แม่โต้สั่งฆ่าลูกปมที่มรดก รับไม่กินเส้น คาดแก๊งยาตามเช็กบิล – เพื่อนบ้านได้ยินดักซุ่ม “ยิงให้ตาย” (คลิป)

จากกรณี นายกนกพล รัตนพันธุ์ หรือบีม อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา อายุ 33 ปี ถูกคนร้ายไม่ต่ำกว่า 4 คน ยิงเสียชีวิตระหว่างที่บังเอิญไปพบเจอซุ่มอยู่ภายในสวนยางพารา ก่อนเบี่ยงเบนความสนใจให้คนร้ายยิง เพื่อให้ลูกและเมียปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอไปแล้วนั้น (อ่าน : มรดกเลือด! พ่อแฉลูกถูกฆ่าต่อหน้าเมีย แม่ส่งคนดักซุ่ม ปมที่ดินตระกูล)

บ้านแม่ของผู้ตาย สภาพร้างมากว่า 2 เดือน

วันที่ 23 พ.ย. 61 ที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง พบว่า บ้านของแม่ผู้ตายที่ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้ จากการสอบถามทราบว่าแม่ผู้ตายย้ายออกจากบ้านหลังนี้ไปแล้วประมาณ 2 เดือน

นายมนัส ร่างมณี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8

นายมนัส ร่างมณี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 พร้อมเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม เดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ (21 พ.ย.) ช่วงประมาณ 21.00 น. ตนได้รับโทรศัพท์แจ้งจากลูกชายว่ามีเสียงปืนดังขึ้นใกล้กับบ้านของตน ตนจึงให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตรวจสอบพื้นที่เพื่อสอบถามกับชาวบ้านว่าเสียงปืนดังขึ้นในจุดไหน ก็ได้ข้อมูลว่ามีเสียงเกิดขึ้นใกล้กับบ้านของผู้ตาย จากนั้นอีกพักหนึ่ง จึงได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 7-8 นัด โดยขณะเกิดเหตุทุกคนต่างหมอบลง เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่นานนักตนจึงได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ามีคนถูกยิงที่บ้านหลังที่เกิดเหตุ

จากนั้น ตนรุดหน้าเข้าไปดูพื้นที่เกิดเหตุเป็นคนแรก พบว่า สภาพของนายกนกพล รัตนพันธุ์ หรือบีม นอนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นหน้าบ้าน ส่วนภรรยาผู้ตายหลบอยู่ในบ้าน โดยสภาพศพของผู้ตาย นอนคว่ำหน้าและมีเลือดออก ส่วนแฟนสาวได้แต่ร้องไห้ ทั้งยังเล่าว่า ตอนได้ยินเสียงปืน 2 นัดแรก นายบีมและภรรยาคิดว่าเสียงปืนมาจากทิศทางบ้านผู้ใหญ่ ด้วยความเป็นห่วงภรรยาของผู้ใหญ่บ้าน จึงเดินไปดู แต่เมื่อไม่เห็นมีใครอยู่ ทั้งคู่จึงเดินกลับ

ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะที่คนร้ายที่ซ่อนตัวยิงนายกนกพล

ในระหว่างเดินทางกลับ ผู้ตายเห็นผู้ร้ายซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ จึงตะโกนบอกให้ภรรยารีบวิ่งเข้าบ้าน แล้วผู้ตายก็ถูกคนร้ายยิงรัวหลายนัด โดยผู้ตายมีการพยายามวิ่งหนี แต่คนร้ายก็ยังวิ่งตามมายิงซ้ำ ซึ่งภรรยาผู้ตายให้การว่าคนร้ายน่าจะมากันประมาณ 3 คน ส่วนเสียงปืนที่ดังขึ้น 2 นัดแรกนั้นอยู่ในบริเวณใกล้กับบ้านของคนตาย โดยคาดว่าคนร้ายน่าจะหลบอยู่ในสวนปาล์ม ซึ่งเป็นกึ่งกลางระหว่างบ้านตนกับบ้านผู้ตาย ทำให้มีการเข้าใจผิดว่าเสียงปืนดังมากจากฝั่งบ้านของตน

ทั้งนี้ จุดที่ตนได้ยินเสียงปืนดังรัวในช่วงเกิดเหตุ กับจุดที่ตนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกำลังลงพื้นที่อยู่ไม่ไกลกันนัก ห่างกันเพียง 300 เมตร แต่เนื่องจากอยู่คนละฝั่งสวนปาล์มกัน จึงไม่มีใครเห็นว่าคนร้ายหลบหนีไปในทิศทางไหน

นายมนัส กล่าวว่า สำหรับปัญหาครอบครัวระหว่างผู้ตายกับแม่ ทราบว่าก่อนหน้านี้มีปัญหากันจริง แต่ในวันเกิดเหตุ แม่ของผู้ตายไม่ได้อยู่ที่บ้าน และได้ย้ายบ้านออกจากพื้นที่นี้ได้ราว 2 เดือนแล้ว เป็นเหตุจากผู้ตายทะเลาะกับแม่บ่อยครั้ง ซึ่งไม่มีใครทราบว่าทั้งสองคนมีปัญหาอะไรกัน

จุดที่คาดว่าคนร้ายอาจใช้เป็นจุดซุ่มยิง

ต่อมา กลุ่มเพื่อนบ้านบางส่วน เปิดเผยว่า การยิงปืน 2 นัด แรกอาจเป็นเพียงการล่อให้คนตายออกมาจากบ้าน โดยการยิงครั้งต่อมาเป็นการยิงให้ผู้ตายล้มลง ก่อนจะมีการยิงซ้ำจนผู้ตายเสียชีวิต โดยจุดที่ได้ยินเสียงปืนก็มาจากในระแวกใกล้เคียงกับบ้านของผู้ตาย

