ฟัง! เฒ่าโหดสร้างหลังคาล้ำเส้น ยันยิงหนุ่มตาย เพื่อป้องกันตัว ชี้ถูกหยามเรียกลูกไปฆ่า (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 61 นายศิรินันท์ ลาภเสถียร อายุ 38 ปี ถูกนายสมพงษ์ ตรีเวก อายุ 75 ปี เพื่อนบ้านที่มีปัญหาในการก่อสร้างหลังคาบ้าน โดยโครงเหล็กเกยติดกับหลังคาบ้านญาติของผู้ตาย จนเป็นปัญหาบาดหมางกัน โดยนายสมพงษ์ใช้อาวุธปืนยิงลำตัวนายศิรินันท์ รวม 4 นัด จนล้มลงจมกองเลือด จากนั้นนายสมพงษ์ ได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

สภ. พระประแดง

วันที่ 22 พ.ย. 61 ช่วงเช้าที่ผ่านมา ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่ สภ.พระประแดง ส่วนญาติของผู้ต้องหาก็เดินทางมาเช่นเดียวกัน ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบปากคำผู้ต้องหา โดยนางปุณณสิริ พิชิตมาร ภรรยาของผู้ตาย ตะโกนว่า “ทำไมต้องฆ่าสามีหนู เวลาเดือดร้อนขอยืมเงิน หนูก็โอนเงินไปให้พี่ ทำไมต้องทำร้ายครอบครัวหนู ลูก 3 คน จะให้หนูทำอย่างไร ทำไมต้องทำขนาดนี้ ห้ามปรามกันด้วยวาจาได้ไหม ทำไมต้องเอาถึงตาย ครอบครัวของพวกคุณจิตใจทำด้วยอะไร”

ภรรยาผู้ตาย เจรจากับผู้ต้องหา

ด้าน พ.ต.อ.พงษ์เชษณ์ จุลสงค์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.พระประแดง เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากวันที่ 20 พ.ย. 61 เวลาประมาณ 17.00 น. เกิดเหตุขึ้น ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวน สอบสวน สภ.พระประแดง ให้รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อที่จะขออนุมัติออกหมายจับ นายสมพงษ์ ผู้ต้องหา ต่อมาทางศาลได้อนุมัติหมายจับ ในข้อทั้งหมด 3 ข้อหา คือข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต

กระทั่งวันนี้ เวลาประมาณ 01.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ก็ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ที่สถานีขนส่งแห่งที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นคนยิงจริง

นายสมพงษ์ ตรีเวก ผู้ต้องหา

นายสมพงษ์ ตรีเวก อายุ 75 ปี ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า คู่กรณีเป็นญาติกับตน ซึ่งมีปัญหากันมานานกว่า 3 ปีแล้ว จนกระทั่งครั้งสุดท้ายเจ้าของที่ดินมีหนังสือออกมาว่าให้ตนสามารถสร้างบ้านได้ โดยให้สร้างหลังคาใต้ชายคาบ้านคู่กรณี ให้หน้าต่างสามารถเปิดได้ และให้ทำรางน้ำรองรับน้ำเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าบ้านเวลาฝนตก เพราะเป็นที่ดินของตนที่เช่าอยู่มันก็ต้องจบ แต่ฝั่งคู่กรณีไม่ยอม ขณะที่ตนกำลังก่อสร้างฝั่งครอบครัวนายศิรินันท์ก็มาห้าม ตนนำคำอนุญาตมาติดไว้หน้าบ้าน

โครงเหล็กหลังคาที่มีการต่อเติม

ส่วนลูกชายของบ้านคู่กรณีก็ได้มีการโพสต์ด่าผ่านเฟซบุ๊ก จากนั้นหลานชายตนไปเห็น ก็โทรไปสอบถามนายศิรินันท์ ว่าลงแบบนี้หมายความว่าอย่างไร จากนั้นนายศิรินันท์ก็มีการนัดกับหลานตนช่วงหัวค่ำของวันที่ 19 พ.ย. เพื่อเคลียร์ปัญหา หลานตนก็ไปตามนัด แต่ไม่เจอตัวนายศิรินันท์ ไปเจอญาติของนายศิรินันท์ที่เป็นครู จากนั้นญาติของนายศิรินันท์ก็ชี้หน้าด่าหลานว่าไม่มีการศึกษา หลานตนก็เลยตอบกลับไปว่า ผมจบปริญญาตรี คนของคุณจบปริญญาอะไร จากนั้นญาติของผู้ตายก็บอกต่อว่า ชอบหาเรื่อง จากนั้นหลานตนก็เอาเฟซบุ๊กที่นายนายศิรินันท์โพสต์ให้ดู แล้วถามว่าดูสิว่าใครหาเรื่อง จากนั้นญาติของนายศิรินันท์ก็หันหน้าหนี แล้วพูดกลับมาว่า “ไว้จะจัดให้”

