พ่อเด็ก12 แทงนายจ้างขืนใจ เผยเมียคนตายสั่งลูกลากศพ ขู่ห้ามบอกใคร – พยานอึ้ง ศพอึเรี่ยราด (คลิป)

จากกรณี เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 8 ธ.ค.61 พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย ร.ต.อ.ภคภณ ธนันญาณธร รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน ได้รับแจ้งว่า นายจีรวัฒน์ ส่งสว่าง หรือ เฮียเล็ก อายุ 53 ปี อยู่ในชุดนุ่งกางเกงชาวเลสีฟ้า สภาพนอนหงาย บริเวณชายโครงซ้ายถูกแทงด้วยอาวุธมีดปลายแหลม 1 แผล เสียชีวิต ตรวจสอบโดยรอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ และอาวุธมีดที่คนร้ายใช้ โดยภายหลัง ด.ญ.แก้ว (นามสมมติ) ลูกจ้างวัย 12 ปี ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุลงมือฆ่า อ้างว่าเคยถูกผู้ตายข่มขืนมาแล้วหลายครั้ง แต่ขู่ไม่ให้บอกใคร กระทั่งวันเกิดเหตุ เวลา 01.00 น. ขณะผู้ตายอยู่ในอาการมึนเมา ได้เข้ามาในห้องพยายามจะข่มขืน จึงได้ใช้มีดปอกผลไม้แทง เพื่อหวังต่อสู้ปกป้องตนเองให้รอดพ้น ไม่คิดว่าจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิต

วันที่ 9 ธ.ค. 61 ที่ร้านอาหารของเฮียเล็ก ซึ่งได้เปิดร้านนวดแผนไทยริมหาดด้วย พบว่าบริเวณในร้านได้แบ่งสัดส่วนเป็นห้องพักเป็นห้องนอนของเฮียเล็กและภรรยา ส่วนอีกห้องที่ติดกันเป็นห้องนอนของ ด.ญ.แก้ว ลูกจ้างวัย 12 ปี โดยห้องดังกล่าวตีด้วยไม้กระดานมีช่องโหว่ หากบุคคลด้านนอกส่องเข้ามาก็จะสามารถเห็นภายในห้องได้ รวมไปถึงห้องดังกล่าวถูกกั้นด้วยไม้กระดาน เพื่อแบ่งระหว่างห้องของผู้ตาย จุดนี้ก็จะมีรูที่สามารถมองไปเห็นด้านในห้องของแต่ละฝั่งได้เช่นกัน

ผังแสดงระยะระหว่างห้องของ ด.ญ.แก้ว และจุดที่พบศพ

นอกจากนี้ ยังพบว่าบริเวณหน้าห้องของ ด.ญ.แก้ว มีรอยคราบเลือดของผู้ตายอยู่ ซึ่งหาก ด.ญ.แก้วจะลากร่างผู้ตายออกมานอกห้อง ก็จะมีระยะห่างประมาณ 1-2 เมตร เท่านั้น

นายเจม (นามสมมติ) ผู้ที่ภรรยาของผู้ตายขอความช่วยเหลือ

โดย นายเจม (นามสมมติ) ผู้ที่ภรรยาของผู้ตายขอความช่วยเหลือ เปิดเผยว่า ร้านตนกับร้านผู้ตายอยู่ห่างกันประมาณ 4-5 ล็อก เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ช่วงหัวค่ำตนนั่งย่างหมูกับเพื่อนอยู่ พบว่าผู้ตายเดินมาชงเหล้า แล้วก็นั่งหน้าหาด ไม่นานจึงเดินกลับไปร้านตัวเอง ต่อมาเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 8 ธ.ค. ขณะนั้นฝนตก ภรรยาผู้ตายวิ่งมาขอความช่วยเหลือ พร้อมให้ตนไปช่วยดูผู้ตาย เมื่อเดินทางไปถึงพบว่าน้องแก้วยืนอยู่กับภรรยาผู้ตาย ส่วนผู้ตายอยู่ในสภาพนอนหงายอยู่หน้าห้องน้ำ มีบาดแผลบริเวณหน้าท้องด้านซ้าย คล้ายกับถูกแทงด้วยของมีคม 1 แผล สภาพศพของผู้ตายเริ่มเขียว คล้ายกับเสียชีวิตมาแล้วเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ พบว่ามีอุจจาระราดอีกด้วย จากนั้นตนจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่โทรไม่ติด จึงวิ่งไปตามญาติของผู้ตายมาที่จุดเกิดเหตุ เมื่อมาถึงญาติได้เขย่าร่างผู้ตายพร้อมกับเรียกชื่อ

