ย้อนรอยนาทีตร. ไล่ยิงหมอดูยิปซีก่อนวิสามัญ – เมียชี้มีเงื่อนงำ ยิง 1 นัดแค่เปิดทาง (คลิป)

จากกรณี น.ส.ฐานิศ หริกจันทร์ หรือ ครูแตง นำเอกสารเข้าร้องเรียนครั้งที่ 2 กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. หลังเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีที่นายประภวิษณุ์ บุญเนือง สามี ซึ่งประกอบอาชีพหมอดูไพ่ยิปซี ใน จ.นครศรีธรรมราช ถูกตำรวจวิสามัญเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา (อ่าน : เมียชี้พิรุธ ผัวถูกวิสามัญมีเงื่อนงำ ยันไม่เกี่ยวค้ายา เชื่อโดนเก็บ หวั่นความลับรั่ว)

บ้านของนายประภวิษณุ์ ปิดเงียบ

วันที่ 12 ธ.ค. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่บ้านของนายประภวิษณุ์ ใน อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช พบว่าปิดเงียบเพราะหลังจากนายประภวิษณุ์เสียชีวิต ภรรยาก็ย้ายไปอยู่ในเมือง เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองและลูก

นางสมบัติ สุขคตะ เพื่อนบ้าน

โดย นางสมบัติ สุขคตะ เพื่อนบ้าน เล่าว่า วันเกิดเหตุตนเห็นนายประภวิษณุ์ ขับรถวนผ่านหน้าบ้าน 2 รอบ แต่ไม่ได้จอด เพราะมีตำรวจเข้ามาในบ้าน ซึ่งตนไม่ทราบว่าตำรวจมาด้วยสาเหตุใด กระทั่งมาทราบภายหลังว่าถูกวิสามัญเสียชีวิตก็ตกใจ เพราะที่ผ่านมานายประภวิษณุ์เป็นคนดี รักครอบครัว และตั้งใจทำมาหากิน ส่วนเรื่องยาเสพติดตนไม่ทราบ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาใด ๆ กับเรื่องดังกล่าว

บริเวณจุดเกิดเหตุ

จากนั้น ทีมข่าวย้อนเส้นทางวันเกิดเหตุ มีข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตขับรถไปจอดบริเวณทางเข้าน้ำตกอ้ายเขียว ก่อนถูกรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ และขับไปที่งสี่แยกบ้านดอนคา โดยบริเวณนี้มีข้อมูลจาก น.ส.ฐานิศ ว่าสามีเปิดประตูยิงเปิดทางไปจำนวน 1 นัด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยิงถล่มใส่ล้อรถทั้ง 4 ล้อ จำนวนหลายนัด

ผู้ที่อาศัยในพื้นที่

สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า วันเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 6-7 นัด จึงรีบวิ่งเข้าไปหลบหลังบ้านด้วยความกลัว ตอนแรกตนคิดว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นยิงถล่มกัน แต่มาทราบภายหลังจากเพื่อนบ้านว่าตำรวจยิงล้อรถของนายประภวิษณุ์ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ต่อสู้ใด ๆ ตนจึงรู้สึกสงสารเป็นอย่างมาก ซึ่งจุดดังกล่าวพบว่ามีกล้องวงจรปิดของเทศบาล โดยจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ระบุว่า กล้องบันทึกภาพได้เพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น ภาพวันเกิดเหตุเกินระยะเวลา 1 เดือน จึงถูกลบไป

จากนั้น ผู้เสียชีวิตขับผ่านทางกลับรถแยกวังรัก บนถนนนาพรุ ซึ่งภรรยาผู้เสียชีวิต ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงล้อรถจนรถเกิดเสียหลักพุ่งชนเกาะกลาง ก่อนที่จะยืนบนเกาะกลาง และจ่อยิง นายประภวิษณุ์ จนเสียชีวิต
โดยจากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ต่างปฏิเสธว่าไม่เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ และไม่พบกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวด้วย

น.ส.ฐานิศ หริกจันทร์ ภรรยาผู้เสียชีวิต

ด้าน น.ส.ฐานิศ หริกจันทร์ ภรรยานายประภวิษณุ์ กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุสามีตนไม่ได้ยิงต่อสู้ มีเพียงยิงเปิดทาง 1 นัด ที่บริเวณแยกบ้านดอนคาเท่านั้น จากนั้น ก็ถูกตำรวจยิงไล่ล่ามาตลอดระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร โดยในที่เกิดเหตุพบว่าสามีนั่งที่ฝั่งคนขับ คอพับไปทางด้านซ้าย มือวางบนตัก และอ้าปากค้าง ตนคาดว่า เจ้าตัวอาจจะร้องขอความช่วยเหลือ หรือเรียกชื่อตนกับลูกเป็นครั้งสุดท้าย

โดยผู้ที่เห็นเหตุการณ์ บอกตนว่า อยากจะเข้าไปช่วย แต่ตำรวจห้ามเข้าพื้นที่โดยอ้างว่ามีระเบิด และของผิดกฎหมายอยู่ในรถ แต่เมื่อเข้าไปตรวจรอบแรก ก็ไม่พบของผิดกฎหมาย มีเพียงมีดปอกผลไม้ กับปืนที่วางไว้ในช่องประตูฝั่งคนขับ ซึ่งปืนดังกล่าวเป็นของแม่ตน โดยที่สามีตนไม่เคยจับปืน ซึ่งตนทราบภายหลังว่า สามีหยิบปืนออกไปจากบ้านในวันที่ 30 เม.ย พร้อมกุญแจรถสำรอง และโน้ตบุ๊กที่ตนไปแจ้งความไว้ คาดว่าเจ้าตัวน่าจะเป็นห่วง เพราะไม่มีคนอยู่บ้าน กลัวปืนหาย จึงหยิบออกไปด้วย

เปรียบเทียบกล้องหน้ารถภายในรถของผู้ตาย

ส่วนเรื่องกล้องหน้ารถ ตอนแรกที่เข้าไปพบว่ามีกล้องติดอยู่หน้ารถ แต่หลังจากย้ายรถไปทำสำนวนที่ สภ.เมือง กลับพบว่ากล้องหายไป จากนั้นวันที่ 29 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับบอกตนว่า พบกล้องแล้ว โดยสามีของตนน่าจะถอดทิ้งไว้ในรถ ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ตนเห็นตั้งแต่ตอนแรก ซึ่งเรื่องที่ตนแจ้งความของหายนั้นตนเพียงแค่ต้องการได้ของคืนเท่านั้น ไม่ได้อยากให้ตำรวจไล่ล่าสามี ซึ่งตนก็ยังยืนยันแล้วว่าสามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด

พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตอนนี้คดีดังกล่าวมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน จึงจะส่งสำนวนให้อัยการได้ โดยเบื้องต้นก็ได้แจ้งข้อหาเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหาฆ่าผู้อื่น ซึ่งต้องไต่สวนในชั้นศาลว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ หากพยานหลักฐานไม่เพียงพอว่าเจ้าหน้าที่ทำตามเหตุก็ต้องติดคุก ส่วนเรื่องการเยียวยาก็ต้องรอให้กระบวนการเสร็จสิ้นก่อน หากเจ้าหน้าที่ผิดทางคดีอาญา ก็จะมีความผิดทางแพ่งซึ่งต้องชดใช้ค่าเสียหายด้วย

keyboard_arrow_up