พยานแฉ เด็กตาบอดถูกหนังสติ๊กยิงใส่ กร่างคว้ามีดจ้วงผู้ใหญ่บ้านก่อน (คลิป)

วันที่ 27 พ.ย. 61 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ต.อิสาณเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ว่าลูกชายวัย 16 ปี ถูกผู้ใหญ่บ้านใช้หนังสติ๊กใส่ลูกแก้วยิงตาลูกชาย ทำให้ตาบอดสนิท จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบว่า ผู้ว่าบาดเจ็บ คือนายเขียด อายุ 16 ปี ถูกลูกแก้วยิงใส่ลูกตาข้างขวาจนบอดสนิท โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ผู้ใหญ่บ้านซึ่งมีศักดิ์เป็นอา ใช้เครื่องขยายเสียงที่บ้านตายายของนายเขียด เพื่อประชาสัมพันธ์งานของหมู่บ้าน

อาการบาดเจ็บที่ตาของนายเขียด
ลูกแก้วที่ยิงถูกตานายเขียด

โดยนางจิ๋ม พิมพ์อักษร แม่นายเขียด เล่าว่า ลูกชายกับผู้ใหญ่บ้านเคยมีเรื่องทะเลาะกันมาก่อนหลายครั้ง ก่อนหน้านี้พบว่า เคยเอาขวดขว้างใส่กันแต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งผู้ใหญ่บ้านได้เรียกลูกไปเจรจาเรื่องที่มีคนไปร้องเรียนกับผู้ใหญ่บ้าน หาว่าลูกตนไปพรากผู้เยาว์ ซึ่งขณะเจรจาผู้ใหญ่ได้พูดจาในลักษณะดูถูก และต่อว่าลูกตนเอง ทั้งยังใช้ปืนออกมาข่มขู่ด้วย จึงทำให้ลูกตนฝังใจ

ภาพจำลองเหตุการณ์ ตามคำบอกเล่าของนางจิ๋ม

จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ผู้ใหญ่บ้านขับรถกระบะมาจอดที่หน้าบ้าน อ้างจะมาเรี่ยไรเงิน แต่ลักษณะเหมือนจะมาหาเรื่อง ลูกชายเห็นท่าไม่ดี จึงคว้ามีดทำครัวมาถือไว้ หวังจะเอามาป้องกันตัว แต่ผู้ใหญ่บ้านได้เอาหนังสติ๊กที่เตรียมมาแล้ว ยิงลูกหินเข้ามาจนเข้าตาขวาลูกชาย จนนอนล้มลงดิ้นทุรนทุราย ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์ผ่าเอาลูกแก้วออกจากลูกตา พร้อมระบุว่าแก้วตาแตกละเอียดตาบอดสนิท

นางจิ๋ม พิมพ์อักษร แม่นายเขียด

นางจิ๋ม กล่าวว่า การกระทำของผู้ใหญ่บ้าน ถือว่าทำเกินกว่าเหตุ ทั้งที่เป็นผู้ใหญ่บ้าน และเป็นอาของเด็ก น่าจะใช้วิธีตักเตือน แต่กลับใช้ความรุนแรงกับหลาน ก็ยืนยันว่าจะเอาเรื่องถึงที่สุด เพราะลูกชายต้องสูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง กลายเป็นคนตาบอด ซึ่งเบื้องต้น ก็ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติแล้ว

นายวิรัตน์ พุ่มพวง ผู้ใหญ่บ้าน

ด้าน นายวิรัตน์ พุ่มพวง ผู้ใหญ่บ้าน ออกมาชี้แจงว่า นายเขียดมีศักดิ์เป็นหลาน เนื่องจากภรรยาของตนเองเป็นน้องสาวของแม่น้อง จึงได้เรียกมาพูดคุยเจรจากันที่บ้านของตนเอง เพราะมีคนมาร้องเรียนกับตนเองว่านายเขียดไปพรากผู้เยาว์ ระหว่างการเจรจานายเขียดแสดงอาการไม่พอใจตลอดเวลา พูดจาก้าวร้าวหาว่าตนเองพูดเข้าข้างอีกฝ่าย ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ตนก็พยายามจะไกล่เกลี่ยในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่บ้านหรือคนกลางเท่านั้น แต่การเจรจาก็ไม่เป็นผล

