็นเด็กเรียนก่อนเกณฑ์ แต่ก็ไม่เคยมีการเรียกเก็บเงิน

ที่ผ่านมาตนพยายามช่วยเหลือ โดยทำหนังสือร้องเรียนยื่นมูลนิธิของโรงเรียน ให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ ต่อมาจึงได้มีการเรียกประชุม ซึ่งมีมติว่าห้ามเก็บเงินอีก และหากจะเก็บต้องเป็นความสมัครใจบริจาคเท่านั้น แต่ไม่มีใครพูดถึงเอกสารไล่ออก

ทั้งนี้ นางวราภรณ์ กล่าวอีกว่า เด็ก 1 คน ไม่ควรถูกตัดโอกาสทางการศึกษา เพราะเพียงเรื่องไม่ชำระค่าอาหารกลางวัน ตนเชื่อว่ามีทางออกที่ดีกว่านี้ และต้องการให้มีการจัดการเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตนตั้งข้อสังเกตว่า ผู้อำนวยการจะรับเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์มาทำไม หากรู้ว่ารับมาแล้วก็ต้องมีปัญหาเหล่านี้ตามมา

อีกทั้ง ผู้ปกครองรายอื่นยังได้ร้องทุกข์ถึงพฤติกรรมของผู้อำนวยการ ว่ามักใช้คำพูดที่รุนแรงกับเด็ก กระทั่งมีผู้ปกครองบางคนถ่ายคลิปออกมา ขณะผู้อำนวยการลากเด็กไปอบรมในห้องส่วนตัว ซึ่งเด็กอายุเพียง 3–6 ปี ตนมองว่ายังไม่รู้เรื่อง เมื่อมีผู้ปกครองไปสอบถาม ผอ.ก็มักอ้างว่า อยากให้มีความเป็นระเบียบ อีกทั้ง ผอ.ยังมีความ 2 มาตรฐาน เช่น โรงเรียนมีกฎปิดประตู 08.00 น. หากเด็กสายแม้ 1 นาที ก็ห้ามเข้าโรงเรียน ต้องให้ผู้ปกครองพากลับบ้าน แต่หากเป็นลูกของชาวต่างชาติ กลับอนุญาตให้เข้าโรงเรียนได้ หรือบางครั้ง เด็กเดินผ่านไม่ยกมือไหว้ ก็จะถูก ผอ.ดุด่า ด้วยวาจาที่รุนแรง ประมาณว่า “หากไม่ทำ ก็ให้ออกไป ไม่ต้องมาเรียนที่โรงเรียนของฉัน” บางรายถูกทำร้ายร่างกายด้วยการถูกตบที่ใบหน้า

ตนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการเรื่องที่เกิดขึ้น รวมถึงช่วยเหลืออนาคตของเด็ก 1 คน ที่ถูกไล่ออก เพราะไม่มีเงินจ่าย ให้ได้กลับมาศึกษาต่อ ตนไม่ได้โลกสวย แต่อยากให้มองว่า  สำหรับบางคน แค่เงิน 500 บาท เขาก็ไม่มีจ่ายจริง ๆ

โพสต์ของนางวราภรณ์

ด้าน นางธนาลัย ผู้อำนวยการโรงเรียน ให้ข้อมูลว่า ตนเองทราบเรื่องที่มีการโพสต์แล้ว ก็ไม่ได้เครียดเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด โดยกรณีเงิน 500 บาท โรงเรียนไม่ได้เรียกเก็บเป็นเกณฑ์ แต่เงินจำนวนนี้เป็นเงินบริจาคสนับสนุนอาหารกลางวัน สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งรัฐไม่มีเงินอุดหนุน เพราะเป็นโรงเรียนเอกชน ส่วนเรื่องจะรับเด็กหรือไม่รับนั้น เป็นสิทธิ์ของตน ในฐานะผู้จัดการโรงเรียน เมื่อโรงเรียนรับเด็กเข้าศึกษา ก็มีการตกลงเรื่องเงินบริจาคเอาไว้ก่อนแล้ว และตนมีหลักฐานสามารถตรวจสอบได้ แม้จะออกใบเสร็จมาให้ไม่ได้ แต่ยืนยันว่าผู้ปกครองที่จ่ายเงินต้องมีการลงชื่อยืนยัน และเทอมหลังมานี้ ตนเองมีการออกใบอนุโมทนาบัตรให้

นางธนาลัย ระบุว่า ตนทราบเรื่องที่มีผู้ปกครองดำเนินการร้องเรียน ซึ่งตนเองหาเงินให้โรงเรียนได้หลักล้าน กับแค่เงินค่าแค่ 500 บาท ตนไม่ได้คิดจะโกงเอาเป็นของส่วนตัว ทุกอย่างมีคณะกรรมการรับรู้ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้เคร่งทั้งหมด ใครไม่มี ตนก็ไม่ได้ทวง หากมีเมื่อไรก็นำมาให้ เพียงแค่เข้ามาคุยกับตนเท่านั้น

ซึ่งกรณีที่เป็นปัญหาอยู่ใน ขณะนี้คือ ผู้ปกครองไม่จ่ายเงินและหายหน้าหายตาไป โดยไม่มาคุยกับตน ทำให้โรงเรียนต้องจำหน่ายชื่อออก มิเช่นนั้นจะหาว่าตนเก็บเด็กไว้เรียกค่าหัวจากรัฐได้ ซึ่งตนต้องรายงานเรื่องไปที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ต้นสังกัดที่ดูแล อีกทั้ง ตนเป็นที่รักของเด็ก เรื่องการลงโทษก็ไม่ได้ตีรุนแรง ตนอยู่วงการศึกษาตลอดชีวิต รู้ว่าการตีเด็กเป็นอย่างไร

keyboard_arrow_up