“พี่คล้าว” เข้าพบ ตร.มอบหลักฐาน ยันความบริสุทธิ์ เผยกำลังใจล้น สุดคิดถึง “เจ้าทองคำ”

จากกรณีนายสุรัตน์ แผ้วเกตุ อายุ 34 ปี เจ้าของภาพควายยิ้มที่เป็นขวัญใจชาวโซเชียล ฉายาพี่คล้าว 2018 ระดมทุนเพื่อซื้อเจ้าทองคำ ควายเพศผู้ หลังเจ้าของบอกให้โอกาสนายสุรัตน์หาเงินมาซื้อเจ้าทองคำไว้เลี้ยง ซึ่งหลังรับเงินบริจาคกว่า 1 แสนบาท และทำการตกลงซื้อขายไปเรียบร้อยแล้วนั้น ล่าสุดนายบุญเลิศ กาฬภักดี นายก อบต.สุขเดือนห้า เจ้าของควาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุรัตน์ ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และข้อหานำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว ได้อายัดของกลางในคดีคือเจ้าทองคำ นำมาเลี้ยงไว้ที่สถานีตำรวจชั่วคราว  (อ่าน : “ปรเมศวร์” เตือน ตำรวจจะซวยยึดควาย “พี่คล้าว” คดีอาจพลิก ไม่ฉ้อโกง)

นายสุรัตน์เข้ากอดหอมเจ้าทองคำด้วยความคิดถึง

วันที่ 29 พ.ย. 61 นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ หรือพี่คล้าว 2018 เดินมาที่สน.คันนายาว โดยทันทีที่มาถึง นายสุรัตน์เดินไปกอด หอมและลูบหน้าเจ้าทองคำด้วยความคิดถึง และคุยกับเจ้าทองคำว่า อยากให้กลับบ้านด้วยกัน ไปสร้างรอยยิ้ม ให้ชาวบ้านเหมือนที่ผ่านมา

นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ ฉายา พี่คล้าว 2018

นายสุรัตน์ ระบุว่า ขณะนี้ตนมีความรู้สึกสบายใจมากขึ้น หลังจากที่มีเพื่อน ๆ คนในหมู่บ้านและชาวสังคมออนไลน์ ต่างเข้ามาร่วมให้กำลังใจ อย่างไม่ขาดสาย ซึ่งก่อนที่ตนจะเดินทางมาที่ สน. คันนายาว ชาวบ้านบ้านเนินขาม ได้นำผ้าขาวม้า 5 สี และเสื้อม่อฮ่อมมามอบให้กับตนเพื่อเป็นกำลังใจ ขอขอบคุณกำลังใจ ที่ทำให้ มีแรงต่อสู้

นายสุรัต์และทนาย เดินทางมาที่ สน.คันนายาว

โดยวันนี้ตนนำเอกสารการเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคเงิน มามอบต่อเจ้าหน้าที่สน.คันนายาว เพื่อเป็นหลักฐาน พร้อมเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยเดินทางมาพร้อมกับภรรยา และนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ

นายสุรัต์และทนาย เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว

นายสุรัตน์ ยืนยันว่า ไม่เคยคิดฉ้อโกงใคร ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงในการเรี่ยไรเงินจากสาธารณชน ส่วนที่ร้องไห้ฟูมฟายนั้นก็ไม่ได้เป็นการแสดง แต่เสียใจจริง ๆ ที่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว พร้อมทั้งขอโทษที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด เพราะการสื่อสารที่ผิดพลาดของตนเอง

ส่วนเจ้าทองคำวันนี้จะยังคงอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว เพราะว่ายังไม่ได้ตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์ของควายที่แน่ชัด โดยหลังจากนี้จะมีการนัดผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้มาไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง

keyboard_arrow_up