“รองผู้การฯ” เมิน “มาร์ค พิทบูล” ฟ้องสตช. เอาผิดโพสต์ด่า – เจ้าตัวลั่นทำจริง ไม่ได้ขู่ (คลิป)

จากกรณีนายณัชพล สุพัฒนะ หรือ “มาร์ค พิทบูล” เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กแฟนเพจ Pitbullzone เดินทางเข้าพบตำรวจกองปราบฯ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.สรรค์พิสิฐ แย้มเกษร รองผบก. กองตรวจราชการ 5 สำนักงานจเรตำรวจ ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยอ้างว่าถูกนายตำรวจท่านดังกล่าวโพสต์ข้อความโจมตี และด่าทอผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ชมรมเครือข่ายเพื่อนตำรวจจนทำให้ได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง

วันที่ 1 ธ.ค. 61 นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ “มาร์ค พิทบูล” รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และเจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ Pitbullzone เปิดเผยว่า ตนเองไม่เคยรู้จักกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนี้มาก่อน เพราะไม่เคยเจอกัน แต่โดยปกติตนมักถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ตลอด ซึ่งเวลามีใครมาคอมเมนต์ต่อว่า ตนก็ไม่ได้สนใจนัก คิดว่าเป็นสัมภเวสีมาคอมเมนต์เพื่อยั่วให้ตนโมโหเท่านั้น จนกระทั่งมีแฟนคลับตนส่งเรื่องมาว่า มีตำรวจนายหนึ่งเข้ามาคอมเมนต์ด่าตนตลอด ทำไมตนจึงไม่บล็อกเขาไป ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่ได้สังเกต จึงลองเอาชื่อเฟซบุ๊กเขาไปค้นหา ทำให้ทราบว่าเขาเคยเอาข้อความไปโพสต์ด่าตนเยอะมาก รวมถึงไปด่าตนในเฟซบุ๊กกลุ่มชมรมเครือข่ายเพื่อนตำรวจ ซึ่งเป็นข้อความหยาบคาย ทั้งที่ตนไม่เคยไปด่าอีกฝ่ายหรือพาดพิงเขาก่อนเลย

นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล

ส่วนตัวยอมรับว่า ตนชอบวิพากษ์วิจารณ์ด่าตำรวจที่ทำไม่ถูกต้อง แต่หากตำรวจท่านนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเขาจะมาเดือดร้อนทำไม แล้วทุกกรณีที่ตนเห็นว่าตำรวจทำไมถูก ตนถึงจะลงไปลุยเอง แต่การที่เขามาแสดงความเห็นแบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง ตอนแรกตนก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรมากนัก แต่พอเห็นเขาโพสต์ลงในกลุ่มสาธารณะแบบนั้น ทำให้ตนไม่เข้าใจว่าหากไม่พอใจอะไร ทำไมไม่มาต่อว่าตนซึ่งหน้า แล้วอีกอย่างตนก็มีเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำไมไม่ทักเข้ามาถามเอง การเอาตนไปด่าในกลุ่มจึงถือว่าไม่แมนที่ด่าลับหลัง ซึ่งไม่ใช่วิถีลูกผู้ชาย

ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าตนชอบตำหนิตำรวจผ่านสื่อก็จริง แต่การที่เขาแสดงความเห็นต่อว่าตนแล้วมาบอกว่าไม่มีเจตนา ตนไม่เข้าใจว่าแบบนี้คือลูกผู้ชายหรือเปล่า เพราะเขาด่าโดยที่ตนไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ นอกจากนี้ ตนมองว่าในฐานะประชาชนก็มีสิทธิ์วิจารณ์ตำรวจ และตำรวจก็สามารถชี้แจงตอบกลับมาได้ แต่ในฐานะของเจ้าหน้าที่รัฐที่รับราชการมา ตนมองว่าเขาเรียนจบมาด้วยเงินของภาษีประชาชน สวัสดิการ และเงินเกษียณก็มาจากประชาชน

