ชาวบ้านสุดทน ขายบ้านทิ้งเจอจอดรถขวาง – คู่กรณีโต้ ถ้าตามก็เลื่อนให้ (คลิป)

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก 123 คนดีมีน้ำใจ โพสต์คลิปพร้อมข้อความระบุว่า ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเวลาจะนำรถเข้าบ้าน รถไม่สามารถจะถอยเข้าได้ เนื่องจากช่วงรถจะต้องตีวง แต่กับติดรถยนต์ของบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยพยายามพูดคุยขอความร่วมมือหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นหน้าบ้านของตัวเอง ก็จะจอด

วันที่ 27 พ.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ ซอย 3 หมู่ 3 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางพรรณี วิริยาประภากร เพื่อนบ้านหลังตรงข้าม ผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการจอดรถกีดขวาง เผยว่า ตนอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้มานานแล้ว ก่อนหน้านี้สามารถขับรถเข้าออกจากบ้านได้ตามปกติ กระทั่งวันหนึ่ง ลูกสาวของบ้านฝั่งตรงข้ามออกรถใหม่  ซึ่งในช่วงแรกจะนำรถมาจอดภายในบ้าน หลังจากนั้นไม่นานเริ่มนำรถออกมาจอดที่หน้าบ้าน เป็นสาเหตุให้รถของตนที่บ้านอยู่ตรงข้ามกัน ไม่สามารถนำรถเข้าออกได้ เนื่องจากรถของบ้านหลังดังกล่าวจอดกีดขวาง ต่อมาเริ่มมีการพูดคุยขอความร่วมมือ แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ ทำให้เกิดมีปากเสียงกันมากกว่า 10 ครั้ง

ภาพจำลองลักษณะการจอดรถขวาง

คู่กรณีบอกตนว่า ให้มาเรียกได้ตลอด ถ้าต้องการขับรถเข้าบ้าน โดยจะมาขยับรถให้ ซึ่งตนรู้สึกเบื่อที่จะต้องเรียกอยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจอดรถ และอยากบอกถึงคู่กรณีว่า ควรจะต้องมีความเกรงใจบ้านข้าง ๆ บ้าง ไม่ใช่จะต้องให้มาเรียกขยับรถทุกครั้ง บางครั้งตนกลับจากที่ทำงานเหนื่อย ๆ มาถึงบ้านแล้ว จะต้องรอไปเรียกคู่กรณีให้ขยับรถเพื่อจะเข้าบ้าน และกว่าจะออกมาขยับรถให้ตนก็ต้องรอ

ส่วนบ้านหลังที่อยู่ข้างบ้านของตน ซึ่งตรงข้ามกับบ้านของคู่กรณีนั้น ก็ตัดสินใจติดป้ายประกาศขายบ้านแล้ว เพราะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการจอดรถกีดขวาง ที่ทำให้ได้รับความเดือดร้อนในการขับรถเข้าบ้านมาเป็นเวลานาน ซึ่งเจ้าของบ้านได้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแล้ว แต่ตนก็ยังไม่คิดจะประกาศขายบ้านแต่อย่างใด

นางพรรณี วิริยาประภากร ผู้อ้างว่าได้รับความเดือดร้อน

ทั้งนี้ ตนอยากให้คู่กรณีเห็นใจกันบ้าง ถ้ามาจอดรถแบบนี้ ตนเองเข้าบ้านไม่ได้ และได้รับความเดือดร้อน โดยอยากให้นำรถไปจอดที่อื่น จะได้ไม่ต้องมีการกระทบกระทั่งกันในทางอารมณ์ หรือทำร้ายร่างกาย

โดยตนเองได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด ให้เข้ามาพูดคุยกับทางบ้านของคู่กรณี แต่ทางบ้านของคู่กรณี ก็ยังมีการนำรถมาจอดที่หน้าบ้านเช่นเดิม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ให้ตนเข้าไปร้องเรียนกับเขตเทศบาลปากเกร็ด เพราะถนนหน้าบ้านนี้เป็นของเขตเทศบาล

