แม่ค้ากระทงแจงดราม่าไม่รับเงินเหรียญ บอกทอนยาก – สาว งง ถูกไล่หลัง “อย่าโกรธ เดี๋ยวแก่” (คลิป)

จากกรณีมีผู้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ตัวเองมาซื้อกระทงราคา 30 บาทที่ร้านแห่งหนึ่งในซอยลาซาล แต่แม่ค้าปฏิเสธรับเหรียญ จึงเกิดข้อสงสัยว่า เหตุใดเหรียญเป็นเงิน แต่ไม่สามารถซื้อของได้

โพสต์เล่าเหตุการณ์ซื้อกระทง

วันที่ 22 พ.ย. 61 น.ส.น้อง (นามสมมติ) ผู้โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ประมาณ 08.00 น. ปกติตนมาแวะซื้อของที่ตลาดเป็นประจำ แต่ไม่เคยเป็นลูกค้าร้านป้า ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ได้อุดหนุน ช่วงเช้า หลังตนซื้อของในตลาดเสร็จ ตนเห็นกระทงที่ร้านนี้ขายทำจากข้าวโพด เป็นอาหารปลาได้ ตนจึงสอบถามราคา ป้าเจ้าของร้านบอกว่า 30 บาท ซึ่งป้าก็พูดจาดี ทั้งนี้ ตนยังไม่ได้กดเงิน มีเงินในตัวไม่ถึง 30 บาท จึงเดินกลับไปที่รถ ไปหยิบเงินเหรียญ 5 บาท 2 เหรียญ เหรียญ 2 บาท 4 เหรียญ และเหรียญ 1 บาท 12 เหรียญ รวมเป็น 30 บาทพอดี

น.ส.น้อง (นามสมมติ) ผู้โพสต์

จากนั้น ตนกลับมาที่ร้าน และจ่ายเงินให้ลูกน้องในร้าน โดยป้าเจ้าของร้าน ตะโกนเสียงดังออกมาถามว่า “โห เงินนี้ของใครจ๊ะ” ตนก็บอกว่าของตน จากนั้นป้าก็ถามหาแบงก์ หาเหรียญ 10 บาท ตนบอกว่า ตนไม่มี มีเงินเพียงเท่านี้ ป้าตอบตนกลับมาว่า “เหรียญสมัยนี้ทอนเงินยาก ไม่มีใครอยากได้” ซึ่งเหมือนว่าป้าจะไม่ขายของให้ ตนจึงตอบว่า “ไม่เป็นไรค่ะ” แล้วตนก็พูดว่า “ร้านนี้เขาไม่รับเหรียญ” จากนั้นก็เดินไปหยิบเงิน ป้ายังพูดด้วยน้ำเสียงประชดประมาณว่า “เอาเหรียญคืนไปเลยจ้า ๆ” เมื่อตนเดินออกมา เจ้าของร้านยังตะโกนตามหลังมาอีก ประมาณว่า “อย่าโกรธ เดี๋ยวแก่” ตอนนั้นตนยังคุยโทรศัพท์กับเพื่อน เพื่อนก็ได้ยินสิ่งที่แม่ค้าพูด เพื่อนยังถามตนว่า ให้เงินเหรียญบาททั้งหมดหรือไม่ ตนยืนยันว่า ตนไม่ได้ให้เป็นเหรียญ 1 บาทล้วน

เหรียญที่ใช้จ่ายค่ากระทง

น.ส.น้อง กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเงิน 30 บาท ไม่ได้เป็นมูลค่าที่มากเกินไปกว่าที่จะชำะเงินด้วยเหรียญ แต่ตนมองว่าเงินก็ยังเป็นเงิน เป็นสิ่งที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ตราบใดที่ประเทศไทยยังใช้เหรียญได้ เจ้าของร้านก็ควรรับเงินเหรียญ อยากถามว่า “ทำไมเจ๊มีปัญหา อยากให้ลองคิด หากมีคนนำเงินเหรียญบาท 1 แสนบาทมาให้เจ๊ เจ๊จะรับเงินนั้นไหม” ทั้งนี้ ตนอยากบอกแม่ค้ารายนี้ว่า “ตราบใดที่เจ๊เป็นแม่ค้า ก็ไม่ควรปฏิเสธรับเหรียญ เพราะมันหนีไม่พ้น” แต่ตนก็คิดว่า หากเป็นตนถูกทอนเงินเหรียญ 30 บาท ตนคงมองหน้าเล็กน้อย แต่คงไม่โวยวายหรือพูดอะไร เพราะเงินก็ยังคงมีค่า อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ติดใจอะไร เพียงขอให้เจ๊ปรับทัศนคติการรับเงินเหรียญใหม่ เพราะเจ๊ค้าขาย ก็ต้องเจอเหรียญอยู่ดี

ร้านขายกระทง

ด้าน เจ๊สาลี่ เจ้าของร้านดอกกระทง ซึ่งปกติเปิดเป็นร้ายจำหน่ายดอกไม้สด เปิดเผยว่า ตนเองทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดยมีคนที่รู้จักมาเล่าให้ตนฟัง เนื่องจากตนเองอ่านหนังสือไม่ออก และเล่นเฟซบุ๊กไม่เป็น สิ่งที่นำมาลงสื่อฯ ไม่เป็นความจริง ตนเองไม่อยากจะพูด เพราะเหมือนการแก้ตัว

