ศิษย์เก่าค่ายธรรมะ ‘หมดศรัทธา-เสียสุขภาพจิต’

ศิษย์เก่าค่ายธรรมมะ เปิดใจ จากคนเคยเข้าค่ายธรรมะ บอกว่า รู้สึกหมดศรัทธา และแม้จบค่ายจะไม่มีคนป่วย แต่กดดันและเสียสุขภาพจิตมาก อีกทั้งยังมองไม่เห็นข้อดีของการเข้าค่าย พร้อมเรียกร้องให้โรงเรียน พิจารณาค่ายให้เหมาะสมกับนักเรียนด้วย

นายกานต์ โสมสัย นิสิตชั้นปีที่ 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดใจกับทีมข่าวว่า เมื่อตอนที่เข้าค่ายนั้น ตนกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.5 เป็นค่ายธรรมะที่จัดขึ้นโดยโรงเรียน จำนวน 3 วัน 2 คืน โดยภายในค่าย มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่จำลองสถานการณ์ หนึ่งในสถานการณ์ที่ติดใจจนถึงทุกวันรี้คือ ในทุกมื้ออาหารกบางวันระหว่างทานอาหารอยู่จะเปิดคลิปอุบัติเหตุ ฆ่า ทารุณสัตว์ ทำให้นักเรียนทานข้าวไม่ได้และเทอาหารทิ้ง ต่อมาพอตกตอนเย็นก็จะมีการนำข้าวมาให้ใหม่ โดยอ้างว่าเป็นข้าวที่กินเหลือแต่ความจริงคือข้าวใหม่ แต่ก็ทำให้รู้สึกแย่

กานต์ โสมสัย ศิษย์เก่าค่ายธรรมะ

นอกจากนี้มีการสร้างสถานการณ์ ว่า คุณครูจะกลับแล้ว เพื่อให้รู้สึกถึงการสูญเสีย ส่วนที่มีคนร้องไห้เสียใจเพราะเกิดจาก “ความกดดัน” เช่นมีการบีบบังคับให้สารภาพว่าใครเป็นเพศที่สาม ใครดื่มสุรา เสพสารเสพติด หรือสร้างสถานการณ์ให้ครูมาขอโทษ นักเรียนที่ทำหน้าที่ครูไม่ดี ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่หน้าที่ของครูที่ต้องมาขอโทษ


โดยภายหลังจากสิ้นสุดค่าย ยอมรับว่าตนและเพื่อนบางคน “หมดศรัทธาในศาสนา” ทำให้สร้างเกราะในการใช้ชีวิตในค่ายจึงไม่มีผลต่อสภาพจิตใจมากนัก ส่วนคนอื่นๆ หลังจบค่ายก็ไม่มีใครป่วยทางจิต แต่ในระยะยาวตนเชื่อว่าอาจจะเกิดผลในอนาคตได้ และเมื่อถามถึงประโยชน์ของค่าย เท่าที่ตนรู้สึกและผ่านการเข้าค่ายมานั้น บางเรื่องไม่ถูกต้องและไม่ใช่เรื่องที่ดีมากนัก


ทั้งนี้นายกานต์ ระบุว่า รร. มีการบังคับให้นักเรียนทุกคนต้องเข้าค่ายธรรมมะ โดยส่วนตัวเองมองว่าการจัดการเรียนการสอนด้านจริยธรรมหรือจัดกิจกรรมต้องมองที่ตัวผู้เข้าค่ายด้วยว่าเป็นอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ ทำไมเด็กทุกคนต้องมารองรับความกดดันเหล่านั้น ซึ่งตนมองว่าการจัดค่ายไม่ได้มีผลดีขนาดนั้น ในทางตรงกันข้ามกลับต้องเจอเรื่องที่แย่และไม่เกิดประโยชน์ ควรหาค่ายที่เหมาะสมกับเด็กนักเรียนดีกว่า

ทั้งนี้เนื่องจากตนและน้องคนที่ป่วยตามที่เป็นข่าว รู้จักกัน จึงเชื่อว่า สาเหตุที่น้องป่วยมาจากการเข้าค่ายธรรมะ เพราะก่อนเข้าค่ายมีความสดใสร่าเริงมาก พอหลังจบค่ายน้องมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป

keyboard_arrow_up