นอกจากนี้ ภรรยาผู้ตายยังระบุด้วยว่าตอนที่สามีถูกยิง ผู้ตายยังถามมือปืนเลยว่า “ยิงกูทำไม” แล้วมือยิงก็ตอบกลับมา “จะมายิงให้ตาย” ซึ่ง ตนคิดว่าผู้ตายไม่จะรู้จักกัน สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องแม่ผู้ตายเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตนั้น ชาวบ้านคิดว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ และผู้ตายอาจจะเสียชีวิตด้วยเรื่องอื่น

ส่วนปัญหาอื่นๆ นั้น คนในละแวกนี้ไม่เคยมีปัญหากับผู้ตาย และการที่ภรรยาผู้ตายเข้าใจว่ามีการมาถ่ายรูปหน้าบ้านแม่ผู้ตายไป นั้นเป็นเรื่องที่แม่ผู้ตายให้คนมาถ่ายรูปโครงไม้หลังเดิมไว้ เนื่องจากต้องการนำโครงไม้ไปสร้างบ้านหลังใหม่ ซึ่งให้ช่างรับเหมาก่อสร้างมาตีราคาประเมิน ไม่ใช่เป็นการมาถ่ายรูปเพื่อชี้เป้าให้มือปืนมายิง ซึ่งพวกตนไม่เชื่อว่าแม่กับพ่อเลี้ยงของผู้ตายมีส่วนในเรื่องนี้ เพราะตั้งแต่มีเรื่องกัน พวกเขาก็ย้ายหนีไป ไม่กลับมาเจอหน้าผู้ตายอีกเลย

นางรุ้ง (นามสมมติ) แม่ของผู้ตาย

ด้าน นางรุ้ง (นามสมมติ) แม่ของผู้ตาย เปิดใจว่า เรื่องที่ตนมีปัญหากับลูกชายนั้น คนอื่นมักจะกล่าวหาว่าตนไปหาเรื่องลูก ซึ่งตนไม่เคยหาเรื่องเขาก่อน คนเป็นแม่จะไปทำให้ลูกไม่มีความสุขได้อย่างไร โดยก่อนนี้ ลูกชายก็เป็นคนดี ขยันทำมาหากิน แต่สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป ตนเชื่อว่าเกิดจากการเสพสารเสพติด ซึ่งในช่วงแรกอาการของลูกไม่ได้หนักมาก แต่พักหลังเริ่มเปลี่ยนไปหนักมากขึ้น แล้วกลายเป็นคนก้าวร้าว ด่าคำหยาบคาย ใช้คำพูดที่ตนและชาวบ้านฟังรับไม่ได้ อย่างบางคำที่ตนถูกลูกชายต่อว่า เช่น “อีหมาเ-็ด” โดยที่ตนถูกด่าทอขณะที่ญาติ ๆ อยู่กันพร้อมหน้าอีกด้วย

ทั้งนี้ เหตุที่ทำให้ลูกชายต่อว่าตน เพราะเกิดจากลูกชายกล่าวหาตนว่าไปตัดน้ำตัดไฟบ้านเขา ทั้งที่ตนตรวจสอบที่เทศบาลแล้ว ว่าคนที่รับใบแจ้งหนี้ค่าน้ำก็เป็นภรรยาของเขาเอง ส่วนเรื่องไฟฟ้านั้น แม้จะเป็นไฟเส้นเดียวกัน แต่สายไฟพ่วงของเขาพันกันรุนรัง ทำให้ไฟช็อต ส่งผลให้ไฟไม่ติด แล้วลูกก็คิดว่าตนไปแกล้งเขา

นางรุ้ง ระบุว่า ส่วนเรื่องที่ดิน ตอนแรกลูกชายขอที่ดิน 3 ไร่ แต่ตนได้ตกลงกับลูกชายแล้วว่าตนจะยกให้เขา 2 ไร่ครึ่ง พร้อมทางเข้าบ้าน ลูกชายตนก็ขานรับตกลงแล้ว แต่กลับไม่ทำในสิ่งที่เคยตอบรับไว้ เพราะในช่วงหลัง ลูกชายกลับมาขอที่เป็นจำนวน 3 ไร่ ตนจึงตอบตกลง แต่ให้รอก่อน เพราะยังติดเรื่องโฉนดที่ดิน ซึ่งเรื่องที่ดินนี้ไม่ได้มีการขัดแย้งกัน

ตนก็ไม่มั่นใจว่าลูกชายโดนยิง เหตุจะมาจากเรื่องสารเสพติดหรือไม่ เพราะตนไม่พูดคุยกันกับลูกมานานแล้ว กระทั่งแทบจะกลายเป็นคนแปลกหน้า

ที่ตั้งสวดอภิธรรมของนายนายกนกพล รัตนพันธุ์

นางรุ้ง ยอมรับว่า ขณะนี้ตนเองรู้สึกเครียด ยืนยันว่า ตนไม่เคยสั่งใครมาฆ่าลูกชาย เพราะคนเป็นแม่ไม่สามารถทำกับลูกแบบนั้นได้ และเชื่อว่าไม่มีแม่คนไหนทำร้ายลูกได้ลงคอ ส่วนงานสวดอภิธรรม ตนไม่ไปร่วมเพราะกำลังถูกกล่าวหา แต่ยืนยันว่าตนไปงานศพที่วัดทุกวัน วันนี้ตนก็ไป แต่หากถามว่าตนจะไปฟังสวดไหม ตนคิดว่าสายตาของคนที่งานเขามองตนแบบนั้นไปแล้ว ซึ่งตนไม่ได้อยากอธิบายอะไรให้ใครฟัง แต่ขอยืนยันว่าตัวเองบริสุทธิ์

keyboard_arrow_up