แต่ตนเองจำลูกค้าคนนี้ได้ ซึ่งลูกค้าเข้ามาซื้อกระทงที่ร้าน ตนขายราคาใบละ 30 บาท แล้วลูกค้าเอาแต่คุยโทรศัพท์ แล้วตนไม่ได้ขายเอง ลูกน้องในร้านเป็นคนขาย เมื่อเด็กรับเงินมาก็มีเพียงเหรียญ เมื่อลูกน้องส่งเงินมา ตนก็ถามไปที่ลูกน้องว่า นี่เงินใคร พร้อมถามว่าคุณไม่มีแบงก์หรือ หรือมีเหรียญ 10 บาทไหม เหตุผลเพราะคนที่มาตลาดนี้ ส่วนใหญ่จะไม่รับเงินทอนที่เป็นเหรียญบาท ทำให้ตนใช้จ่ายยาก

ตนเพียงขอความร่วมมือ ไม่ได้ปฏิเสธรับเงินเหรียญ ตนเพียงสอบถามเท่านั้น หากไม่มีจริง ๆ ตนก็ยินดีรับ แต่ลูกค้ารายนี้มัวแต่คุยโทรศัพท์ ทำให้ไม่ได้เจรจา แล้วลูกค้าก็เดินหนีไปเลย ทำทีเหมือนอารมณ์เสีย ยืนยันว่าตนไม่ได้ดูถูกเงิน เงินเหรียญก็คือเงิน หากลูกค้าคุยกับตน ตนก็ยินดีรับเงินเหรียญ ตนเป็นแม่ค้าขายมาแต่เริ่มมีตลาด ตนคงไม่ทำนิสัยเลวทรามแบบนั้น ตนขายของมากว่า 20 ปี หากเป็นลูกค้าประจำจะรู้สันดานตน ตนเป็นคนตรง ๆ พูดเสียงดัง แต่พอตอนถามหาแบงก์ ลูกค้าก็เดินสะบัดไปเลย จากนั้นตนพูดตามหลังไปเพียงว่า “อย่าอารมณ์เสียสิ เดี๋ยวแก่ไว”

เจ๊สาลี่ กล่าวอีกว่า อีกประเด็นเรื่องมีเหรียญ 1 บาท เหรียญ 2 บาท และเหรียญ 5 บาท ที่บอกว่าตนไม่รับ เท่าที่ตนเห็นเงินที่จ่ายมา มีเพียงเหรียญ 1 บาท และ 2 บาท ไม่เห็นเหรียญ 5 บาท แต่ส่วนตัวยืนยันว่า หากจ่ายเงินเหรียญมา ตนยินดีรับ ไม่ใช่ปฏิเสธ

ส่วนวันอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เทศกาลแบบนี้ หากลูกค้าไม่มีเงินจริง ๆ เงินเหรียญตนก็ยินดีรับ ส่วนตัวไม่คิดว่าปัญหาจะเป็นแบบนี้ แต่มาทราบภายหลังว่า ถูกนำเรื่องราวไปลงในเฟซบุ๊ก คิดว่าลูกค้าคงโกรธตน ที่ตนถามตามหลังไปว่า “อย่าอารมณ์เสีย เดียวแก่ไว” อย่างไรก็ตาม ใครจะโพสต์อะไรส่วนตัวไม่สนใจ เชื่อว่าผีสาง เทวดารับรู้ เห็นความจริง สุดท้ายหากลูกค้าไม่พอใจ ตนก็ฝากขอโทษไปยังลูกค้าด้วย เพราะตนก็เป็นแม่ค้า ไม่อยากมีเรื่อง

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เปิดเผยว่า ตามพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 มาตรา 10 ระบุว่า กำหนดให้เหรียญกษาปณ์ สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย มาตรา 10 ให้กระทรวงการคลังจัดทำและนำออกใช้ซึ่งเหรียญกษาปณ์ เหรียญกษาปณ์ตามวรรคหนึ่ง แต่ละชนิดราคาที่นำออกใช้ ให้มีได้เพียงขนาดเดียว และจะมีขนาดเท่ากับเหรียญกษาปณ์ชนิด ราคา อื่นไม่ได้ เว้นแต่กรณีการจัดทำและนำออกใช้เป็นเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก หรือเหรียญกษาปณ์ที่ใช้แทนเหรียญกษาปณ์ที่ถอนคืนชนิด ราคา โลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนักขนาด ลวดลาย และลักษณะอื่น ๆ ของเหรียญกษาปณ์ รวมทั้งอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดให้กำหนดโดยกฎกระทรวง

โดยเหรียญ 25 สตางค์ และเหรียญ 50 สตางค์ ชำระได้ไม่เกิน 10 บาท, เหรียญ 1 บาท เหรียญ 2 บาท และเหรียญ 5 บาท ชำระได้ไม่เกิน 500 บาท และเหรียญ 10 บาท ชำระได้ไม่เกิน 1,000 บาท

ดังนั้น กรณีที่ลูกค้าซื้อกระทงราคา 30 บาท จ่ายเหรียญ 1 บาท เหรียญ 2 บาท และเหรียญ 5 บาท สามารถจ่ายได้ตามกฎหมาย เพราะราคากระทง ไม่เกิน 500 บาท อย่างไรก็ตามหาก แม่ค้าไม่รับซื้อ ก็ไม่มีกฎหมายเอาผิด แต่ถ้าแม่ค้าเลือกปฏิบัติ ลูกค้าสามารถไปร้องเรียนที่กรมการค้าภายในได้เช่นกัน

keyboard_arrow_up