เปิดแชตชวนอึ้ง คุยไลน์กับผี สูญ 30 ล้าน! แม่ป้องสาวสื่อวิญญาณ ไม่โกง เชื่อในอิทธิฤทธิ์ (คลิป)

กรณีมีผู้เสียหาย ร้องเรียนมายังทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก “ทุบโต๊ะข่าว” โดยเล่าเรื่องราวว่า แม่ของตนเองถูกร่างทรงคนหนึ่งหลอก เชื่อว่ามีการสื่อสารกับดวงวิญญาณของพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว และได้หรอกให้มีการโอนเงินเสียหายไปแล้วราคากว่า 30 ล้านบาทนั้น (อ่าน : หนุ่มแฉ ร่างทรงสูบเงินแม่ 30 ล้าน ลวงผีพ่อถูกรังแก – เจ้าตัวโต้โอนเอง เล่นหวยหุ้น)

นายชนนท์ ลิ้มชุณหนุกูล และนายชนันทร์ ลิ้มชุณหนุกูล ผู้เสียหาย

วันที่ 12 ธ.ค. 61 นายชนนท์ ลิ้มชุณหนุกูล และนายชนันทร์ ลิ้มชุณหนุกูล ผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์ในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 เวลา 18.50 น. ว่า พวกตนยืนยันว่า ผู้ให้สัมภาษณ์ในรายการทุบโต๊ะข่าว ของอมริทร์ทีวี เมื่อวานที่ผ่านมา (11 ธ.ค.) ไม่ใช่พี่สาวนุช ที่อ้างว่าเป็นร่างทรง แต่เป็นนุชแน่นอน โดยนุชเคยเป็นลูกน้องที่บริษัทของตนตั้งแต่ปี 53 กระทั่งถึงปี 60 ซึ่งในระหว่างที่ทำงาน นุชไม่ได้อ้างตัวว่าเป็นร่างทรง แต่มักมีอาการคล้ายผีเข้า คือ หัวเราะคนเดียว ดัดเสียงเล็กคล้ายเสียงเด็ก ซึ่งเรื่องนี้คนในบริษัทก็รู้ แต่ไม่ทราบว่าจะเชื่อหรือไม่

ต่อมา พ่อของตนเสียชีวิตในปี 59 และบริษัทถูกปิดในปี 60 จากนั้นครอบครัวจึงตัดสินใจย้ายบ้าน โดยขายบ้านไปในราคา 30 ล้านหลังขายบ้านจึงทราบว่าไม่มีเงินเหลืออยู่แล้ว ซึ่งขณะนั้นแม่ยังไม่ได้บอกสาเหตุอะไร กระทั่งแม่ป่วย พี่ชายจึงหยิบโทรศัพท์ของแม่ดู จึงทราบเรื่องทั้งหมดจากข้อความสนทนากับนุช

นายชนันทร์ กล่าว่า ก่อนหน้านี้ที่พ่อของตนจะเสียชีวิต แม่ของตนเป็นคนธรรมะธัมโม ตนคาดว่าแม่อาจคิดไปเอง ประกอบกับยิ่งพบกับนุช ซึ่งเข้ามาสร้างความสนิทสนมและความเชื่อใจ ขณะนี้มีพี่ชายคนโตกับแม่ที่ยังเชื่อว่านุชสามารถติดต่อกับวิญญาณของพ่อได้ รวมถึงแม่มีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ โดยตนคาดว่า นุชอาจรู้จุดอ่อนของแม่ คือเรื่องพ่อ เนื่องจากขณะนั้นที่โรงงานมีปัญหา คาดว่าแม่ต้องการที่พึ่ง นุชจึงใช้ช่องทางนี้แทรกซึมเข้ามา

ขณะที่ นายชนนท์ กล่าวเสริมว่า หลังเกิดเรื่อง ตนก็ถามพี่ชายคนโตแล้วว่าเหตุใดจึงยอมให้แม่โอนเงินไปมากขนาดนี้ แต่กลับได้รับคำตอบเพียงว่า “แม่สั่ง” และ “ไม่รู้เรื่อง” ส่วนแม่ก็ตอบคำถามวกวนไปมา อ้างว่า อยากเอาเงินไปลงทุน เล่นหวยหุ้น ซึ่งคำตอบที่ได้ ไม่เคยตรงกันสักครั้ง ส่วนการโอนเงิน ก็มีตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้าน

นอกจากนี้ วันนี้ นุช แม่ และพี่ชายคนโต นัดเจอกันในตอนเช้า เพื่อจะเดินทางไปถอนแจ้งความ แต่เจอพวกตนที่โรงพักก่อน โดยนุชอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่าตัวเองชื่ออ้อ ทั้งที่คนในครอบครัวก็จำได้แม่นว่าเป็นนุช และไม่ยอมตอบคำถามใด ๆ เมื่อพูดคุยกับแม่แล้วพบว่า แม่ยังคงพูดคุยกับลูกตามปกติ เพียงแต่หากเป็นเรื่องคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับนุชแล้ว แม่ก็จะปกป้องอีกฝ่าย โดยไม่สนว่าลูกจะลำบากอย่างไร