หลังจากวันนั้นนายเขียด ก็พูดจาข่มขู่จะยกพวกมาทำร้ายตนเอง ทั้งเคยนำสิ่งของมาปาใส่หลังคาบ้านด้วย จนทำให้ครอบครัวหวาดกลัว กระทั่งวันเกิดเหตุตนไปประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับงานบุญหมู่บ้าน และไปเจอกับนายเขียดเดินถือมีดมา แล้ววิ่งไล่แทงตนเอง ตนก็วิ่งรอบรถก่อนจะคว้าเอาหนังสติ๊กที่อยู่ในรถ ยิงไปเพื่อป้องกันตัว ซึ่งไม่ได้หวังผลให้ได้รับบาดเจ็บขนาดนั้น ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ซึ่งตัวเองก็ได้ไปแจ้งความที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ไว้เช่นเดียวกัน

นายสมพร วารินกุด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

เช่นเดียวกับ นายสมพร วารินกุด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ระบุว่า วันเกิดเหตุตนเองก็อยู่ในเหตุการณ์ เพราะขณะนั้นตนนำเงินที่รับบริจาคไปสมทบทำบุญหมู่บ้านพอดี โดยก่อนเกิดเหตุ นายเขียดใช้ขวดขว้างปาเข้าไปใส่บริเวณที่ผู้ใหญ่บ้านนั่งอยู่ 2 ครั้ง ก่อนที่จะเดินอ้อมไปด้านหลังผู้ใหญ่ ตนจึงตะโกนใส่ว่าจะทำอะไร จากนั้นไม่นานนายเขียด ซึ่งไม่พูดพร่ำทำเพลงและถือมีดวิ่งไล่ฟันผู้ใหญ่บ้าน ตนพยายามตะโกนห้ามปรามแต่นายเขียดก็ไม่ฟัง กระทั่งจังหวะที่ผู้ใหญ่บ้านวิ่งหนีก็ได้คว้าหนังสติ๊กที่อยู่ในรถออกมายิงสวนใส่นายเขียด เพื่อเป็นการป้องกันตัว หากตนเองเจอสถานการณ์แบบนั้นก็คงทำเหมือนกัน เพราะอาจจะถูกแทง แต่ก็ไม่คาดคิดว่านายเขียดจะถึงขั้นตาบอด เพราะตอนที่ผู้ใหญ่ยิงสวนก็ไม่ได้ตั้งใจเล็ง

นายเครือง พิมพ์อักษร ตานายเขียด

ขณะที่ นายเครือง พิมพ์อักษร ตานายเขียด บอกว่า วันเกิดเหตุตนเองก็อยู่ในเหตุการณ์เหมือนกัน ยืนยันว่าหลานชายไม่ได้ใช้มีดไล่ฟันผู้ใหญ่บ้าน เพียงแค่ถือมีดไว้ในมือเพื่อขู่ผู้ใหญ่เท่านั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้หลานไม่พอใจที่ผู้ใหญ่พูดจาต่อว่าและดูถูก ในวันที่มีการเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องที่หลานถูกกล่าวหาว่าพรากผู้เยาว์เยาวชนหญิงที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา  แต่สิ่งที่ผู้ใหญ่กระทำกับหลานนั้นรุนแรงเกินกว่าเหตุตนเองรับไม่ได้ และยืนยันว่าจะเอาเรื่องที่สุด ถึงแม้ผู้ใหญ่บ้านจะเป็นลูกเขยตนก็ตาม

น.ส.ก้อยใจ ท้าวพยุง พี่สาวนายเขียด

น.ส.ก้อยใจ ท้าวพยุง พี่สาวนายเขียด เปิดเผยว่า เหตุเกิดที่บ้านตากับยาย โดยหลังเกิดเหตุ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รับน้องชายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยหมอให้ไปเอ็กซเรย์ แล้วผ่าตัด หลังจากหมอผ่าตัดเสร็จ ได้สรุปการรักษาว่า ลูกแก้วฝังในลูกตาน้องชาย อาการรุนแรงจนทำให้จนตาบอดสนิท โดยหมอให้แผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์ ซีดี ทำการผ่าตัด รวมทั้งใบรับรองแพทย์ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

น.ส.ก้อยใจ ยืนยันอีกว่า วันเกิดเหตุ น้องชายมีมีดอยู่จริง แค่เอามาถือขู่นายวิรัตน์เฉย ๆ โดยทั้งคู่อยู่ห่างกันประมาณ 2-3 เมตร น้องชายถือมีดไปขู่ ยังไม่มีการลงมือต่อสู้ แต่น้องชายกลับถูกยิง ด้วยหนังสติ๊กและลูกแก้ว ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุ ยังไม่ได้ใช้มีดวิ่งไล่ฟัน ส่วนเหตุผลที่น้องถือมีดขู่ เพราะว่าก่อนหน้านี้ ทั้งคู่เคยมีเรื่องกันมาก่อน และผู้ใหญ่บ้านก็เคยเอาปืนมาขู่น้องชาย ครั้งนี้จึงต้องถือมีดเพื่อป้องกันตัว

keyboard_arrow_up