จากนั้นเวลา 08.00 น. ของวันที่ 20 พ.ย. 61 ลูกชายตนนั่งอยู่บนบ้าน ส่วนตนออกไปข้างนอกแล้วกลับเข้ามาพอดี ก็เห็นนายศิรินันท์มานัดลูกชายและหลานตนไปเครียร์เรื่อง เมื่อตนเห็นก็รู้สึกโกรธ เพราะลูกชายตนเคยดูแลนายศิรินันท์มา ตนก็เลยผลักประตูกระจกเข้าไป แต่ลูกบอกว่า “พ่อไม่ต้องยุ่ง” แต่ตนมองว่าเป็นการบังคับ เพราะผู้ตายนัดให้ไปเจอที่หน้าบ้านตัวเอง ตนถือว่าเป็นพื้นที่สังหาร หากลูกเป็นอะไรไป ครอบครัวคงจะจบแน่นอน ตนก็นั่งคิด จากนั้นก็เอาปืนที่มีอยู่ในบ้านออกไปด้วย เพราะช่วง 4-5 โมงจะออกจากบ้านทุกวัน และวันเกิดเหตุก็ออกไป ตอนแรกตั้งใจจะไปคุยกับผู้ตาย ไม่ได้ตั้งใจไปยิง แต่ผู้ตายเคยข่มขู่ตนหลายครั้ง จากนั้นก็คุยกันไม่นาน ผู้ตายก็เดินมาเหมือนจะทำร้าย ตนจึงหยิบปืนขึ้นมายิงเพื่อป้องกันตัว 5 นัด จากนั้นก็ขับรถออกไป แต่ก็ยอมรับว่าการป้องกันตัวครั้งนี้มันเกินกว่าเหตุ

นายพัชร ตรีเวช หรือ เพชร ลูกชายผู้ต้องหา

ขณะที่ นายพัชร ตรีเวช หรือ เพชร ลูกชายผู้ต้องหา อายุ 50 ปี กล่าวว่า ตนเคยเลี้ยงดูผู้ตายมาก่อน ซึ่งวันเกิดเหตุกลับจากที่ทำงานแล้วมาที่บ้าน จากนั้นนั้นก็จะออกไปเคลียร์กับผู้ตายตามที่นัดหมายกันไว้คือช่วง 5 โมงเย็น ซึ่งขณะที่กำลังจะออกไป ก็ได้ยินมาว่ามีคนโดนยิงแต่ยังไม่ตาย ตนก็นึกในใจว่าก็ยังโชคดีที่ยังไม่ตาย แต่พอมารู้ความจริง กลายเป็นว่าคนที่ยิงคือพ่อตัวเอง ซึ่งพ่อตนจะชอบออกบ้านทุกเย็นอยู่แล้ว แต่วันเกิดเหตุไม่คิดว่าพ่อจะไปทำแบบนี้ เพราะผู้ตายและพ่อตน ก็ไม่ถูกกันมา 3 ปีกว่าแล้ว ตนก็เคยห้ามหลายครั้ง แต่ก็ได้แค่ห้าม ทั้งนี้ ด้วยความที่พ่อตัวเองเป็นนักเลงเก่า จึงกล้าทำ

นางศิรินทร พวงชะโร แม่ของผู้ตาย

ด้าน นางศิรินทร พวงชะโร แม่ของผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้แล้ว ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้น ทางญาติขอคัดค้านการประกันตัว เพราะสิ่งที่คนร้ายทำนั้นโหดเหี้ยมเกินไป และสิ่งที่ตนต้องการคือ อยากให้คนร้ายมาขอขมาศพลูกตัวเอง ตั้งแต่วันเกิดเหตุมาจนถึงวันนี้ยังไม่เคยมีญาติฝ่ายผู้ต้องหาติดต่อมาหาตน ซึ่งหลังจากที่ได้รู้ข่าวว่าลูกโดนยิงเสียชีวิตก็ช็อก ทำอะไรไม่ถูก เลยตัดสินใจนั่งรถไฟจาก จ.ตรัง มาที่ กทม. ทันที

เรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ เพราะเมื่อก่อนยังคุยกับคนที่ยิงลูกตัวเอง และถือว่าเป็นเพื่อนบ้านกันด้วย ทำไมต้องทำขนาดนี้ ส่วนนิสัยของลูกตน เป็นคนพูดเสียงดังปกติ แต่ไม่เคยไปมีเรื่องอะไรกับใคร คดีติดตัวก็ไม่เคยมี ไม่น่าทำถึงขนาดนี้ แล้วลูกเมียจะอยู่อย่างไรต่อไป มีลูกตั้ง 3 คน คนโตผู้หญิง 6 ขวบ คนกลางผู้ชาย 5 ขวบ และคนเล็กผู้หญิง 3 ขวบ ใครจะดูแล

keyboard_arrow_up