ขณะที่คู่กรณีเดินออกมาจาก สภ.บางใหญ่

โดยวันนี้ นายชนนท์ และนายชนันทร์ เดินทางไปที่ สภ.บางใหญ่ ซึ่งขณะเดียวกัน แม่ พี่ชายคนโตและนุชเองก็เดินทางไปด้วยเช่นกัน จากนั้น นายชนันทร์ ให้สัมภาษณ์ ว่า ตนทราบเรื่องที่แม่โอนเงินให้นุชหลังจากที่หมดตัว ไม่เหลืออะไรแล้ว รวมถึงไม่มีเงินจ่ายให้กับลูกน้อง กระทั่งกลายเป็นคดีความฟ้องร้องกันหลายคดี ทั้งที่เงินจำนวนดังกล่าวเป็นของครอบครัว

นายชนันทร์ ลิ้มชุณหนุกูล ผู้เสียหาย

ทั้งนี้ จากการอ่านแชต นุชอ้างว่าคุณพ่ออยู่ในร่าง แล้วทำความเสียหายหลายอย่าง กระทั่งต้องมีการโอนเงินมาให้เจ้าตัว เพื่อช่วยวิญญาณของพ่อ รวมถึงมีการพูดคุยกับพี่ชายและแม่อย่างสนิทสนม เช่น ใช้คำแทนว่า ป๊า เรียกร่างทรง ทั้งนี้ ตนเองกับพี่ชายคนโต เคยทะเลาะกันเรื่องนี้ถึงขั้นชกต่อยกัน เพราะว่าพี่ชายเชื่อแม่ และเชื่อว่าวิญญาณของพ่อเข้าไปสิงในร่างของนุช โดยการโอนเงินของแม่ให้นุช จะผ่านบัญชีของพี่ชายทั้งหมด แต่หลังจากเกิดเรื่อง พี่ชายกลับไม่เข้าข้างครอบครัว กลับไปเข้าข้างคนที่เอาเงินไป

ข้อความสนทนาระหว่างพี่ชายคนโตและร่างทรง

นอกจากนี้ตนมั่นใจว่าคนที่ให้สัมภาษณ์กับทางอมรินทร์ทีวี วานนี้ เป็นตัวนุชเอง ซึ่งตนจำเสียงได้ เห็นข้างหลังก็จำได้ และไม่ใช่คิดไปเอง เพราะเพื่อนร่วมงานที่เป็นลูกน้องเก่าก็มาบอกว่าเป็นนุช

น.ส.แอร์ (นามสมมติ) อดีตเพื่อนร่วมงานของนุช

ด้าน น.ส.แอร์ (นามสมมติ) อดีตเพื่อนร่วมงานของนุช กล่าวว่า ตนรู้จักกับนุชเนื่องจากเป็นเพื่อนที่ทำงานเดียวกัน นุชเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี แต่ตนไม่ทราบว่ามีการหลอกโอนเงินหรือไม่ แต่เห็นว่านุชไม่เคยยืมเงินเพื่อนในที่ทำงาน ซึ่งตนเห็นว่า นุชมักพูดคุยกับเจ้าของโรงงาน หรือแม่ของผู้ร้องเรียนอยู่บ่อยครั้ง แต่ตนไม่เคยเห็นว่านุชเข้าทรงเวลางาน มีครั้งหนึ่งที่บริษัทจัดให้พนักงานไปทำบุญที่วัดร่วมกัน พบว่า นุชมีอาการเปลี่ยนไปคือ วิ่งซน ร้องกรี๊ดเสียงดัง และบีบเสียงเล็กเหมือนเด็ก โดยอ้างว่ามีกุมารเข้าร่าง จึงไม่สามารถเข้าฟังพระสวดมนต์ได้

น.ส.แอร์ กล่าวต่อว่า วานนี้ตนติดตามรายทุบโต๊ะข่าว และยืนยันว่าผู้ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ คือนุช ไม่ใช่อ้อ ที่เป็นพี่สาว ทั้งนี้ ตนไม่เชื่อว่าจะมีวิญาณเข้าทรง หรือเข้าสิงร่างของนุช เนื่องจากวิญญาณไม่น่าจะเข้าสิงได้ง่ายแบบนี้ ซึ่งตนอยากจะบอกกับนุชว่า หากเอาเงินไป ก็ให้เอามาคืน

บ้านของ อ้อ พี่สาวนุช

นอกจากนี้ ทีมข่าวย้อนกลับมาที่บ้านของ อ้อ พี่สาวนุช ที่ให้ข้อมูลสัมภาษณ์กับทีมข่าวอีกครั้ง พบว่าบ้านปิดเงียบ โดยมีแฟนของนุชอยู่ภายในบ้าน แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ พร้อมบอกให้ไปถามรายละเอียดจากนุชเอง รวมถึงยืนยันว่า บ้านของตนไม่ใช่สำนักทรงเจ้า และไม่ทราบว่ามีคนในบ้านไปหลอกลวงเงินใครหรือไม่

ขณะเจ้าหน้าที่สอบปากคำแม่ ของผู้เสียหาย และผู้ถูกกล่าวอ้าง

ขณะที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พบว่า หลังเจ้าหน้าที่สอบปากคำผู้ถูกกล่าวอ้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวไม่ตอบคำถามใด ๆ แต่แนะนำตัวเองว่าชื่อ อ้อ โดยมีอาการเคร่งเครียด และร้องไห้อยู่ตลอดเวลา พร้อมย้ำกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้หลอกลวงใคร

keyboard_arrow_up