เถ้าแก่วอนสังคมเข้าใจ ไล่พลเมืองดีออกเพราะทำผิด ไม่ใช่เพราะช่วยเด็ก – เจ้าตัวยิ้ม ได้งานใหม่ (คลิป)

จากกกรณี พลเมืองดีผู้ช่วยเหลือเด็กผู้หญิงรอดจากการถูกตาแท้ ๆ ของเด็กพยายามข่มขืน แต่หลังจากนั้นชายพลเมืองดีกลับถูกไล่ออกจากงาน เนื่องจากนายจ้างให้เหตุผลว่านำรถไปใช้นอกเหนือจากเวลางาน และกลับมาล่าช้า (อ่าน : สุดเคว้ง! พลเมืองดีช่วยเด็กรอดถูกตาข่มขืน โดนเถ้าแก่ไล่ออกเหตุส่งน้ำช้า วอนตร.ไกล่เกลี่ย)

นายทิพกร ทองขาว และญาติเดินทางมาที่ สภ.หาดใหญ่

วันที่ 4 ธ.ค. 61 เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. นายทิพกร ทองขาว อายุ 30 ปี หรือ ต้น พลเมืองดีคนดังกล่าว ได้เดินทางไปที่ สภ.หาดใหญ่ พร้อมกับนางวันดี ทองขาว อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นแม่ และนางสาวชญานุตน์ ทองขาว น้องสาว เพื่อเข้าพบกับ พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผู้กำกับการ สภ.หาดใหญ่ ทั้งเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นพยาน สาเหตุของการถูกไล่ออกจากงาน และการให้ความช่วยเหลือเรื่องงานทำ

พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผู้กำกับการ สภ.หาดใหญ่

โดย พ.ต.อ.กิตติชัย เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับนายทิพกร ทราบว่าสาเหตุที่ถูกไล่ออกจากงานไม่เกี่ยวกับเรื่องที่การมาเป็นพยานในคดีข่มขืนเด็กหญิง แต่มีปัญหากับนายจ้างมาก่อนแล้วในเรื่องงาน แต่ในส่วนของตำรวจไม่ขอพูดถึงรายละเอียดของประเด็นนี้ เพราะเป็นเรื่องระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

นายทิพกร และแม่ พลเมืองดี

ส่วนการช่วยเหลือเรื่องงานทำนั้น ได้เสนอให้มาช่วยงานที่ สภ.หาดใหญ่ ซึ่งจะมีทั้งค่าตอบแทนและที่พัก รวมทั้งจะเสนอเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อมอบเกียรติบัตรยกย่องในความกล้าหาญ ที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กที่กำลังจะถูกข่มขืน ส่วนปัญหาระหว่างนายจ้างเก่าที่ไล่ออกจากงาน นายทิพกรไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว และขอให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี โดยจะเริ่มต้นชีวิตใหม่  (อ่าน : สภ.หาดใหญ่ รับพลเมืองดีช่วยเด็ก 15 รอดพ่อเฒ่าข่มขืน เข้าทำงาน จ่อมอบใบประกาศยกย่องความกล้า)

นายทิพกร ทองขาว หรือ ต้น พลเมืองดี

ต่อมา นายทิพกร ทองขาว ให้สัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอลใน รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 เวลา 18.50 น. ว่า ในวันเกิดเหตุ (1 ธ.ค.) ที่ตนไปช่วยเด็กหญิงถูกข่มขืนนั้น ตนขับรถออกจากโรงน้ำประมาณ 10 โมง จากนั้นจึงไปส่งน้ำที่โรงเรียนในอำเภอหาดใหญ่ และบริเวณโดยรอบ กระทั่งไปส่งน้ำที่แคมป์คนงานก่อสร้าง เวลาประมาณ 15.00 น. ซึ่งในระหว่างจอดรถตนได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือ จากนั้นจึงได้สอบถามกับคนงานก่อสร้าง พบว่า คนงานเองก็ได้ยินเสียงดังกล่าวมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเพราะกลัว ตนจึงตัดสินใจชวนคนงานไปดูที่สถานที่ดังกล่าว

ภาพจำลองเหตุการณ์ นายทิพกรเข้าช่วยเหลือเด็กถูกล่วงละเมิด

ขณะนั้นพบว่า ชายชรากำลังจะข่มขืนผู้หญิงตนจึงช่วยเหลือพร้อมกับคนงานก่อสร้าง และหลังจากนั้นจึงได้ขับรถกลับไปที่โรงน้ำ เวลาประมาณ 18.00 น. และเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เถ้าแก่ชายและหญิงฟัง แต่หลังจากนั้นเถ้าแก่ผู้หญิงไม่เชื่อ กระทั่งตำรวจโทรมาแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นจึงเชื่อ และไล่ออกตนในวันต่อมา