นายมาร์ค กล่าวต่อว่า กรณีที่ตนไลฟ์ในเฟซบุ๊กนั้นไม่ได้เป็นการข่มขู่ ตนเพียงคุยเล่นกับเพื่อนในไลฟ์ว่า หากไปหาที่บ้านเพื่อน เดี๋ยวจะโดนยัดข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ซึ่งเป็นการคุยหยอกล้อกันเล่น แต่ในความเป็นจริง ตนจะกล้าบุกไปบ้านตำรวจได้อย่างไร เพราะถือว่าผิดกฎหมาย และจะไปให้เปลืองน้ำมันรถตนทำไม

ส่วนกรณีที่ตนพูดว่าจะไปฟ้องผู้บังคับบัญชาของเขา ตนก็ไม่ได้ข่มขู่ แต่จะทำจริง วันจันทร์นี้จะไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วหากอีกฝ่ายจะมาแจ้งข้อหาตนว่าตนข่มขู่ ไลฟ์สดขณะขับรถ และไม่สวมหมวกกันน็อกตอนนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง ตนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะข้อหาพวกนี้ตนก็ยอมรับ แต่ขอให้ดูให้ดีว่าแจ้งถูกข้อหาหรือเปล่า ถ้าแจ้งผิดข้อหาถือว่าใส่ความตนให้ได้รับโทษทางอาญา

พ.ต.อ.สรรค์พิสิฐ แย้มเกษร รองผบก. กองตรวจราชการ 5 สำนักงานจเรตำรวจ

ด้าน พ.ต.อ.สรรค์พิสิฐ แย้มเกษร รองผบก. กองตรวจราชการ 5 สำนักงานจเรตำรวจ ชี้แจงในฐานะของประชาชน โดยยอมรับว่าเล่นเฟซบุ๊กและได้อยู่ในกลุ่ม ชมรมเครือข่ายเพื่อนตำรวจจริง ซึ่งบางครั้งก็มีการแสดงความคิดเห็นร่วมกันกับเพื่อนในกลุ่ม เพื่อแบ่งปันความเห็นร่วมกัน โดยไม่ได้มีการเข้าไปด่าทอโดยตรงกับนายมาร์ค หากนายมาร์คจะกล่าวหาว่าตนได้โพสต์พาดพิงถึงเขา ตนก็ขอตั้งข้อสังเกตว่า ข้อความดังกล่าวมีการเขียนชื่อนามสกุลเจาะจงว่าเป็นตัวของนายมาร์ค หรือ นายณัชพล สุพัฒนะ จริงหรือไม่ เพราะคนชื่อมาร์คก็มีด้วยกันหลายคน เหตุใดนายมาร์ค พิทบูล จึงมั่นใจว่าหมายถึงเขา แบบนี้จะเป็นการร้อนตัวเกินไปหรือไม่

นอกจากนี้ นายมาร์ค พิทบูล ยังมีการไลฟ์สดข่มขู่ว่าจะไปบ้านตน ซึ่งตนคิดว่าเขาพูดจริง ไม่ใช่พูดเพียงเพื่อหยอกล้อกับเพื่อน อีกทั้ง ยังข่มขู่ว่าจะไปพบผู้บังคับบัญชาของตนด้วย ซึ่งหากวันจันทร์นี้นายมาร์คจะไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตนก็ไม่ได้มีความรู้สึกกังวลในเรื่องนี้ และพร้อมจะชี้แจงว่าแต่ละกรณีตนแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊ก ก็เพื่อปกป้องการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อถูกกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ตนเองก็เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะแจ้งข้อกล่าวหากลับอีกฝ่าย โดยยังไม่ขอระบุว่าเป็นข้อหาอะไรบ้าง แต่เบื้องต้นได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายมาร์ค พิทบูล ไว้ที่ สน.พหลโยธิน ในข้อหาใช้วาจาข่มขู่ และข้อหากระทำผิดกฎจราจร โดยการไลฟ์เฟซบุ๊กขณะขับรถ และไม่สวมหมวกนิรภัยซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้าง

keyboard_arrow_up