เปิดใจ “เทศกิจ” สยบวินหัวร้อนวิ่งบนทางเท้า หวิดมีดพุ่งแทง – หนุ่มกร่างขออภัย ทำผิดจนชิน (คลิป)

กรณีเจ้าหน้าที่เทศกิจ ได้ตรวจความเรียบร้อยที่ถนนลาดพร้าว พบว่ามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างฝ่าฝืนขับขี่รถบนทางเท้า ขณะทำการตรวจสอบนั้น ผู้ขับขี่คนดังกล่าวมีอาการโวยวายด่าเจ้าหน้าที่ด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรง และพยายามทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ตามคลิปที่ปรากฏในโลกออนไลน์นั้น

ภาพจากคลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างเจ้าหน้าที่เทศกิจ และผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์

วันที่ 1 ธ.ค. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่มายังจุดเกิดเหตุ บริเวณรินถนนหน้าปั๊มแก๊ส ปากซอยลาดพร้าว 77-79 ซึ่งพบว่าบริเวณจุดดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า สภาพการจราจรค่อนข้างหนาแน่น

นายสการ เรืองคำ พนักงานบริการในปั๊มแก๊ส

โดยนายสการ เรืองคำ อายุ 30 ปี พนักงานบริการในปั๊มแก๊ส เล่าว่า ถนนเส้นนี้จะมีสภาพการจราจรที่หนาแน่น จึงทำให้มีรถจักรยานยนต์แอบฝ่าฝืนขึ้นมาบนทางเท้าบ่อยครั้ง แต่จะพบเป็นส่วนมากช่วงตอนเช้า และตอนเย็นหลังเลิกเรียน เพราะเป็นชั่วโมงเร่งด่วน โดยทุกครั้งก็จะพบเห็นเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาจับกุม และเฝ้าอยู่บริเวณริมทางเท้าตลอด แต่ก็ไม่เคยเกิดเรื่องขึ้นอย่างกรณีนี้

บรรยากาศที่ สน.โชคชัย

สำหรับบรรยากาศที่ สน.โชคชัย 4 พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผู้กำกับการ สน.โชคชัย พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ได้เชิญตัวนายสการ มั่นคง อายุ 39 ปี หนุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างในคลิป มาสอบปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 7 ข้อหา คือ 1.ทำร้ายร่างกายผู้อื่น 2.ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน 3.ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน 4.พาอาวุธ (มีดคัตเตอร์) ไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร 5.ขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุผลอันควร 6.ใช้รถไม่ตรงประเภทที่จดทะเบียนไว้ 7.ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาต โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนัดให้หนุ่มหัวร้อนและเทศกิจ ไปที่ศาลในวันจันทร์ที่ 3 ธ.ค. เพื่อให้ศาลพิจารณาสั่งจำคุก  หรือสั่งปรับตามข้อหาที่แจ้งเอาไว้อีกครั้ง

นายสการ มั่นคง หนุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างในคลิป

ภายหลังให้ปากคำกับตำรวจ นายสการ มั่นคง อายุ 39 ปี หนุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้าง เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองขอโทษเจ้าหน้าที่เทศกิจ ที่อารมณ์ร้อน เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากที่ตนเองตั้งใจขับรถขึ้นบนทางเท้าไปรับเด็กนักเรียนที่เรียกรถอยู่บริเวณดังกล่าว กระทั่งได้พบกับเจ้าหน้าที่เทศกิจ และเกิดความไม่พอใจ หัวร้อน จนกระทั่งฟิวส์ขาด เพราะเจ้าหน้าที่กำลังจะจับกุมและยึดรถของตัวเอง ทั้งนี้ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาตัวเองเคยทำผิดโดยการขับขี่รถขึ้นบนทางเท้าอยู่บ่อยครั้ง จึงกลายเป็นความคุ้นชินและทำผิดซ้ำซาก แม้จะมีการรณรงค์ออกข่าวว่าเป็นการกระทำผิดก็ตาม

