แม่สะอื้น ชายหื่นทุบหัวลูกสาวท้อง ขณะกรีดยางหวังข่มขืน เสี่ยงแท้ง (คลิป)

จากกรณีสาวสวนยางวัย 23 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านเขาติง ต.ลิพัง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง รอดตายหลังถูกคนร้ายใช้ท่อนไม้ทุบต้นคอ และพยายามข่มขืนขณะที่กำลังกรีดยาง กระทั่งเกิดภาวะแท้งคุกคาม ซึ่งครอบครัวเปิดเผยว่า แม้ว่าเหตุการณ์ผ่านมาแล้ว 1 เดือน แต่คนร้ายยังไม่ถูกดำเนินคดี ทำให้ต้องขวัญผวา ไม่กล้าออกไปทำงาน

บาดแผลของผู้เสียหาย
ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุ

วันที่ 16 ธ.ค. 61 น.ส.บี ผู้เสียหาย เล่าว่า หลังจากเกิดเหตุ ตนรู้สึกเหมือนมีประจำเดือนตลอดเวลา โดยแพทย์ระบุว่ามีภาวะแท้งคุกคาม เด็กมีโอกาสรอด 50% เนื่องจากไม่ได้ยินเสียงหัวใจ แพทย์ยังระบุอีกว่า ไม่ให้ตนเดินทางหรือทำงานหนัก เนื่องจากยังตรวจพบว่ามีเลือดสีดำตกค้าง ซึ่งเกิดจากการทุบตี และวันที่ 24 ธ.ค. นี้ แพทย์นัดตรวจครรภ์อีกครั้ง ตนเห็นว่าคนร้ายมีอิทธิพลมาก เพราะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาไม่ใส่กุญแจมือ และปล่อยตัวออกไปโดยไม่ต้องประกันตัว แม้ว่าผู้ต้องหาจะรับสารภาพในเวลาต่อมา แต่ตำรวจเมินเฉยและปล่อยตัวกลับบ้าน ตนเองจึงรู้สึกกลัว เพราะกระทั่งวันนี้ ก็ยังจำลักษณะรูปร่าง หรือการแต่งตัวของผู้ร้ายได้อย่างครบถ้วน

น.ส.บี ผู้เสียหาย

ด้าน แม่ของผู้เสียหาย อายุ 49 ปี กล่าวว่า ตนคาดว่ามีคนในพื้นที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำแล้วก็ปล่อยผู้ต้องหา ตนต้องการให้คนผิดได้รับกรรมบ้าง อีกทั้งหากคนร้ายยังลอยนวลอยู่ เกรงว่าจะไปก่อเหตุในลักษณะนี้กับผู้อื่นอีก ขณะนี้ลูกสาวตนเปลี่ยนไปมาก ไม่เหมือนคนเดิม หลังจากเกิดเหตุก็กลายเป็นคนเงียบ ทำงานไม่ไหว ขวัญเสียและยังหวาดกลัว ทั้งยังหยุดกรีดยางมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ ขณะนี้ที่บ้านจึงไม่มีรายได้ อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยโทรมาติดตามความคืบหน้าของคดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้รับปากว่า หากมีความคืบหน้าจะโทรศัพท์มาแจ้ง ส่วนกลุ่มคนร้ายคาดว่าย้ายไปอยู่ที่ จ.เชียงราย

แม่ของผู้เสียหาย

หลังรู้ว่าลูกสาวถูกทำร้าย หัวใจของตนก็แทบสลาย ตนเลี้ยงดูลูกสาวมาอย่างดี ไม่เคยให้ลูกต้องเจ็บ จึงอยากฝากถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ให้ช่วยดูแลคดีของลุกสาว เอาผิดคนร้ายให้ถึงที่สุด ตนมองว่าข้อหาทำร้ายร่างกายไม่เพียงพอ อยากให้เจ้าหน้าที่ลงโทษให้หนัก และไม่ต้องการให้คนชั่วต้องลอยนวล

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งเฉยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตำรวจพยายามติดตามคนร้าย โดยสอบถามรูปพรรณจากผู้เสียหาย แต่เจ้าตัวไม่สามารถบอกได้ กระทั่งตำรวจไปติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพว่าตั้งใจจะข่มขืน แต่ผู้เสียหายหนีไปได้ จึงยังไม่ได้ข่มขืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ได้แจ้งข้อหาข่มขืน ซึ่งระหว่างนี้อยู่ระหว่างการรอผลตรวจร่างกายของผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

นอกจากนี้ ตำรวจดำเนินคดีอย่างเป็นธรรม แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดผู้เสียหายจึงมองว่าการทำงานของตำรวจล่าช้า ซึ่งตนยืนยันว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว

keyboard_arrow_up