เคอรี่ เอ็กซ์เพรส หนุนการศึกษาไทย ลงนาม (MOU) มรภ.นครราชสีมา ต่อยอดสู่ความเป็นหนึ่ง

เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) สนับสนุนวงการศึกษาไทยสู่การเดินหน้าสร้างสรรค์สังคม จับมือมหา’ลัยราชภัฏนครราชสีมา จัดโครงการสร้างความร่วมมือทางวิชาการฯ ต่อยอดสู่ความเป็นหนึ่ง

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กับ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ในการจัดตั้งโครงการ “สร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) และทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา” ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรประจำการของสถานประกอบการ และเป็นแหล่งฝึกประสบการณ์สำหรับนักศึกษา อันก่อประโยชน์สูงสุดทั้งในเชิงวิชาการ และปฏิบัติการของผู้ร่วมมือโครงการทั้งสองฝ่าย โดยมีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ 3 ปี (25 พ.ย.2561-26 พ.ย. 2564)

ดร.ยุทธกร ฤทธิ์ไธสง คณบดีคณะวิทยาการจัดการ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่เคอรี่ฯ ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วม และแชร์ประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการจริง เพื่อจะช่วยเปิดมุมมอง และแนวคิดให้นักศึกษาสามารถดึงศักยภาพของตัวเองออกมา พร้อมทั้งยังช่วยพัฒนาต่อยอดสู่วิชาชีพในอนาคต

นายวราวุธ นาถประดิษฐ์ รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ ทางเคอรี่ฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังหนุนขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง จึงจัดโครงการ “สร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างบริษัทฯ และทางมหาวิทยาลัย” ขึ้นเป็นครั้งแรก ต่อยอดสู่ความเป็นหนึ่งด้านความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ โดยเริ่มกับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงกระบวนการทำงาน และสามารถปฏิบัติงานได้จริง

“แนวทางในการดำเนินงานของเคอรี่ฯ ครั้งนี้ เราต้องการคืนกลับสู่สังคม เราเลือกเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนในเชิงวิชาการอย่างจริงจัง ด้วยการสร้างศูนย์การเรียนรู้ขึ้นในมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อให้มีภาคปฏิบัติที่แท้จริง ที่ผ่านมาเราพบว่าเด็กไทยส่วนใหญ่จะเก่งในภาคทฤษฎี แต่ในภาคปฏิบัติด้านการบริหารจัดการ การเข้าสู่สถานการณ์จริงของการทำงาน เด็กไทยยังอ่อนแอมาก เราจึงเข้ามาเริ่มตั้งแต่ต้นทาง เราอยากเห็นความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ที่สามารถเป็นเถ้าแก่ เป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองได้ในอายุมาถึง 30 ปี และยังถือเป็นคีย์หลักของเคอรี่ฯ ในการขยายกำลังธุรกิจเพิ่มขึ้นด้วย” นายวราวุธ กล่าว

นอกจากนี้ รองผู้จัดการทั่วไป กล่าวเพิ่มว่า ผลประกอบการที่เกิดขึ้นจากศูนย์การเรียนรู้นี้ ทางเคอรี่ฯ จะนำคืนกลับสู่สังคมผ่านมูลนิธิต่างๆ รวมถึงการจัดคอนเทสต์ หรือการมอบทุนการศึกษาที่จะมีขึ้นในอนาคต ซึ่งนักศึกษาที่เข้ามาเรียนรู้วิชาการภายในศูนย์การเรียนรู้นี้ จะได้รับผลตอบแทนเสมือนเป็นพนักงานของเคอรี่ฯ (อัตราจ้างระดับฝึกงาน) และ เมื่อจบการศึกษาก็จะได้รับประกาศนียบัตร หรือหนังสือรับรองการทำงานจริง เพื่อใช้ในการสมัครงานที่อื่น หรือสามารถที่จะทำงานกับเคอรี่ฯ ได้เลย

นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันเคอรี่ฯ มีร้านส่งพัสดุทั่วประเทศไทยจำนวน 1,300 แห่ง และศูนย์กระจายสินค้า 800 แห่ง (ไม่นับรวมพาร์ทเนอร์ที่แฝงตัวอยู่ในร้านโชว์ห่วย) คิดเป็นในพื้นที่ภาคอีสานราว 300 แห่ง นอกจากนี้ ทางเคอรี่ฯ ยังได้สร้างฮับ (HUB) ขึ้นอีกราว 100 แห่งทั่วประเทศไทย พื้นที่ราว 8,000-10,000 ตารางเมตร ซึ่งจะตั้งอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในไทย เพื่อใช้ในการกระจายสินค้าได้มาก และรวดเร็วขึ้น อีกทั้ง ทางเคอรี่ฯ เตรียมเปิดตัวบริการรับ-ส่งสินค้าบนรถไฟฟ้า (BTS) เพื่อตอบรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (ช้อปปิ้งออนไลน์) ที่ต้องการรับ-ส่งสินค้าภายใน 2 ชั่วโมง

*ข้อมูลเพิ่มเติม
เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์มาตั้งแต่ปี 2006 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 150% ทุกปี ในปี 2013 ภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (ช้อปปิ้งออนไลน์) มีกระแสตอบรับที่ดีมาก ส่งผลให้เคอรี่ฯ มีพัสดุที่ออกถึง 15,000 กล่อง/วัน จากสาขาเดียวที่อโศก, ในปี 2015 มีพัสดุส่งออก 75,000 กล่อง/วัน จาก 35 สาขา และในปี 2018 มีพัสดุส่งออกมากถึง 1.1 ล้านกล่อง/วัน จาก 5,650 สาขา และมีพนักงาน 14,000 ราย ตั้งเป้าในปี 2019 จะมีสาขาให้บริการที่ 10,000 สาขา.

 

keyboard_arrow_up