ทั้งนี้ การพกพาอาวุธมีดนั้น นายสการ บอกว่า ตัวเองพกไว้เป็นประจำอยู่แล้ว เพราะมีไว้เพื่อป้องกันตนเอง เนื่องจากเคยมีเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นเข้ามาดักล้อม เพื่อหวังจะทำร้ายร่างกาย แต่ไม่คิดว่าจะนำมาก่อเหตุครั้งนี้ ส่วนที่มีการตั้งข้อหาทั้งหมด 7 ข้อหานั้น ตนไม่ปฏิเสธและจะยอมรับผิดทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ตนอยากขอโทษสังคม และฝากขอโทษกลุ่มเพื่อนวินจักรยานยนต์ที่ทำให้เสียชื่อเสียง เพราะการกระทำของตนเองเพียงคนเดียว และแนะนำให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎอย่างถูกต้อง มีจิตสำนึก ไม่ทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ เอากรณีของตนเองเป็นแบบอย่าง ไม่ทำผิดซ้ำ และขอโทษเทศกิจ เขาทำหน้าที่ถูกต้องแล้ว ตนลืมตัวและทำผิด หวังจะเอาแต่เงินแต่ทำไม่ถูกต้อง

นายสรศักดิ์ สระอุบล พนักงานเทศกิจในคลิป

ด้าน นายสรศักดิ์ สระอุบล อายุ 42 ปี พนักงานเทศกิจ บุคคลที่อยู่ในคลิป เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนเองปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ จนกระทั่งมาเจอผู้กระทำผิดกำลังจอดรับผู้โดยสารบนทางเท้า และกำลังจะขับต่อไปบนทางเท้า ตนเองจึงได้เข้าไปพูดคุยลักษณะตักเตือน แต่ชายดังกล่าวแสดงอาการไม่พอใจ และพยายามใช้วาจาไม่สุภาพกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนเองก็ไม่ได้โต้ตอบหรือพูดว่าไม่สุภาพกลับไป และใช่คำว่า ครับ ทุกคำพูด ซึ่งตนเองพยายามใจเย็น ค่อยพูดค่อยจา แต่ฝ่ายตรงข้ามเอาแต่หัวร้อนไม่ฟังเหตุผล จนกระทั่งเหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น และชายในคลิปควักมีดคัตเตอร์ออกมา ลักษณะจะเข้ามาทำร้ายตนเอง จึงได้ตัดสินใจนำอาวุธ คือ กระบอง ออกมาหวังป้องกันตัวเอง แต่ก็ยังไม่มีการทำร้ายกัน เพราะได้ลดแรงปะทะโดยการถอยออกมา จากนั้นจึงได้ตัดสินใจเข้าไปล็อกล้อรถจักรยานยนต์ เผื่อหวังว่าหากตนเองถูกทำร้ายจะได้ไม่เกิดการหลบหนี แต่ภายหลังที่ตนเองเข้าไปล็อกล้อแล้วนั้น ชายในคลิปมีอาการโกรธ โมโหมากยิ่งขึ้น พยายามเข้ามาจะทำร้ายอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยกันห้าม ตามคลิปที่ปรากฏ

และภายหลังเหตุการณ์เกิดขึ้นได้มีการเข้าไปพูดคุยและเคลียร์ใจกันแล้ว โดยชายในคลิปได้มาพบกับหัวหน้าเทศกิจที่สำนักงานเขตวังทองหลาง พร้อมทั้งขอโทษกับเหตุการณ์ ยอมรับผิดว่าอารมณ์ร้อน ตนเองก็ไม่ได้ติดใจเอาความ เพราะประชาชนก็ถือว่าเป็นมิตรของเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ไม่ได้โกรธแค้นอะไร ทุกคนมีเหตุผล และมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ซึ่งการทำหน้าที่ครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของหัวหน้าที่มอบหมาย และทุกคนยังมีขวัญกำลังใจดี พร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชน

keyboard_arrow_up