นายมานิตย์ โสภาเลิศ เจ้าของบ้านที่ปิดป้ายประกาศขาย

เช่นเดียวกับ นายมานิตย์ โสภาเลิศ เจ้าของบ้านที่ปิดป้ายประกาศขาย เปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกอึดอัดที่อยู่บ้านตัวเอง แต่เวลาจะขับรถไปไหนกลับต้องมาเรียกให้คนบ้านตรงข้ามขยับรถ และต้องรอเขามาขยับรถให้ กว่าจะได้ออกจากบ้าน ถือว่าลำบากทั้งสองฝ่าย ซึ่งช่วงแรกก็ปกติดี ตนเรียกเขา เขาก็ขยับรถให้ แต่ในช่วงหลัง ตนเรียกเขาบ่อยมากขึ้น เขาขยับให้ตนช้าลง และบางทีก็ให้เหตุผลว่ากินข้าวอยู่หรืออาบน้ำอยู่ ก็ทำให้ตนต้องรอนานขึ้น และไม่ได้รับความสะดวก

ปัญหาดังกล่าวนี้สะสมมานับปี จึงทำให้รู้สึกว่าย้ายบ้านออกไปเลยดีกว่า ที่ผ่านมาตนหลีกเลี่ยงการทะเลาะ ถ้าวันใดรถจอดขวางอยู่หน้าบ้าน ตนเองก็ขับรถมอเตอร์ไซค์แทน แต่บางวันที่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ ตนไปบอกเขาให้ขยับรถ จากการพูดคุยกันปกติ ก็จะเริ่มมีอารมณ์โมโหมากขึ้น กลายเป็นการทะเลาะกัน พอทะเลาะกันก็เริ่มคุยกันลำบาก

นายมานิตย์ กล่าวอีกว่า ตนเคยเตือนป้าบ้านตรงข้ามว่า หากต้องการจอดรถและทำธุระในบ้านนาน ให้ไปจอดที่ซอยตรงกลางของหมู่บ้าน และเดินมาบ้านดีกว่าไหม ทุกคนจะได้สบายใจ ซึ่งพูดเตือนมาแล้วกว่า 10 ครั้ง ประธานหมู่บ้านก็ยังเคยมาเตือนว่าไม่ให้จอดรถแบบนี้ แต่เขายืนยันว่าจะจอดรถที่หน้าบ้านของตัวเองต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อประกาศขายบ้านและย้ายออกไปก็รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ที่ยังมาโพสต์ เพราะหวังแก้ปัญหานี้ ไม่อยากให้คนที่จะซื้อบ้านต่อต้องเจอปัญหาเดียวกัน

นายอนุรักษ์ ป้อมทะเล เจ้าของบ้านตรงข้ามที่ถูกร้องเรียน

ด้าน นายอนุรักษ์ ป้อมทะเล เจ้าของบ้านตรงข้ามที่ถูกร้องเรียน เปิดเผยว่า ตนเองจอดรถเก๋งที่หน้าบ้าน โดยจอดชิดกับประตูหน้าบ้าน และก่อนหน้านี้บ้านตรงข้ามเคยมาบอกกับตนว่าเวลามาจอดรถแบบนี้เขาขับรถเข้าบ้านไม่ได้ แต่ตนคิดว่ามันมีวิธีที่จะนำรถเข้าบ้านได้ และตนไม่ได้จอดกินพื้นที่ถนนขนาดนั้น

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าบ้านตรงข้ามย้ายออกไปเพราะสาเหตุอะไร ซึ่งจากที่ได้ยินมา คือย้ายออกไปเพราะบ้านของตนจอดรถกีดขวาง แต่ที่ผ่านมาบ้านตรงข้ามไม่มาเรียกให้ตนขยับรถให้ เพราะตนจะบอกว่าให้เรียกแต่ไม่เรียก แต่บ้านตรงข้ามกลับโทรศัพท์บอกตำรวจให้มาเคลียร์ที่บ้าน

ต่อจากนี้จะแก้ปัญหาโดยการไม่นำรถมาจอดที่ถนนหน้าบ้านแล้ว เพราะไม่อยากให้เกิดการทะเลาะกัน และจะนำรถมาจอดในบ้านแทน อย่างไรก็ตาม ตนทราบว่าคนที่ประกาศขายบ้านไม่ใช่เจ้าของบ้าน แต่เป็นเพียงผู้มาเช่าอาศัยเท่านั้น

keyboard_arrow_up