แก๊งขนไม้พะยูงแสบ สับทะเบียนรถตลอดทาง หวังตบตา ตร.

วันที่ 21 พ.ย. 61 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 237 (ตชด.237) บ้านนาเพียง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ว่าที่ร้อยตรีภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน ร.อ.อาคม สมสนุก ผบ.ร้อยทหารพราน 2107 ร.ท.นาวิน ศิลปวิทยากรณ์ สถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ร.ท.นิสสัน พิมพ์มีลาย กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (มว.คทร.ที่3 ร้อยฯ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ

เจ้าหน้าที่แถลงผลจับกุม

ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึดไม้พะยูงจำนวน 16 ท่อน พร้อมรถปิกอัพโตโยต้าตอนเดียว รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ สีขาว ทะเบียน บห5068 สุพรรณบุรี ซึ่งใช้เป็นพาหนะขนและส่งลำเลียงไม้พะยูง โดยจับกุมได้บริเวณสวนยางพาราท้ายหมู่บ้านเหล่าสวนกล้วย หมู่4 ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม้ของกลาง

ว่าที่ร้อยตรีภูมิศักดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ (20 พ.ย.) ร.ต.อ.ทิวเพชร แสนโคตร ผบ.หมวด ตขด.2373 ฐานบ้านเหล่าสวนกล้วย รับรายงานว่า มีขบวนการค้าไม้พะยูงข้ามชาติจะลักลอบขนลำเลียงไม้ต้องห้ามจากจังหวัดชั้นใน โดยผ่านเข้าพื้นที่อำเภอท่าอุเทน เพื่อส่งข้ามแม่น้ำโขงไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้รถยนต์กระบะสีขาว ลักษณะต่อเติมหลังคาตู้บรรทุกสินค้าเป็นยานพาหนะ จึงประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานข้างเคียง ให้ช่วยตรวจสอบและสกัดจับกุมผู้ต้องสงสัยในพื้นที่รับผิดชอบ โดยจัดกำลังออกลาดตระเวนสกัดกั้นตามเส้นทางต่าง ๆ ซึ่งคาดว่ารถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าวแล่นผ่าน

ซึ่งในรายงานจากสายข่าวระบุทะเบียนรถไว้อย่างชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่พบแต่รถปิกอัพที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่ทะเบียนรถไม่ตรงตามที่สายแจ้งไว้ จึงไม่กล้าบุ่มบ่าม ทำได้เพียงแจ้งให้กำลังหน่วยต่าง ๆ ทราบเป็นระยะเท่านั้น รวมถึงให้จับตามองรถยนต์คันดังกล่าวว่าจะแล่นไปเส้นทางไหน

รถปกอัพซึ่งมีการดัดแปลงเพื่อขนไม้พะยูง

ต่อมารถยนต์ต้องสงสัยวิ่งเข้าถนนไปยังวัดป่าบ้านเหล่าสวนกล้วย เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่า อาจเป็นรถคันเดียวกับที่สายรายงานจึงขับรถไล่ติดตาม พบว่า รถต้องสงสัยวิ่งเตลิดไปในสวนยางพาราท้ายหมู่บ้าน และระหว่างทาง ผู้ขับขี่เห็นว่ามีรถติดตามมา จึงจอดรถทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ และหลบหนีไปกับความมืดในสวนยางพารา เจ้าหน้าที่พยายามไล่จับ แต่เกรงคนร้ายมีอาวุธ จากนั้นคนร้ายจึงหนีไปได้

จากนั้น จากการตรวจสอบรถกระบะคันดังกล่าว พบไม้พะยูงท่อนถากกลม ความยาวประมาณ 2.50 เมตร จำนวน 13 ท่อน แผ่นเหลี่ยม 3 แผ่น รวมทั้งสิ้น 16 ท่อน มูลค่าในประเทศราว 2 ล้านบาท ซึ่งหากหลุดไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน จะมีราคาจะสูงขึ้นอีกเท่าตัว และเมื่อถึงจุดหมายปลายทางอาจมีราคาประมาณ 6 ล้านบาท

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ประสานไปยังกรมการขนส่งทางบกเพื่อตรวจเช็คทะเบียนรถ ทราบว่า เป็นทะเบียนปลอม จากนั้นได้ประสานรถยกมาชักลากของกลางทั้งหมดไปยัง ร้อย ตชด.237 บ้านนาเพียง

ท่อนไม้พะยูงของกลาง

ว่าที่ร้อยตรีภูมิศักดิ์ กล่าวอีกว่า กรณีที่รถยนต์คันดังกล่าว เล็ดลอดการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตามเส้นทางต่าง ๆ ได้ เนื่องจากสายรายงานลักษณะรถและทะเบียนไว้ชัดเจน แต่เมื่อพบรถยนต์คันดังกล่าวแล่นผ่านมา กลับพบว่าเลขทะเบียนไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องปล่อยให้วิ่งเข้ามาถึงพื้นที่เขตริมแม่น้ำโขง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นคันเดียวกัน โดยกลุ่มคนร้ายใช้วิธีสับเปลี่ยนทะเบียนรถมาตลอดทาง เพื่อหวังตบตาเจ้าหน้าที่

โดยรถคันที่ยึดได้นั้น มีการเสริมแหนบและใช้ยางที่ใหญ่กว่ารถปิกอัพทั่วไป ส่วนหลังคาตู้บรรทุกปิดทึบ คาดว่าอาจจะซื้อมาสวมใส่สำหรับบรรทุกสิ่งผิดกฎหมายโดยเฉพาะ และอาจจะใช้ในการขนส่งลำเลียงมากกว่า 1 ครั้ง จึงนำของกลางทั้งหมดส่งสภ.ท่าอุเทนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

keyboard_arrow_up