ตนไม่ทราบว่าน้องแก้วมีอุปนิสัยเป็นอย่างไร แต่สำหรับเฮียเล็กก็มักจะใช้ชีวิตปกติ คือ หาปลาและนำมาแบ่งให้กับคนรู้จัก ส่วนเรื่องนิสัยที่ข่มขืนบุคคลอื่นนั้นตนไม่ทราบ ซึ่งเมื่อได้ยินข่าวก็รู้สึกตกใจ ส่วนน้องแก้วจะเป็นคนทำร้ายผู้ตายหรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจ แต่มองว่าเด็กอายุ 12 ปี ไม่น่าจะลากศพได้ เนื่องจากผู้ตายนั้นมีรูปร่างใหญ่

นอกจากนี้ ตนไม่ทราบอุปนิสัยของภรรยาผู้ตาย เนื่องจากไม่สนิท ส่วนการทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัวนั้น ตนไม่เคยเห็นมาก่อน และข่าวที่มีการระบุชื่อตนว่าเป็นหลานของผู้ตายนั้นไม่จริง เพราะตนเป็นเพียงคนมาทำงานค้าขายบนหาดเท่านั้น

นายแพทย์สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม

ขณะที่ นายแพทย์สิทธา ลิขิตนุกูล แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม กล่าวว่า การที่ผู้ตายอุจจาระออกมา แสดงว่ามีความกลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะกลัวถึงขั้นร้องขอชีวิต โดยก่อนเกิดเหตุต้องใช้เวลาพอสมควรที่ทำให้ผู้ตายกลัว จนระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ลำไส้ปั่นป่วน และมีอุจจาระไหลออกมา

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ด.ญ.แก้ว (แฟ้มภาพ)

ด้าน พ่อของ ด.ญ.แก้ว เปิดเผยว่า ตนกับผู้ตายรักใคร่นับถือกันเหมือนพี่น้อง เมื่อลูกสาวโตขึ้นจึงให้ลูกไปพักอาศัยกับผู้ตาย แต่ตนก็เดินทางไปหาลูกทุกเย็น เนื่องจากตนทำงานในป่า จึงก็ไม่อยากให้ลูกสาวมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ ตนไม่คิดมาก่อนว่า ผู้ตายจะมาทำกระทำกับลูกตนเช่นนี้ เพราะผู้ตายก็มีภรรยา ที่ผ่านมาผู้ตายไม่เคยแสดงท่าทีว่าจะก่อเหตุเช่นนี้มาก่อน แต่ยอมรับว่าผู้ตายชอบดื่มสุรา ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเวลาดื่มไปแล้วจะมีอารมณ์ทางเพศหรือไม่ หลังเกิดเหตุ ตนก็ได้สอบถามลูกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเช่นกัน และได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งลูกยืนยันกับตนว่าลูกเป็นคนลงมือทำจริง

ส่วนประเด็นการลากศพนั้น ตนขอให้ไปสอบถามกับภรรยาผู้ตาย เนื่องจากลูกตนลากศพเพราะภรรยาผู้ตายบอกให้ช่วยลาก รวมไปถึงกำชับว่าห้ามไปบอกใคร  โดยเมื่อพ่อเด็กพูดถึงเรื่องนี้ ก็ได้มีคนบอกให้ยุติการให้ข้อมูล ก่อนที่จะวางสายไป

ภาพถ่ายเฮียเล็กและภรรยา

อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีข่าวว่า เจ๊หมู ภรรยาของเฮียเล็กผู้ตาย สั่งให้ ด.ญ.แก้วลากศพออกมาจากห้องนั้น ด้านเจ๊หมูกล่าวว่า ตนไม่ขอตอบคำถามนี้ เพราะเมื่อสื่อออกข่าวไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะขุดคุ้ย เนื่องจากตนยังมีชีวิตอยู่ ส่วนสามีก็ตายไปแล้ว จึงขอจบเพียงเท่านี้ ขอให้คนที่มีชีวิตอยู่มีชีวิตที่ดีกว่านี้ พร้อมทิ้งท้ายว่า ตนไม่ขอตอบคำถามใด ๆ เพราะยังมีชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไป และยังมีลูกที่ต้องดูแล

keyboard_arrow_up