นายทิพกร กล่าวว่า ต่อมาในวันอาทิตย์ (2 ธ.ค.) ตนค้างส่งน้ำอยู่ประมาณ 50 ลัง เนื่องจากเข้าไปช่วยเด็กหญิงและต้องไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงต้องนำน้ำมาส่งในวันดังกล่าว โดยขอรถยนต์ยี่ห้อนิสสันของเถ้าแก่ไปส่งน้ำ  และเมื่อตนขนน้ำไปส่งที่สนามบินเสร็จแล้ว จึงตัดสินใจขับรถขนน้ำกลับที่บ้านที่ อ.ชะอวด เพื่อไปหาแม่และญาติ ๆ เนื่องจากตนไม่มีโทรศัพท์มือถือ จึงไม่สามารถติดต่อกับญาติ ๆ หรือแจ้งเถ้าแก่ก่อนได้

นายทิพกร กล่าวว่า ตนยอมรับว่าเรื่องที่ไม่แจ้งเถ้าแก่ว่าจะนำรถไปใช้ก่อนนั้นเป็นเพราะตนขาดสติ แต่เถ้าแก่เองก็ไม่ได้แจ้งตนก่อนว่าจะมีธุระต้องใช้รถในตอนเย็น ประกอบกับเถ้าแก่บอกว่า “เอารถไปใช้ได้” แต่ตามปกตินั้น หากรถไปส่งน้ำก็จะกลับมาเวลา 18.00 น. ถึง 20.00 น. เป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งหากเถ้าแก่บอกกับตนก่อน ตนก็จะไม่ขับรถกลับไปบ้านญาติอย่างแน่นอน

สุดท้าย นายทิพกร กล่าวว่า ตนยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะดราม่าให้สังคมสงสาร หรือให้ความช่วยเหลือตนแต่อย่างใด ส่วนเรื่องถูกไล่ออก ตนยอมรับว่าก็รู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง แต่ก็จะขอเก็บความรู้และประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาเพื่อนำมาไปใช้กับอาชีพใหม่ในอนาคต

ซึ่งหลังจากตนถูกไล่ออกและมีสื่อฯ นำเสนอ ก็มีเจ้าของกิจการต่าง ๆ ติดต่อให้การช่วยเหลือตนเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนก็ต้องขอขอบพระคุณที่หลาย ๆ หน่วยงานให้ความช่วยเหลือตนมากขนาดนี้ แต่ขณะนี้ตนจะขอกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวก่อน แล้วจึงจะกลับมาทำงานที่หาดใหญ่ ต่อจากนี้ตนจะตั้งใจทำงานเพื่อนำเงินมาส่งเสียน้อง ๆ ให้เรียนระดับปริญญา

นายรัฐ เถ้าแก่โรงน้ำ

ด้าน นายรัฐ เถ้าแก่โรงน้ำ โทรศัทพ์ให้สัมภาษณ์ในรายการเดียวกันว่า เรื่องที่นายต้นไปทำความดีนั้น ตนยืนยันว่าไม่ได้มีความข้อใจเกี่ยวกับเรื่องช่วยเด็กผู้หญิง แต่สาเหตุที่ต้องไล่นายทิพกรออกนั้น เป็นเรื่องในวันถัดจากที่นายทิพกรช่วยเหลือเด็กหญิงผู้ถูกข่มขืน หรือวันอาทิตย์ โดยนายทิพกรนำรถขนน้ำดื่ม ขับกลับไปที่บ้านที่อำเภอชะอวด โดยพลการ กว่า 4 ชั่วโมง โดยมีระยะทางระหว่าง อ.หาดใหญ่ กับอ.ชะอวด กว่า 100 กิโลเมตร โดยไม่ได้แจ้งแก่ตน ซึ่งในวันดังกล่าว ครอบครัวของตนมีความจำเป็นจะต้องใช้รถยนต์ยี่ห้อนิสสันคันนี้ เนื่องจากต้องไปช่วยหลานย้ายหอพัก จึงทำให้เถ้าแก่ผู้หญิงโมโหมาก และตัดสินใจไล่นายทิพกรออก ซึ่งหากมีการแจ้งว่าจะขอยืมรถก่อน เรื่องนี้ก็อาจจะไม่เป็นปัญหา

ขณะนี้ ตนไม่ได้มีโอกาสชี้แจงเรื่องดังกล่าวนี้กับสังคม เนื่องจากถูกสังคมต่อว่าอย่างมาก ตนยืนยันว่าตนสนับสนุนคนที่ความดี หากใครไม่สนับสนุนคนทำดีก็เป็นคนบ้าแล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นคนละกรณีกัน

keyboard_arrow_up