“นาวิน ต้าร์-น้ำหวาน” สอนเจ็บ ผัวเมียจอดรถขวาง หยุดอ้างมีลูก แจงรอนับชั่วโมง ตีเนียนชิ่งหนีไร้คำขอโทษ (คลิป)

จากกรณีดราม่าจอดรถขวางใส่เบรคมือ ที่หาดบางแสน จังหวัดชลบุรี โดยในโลกออนไลน์มีการแชร์โพสต์ที่มีรูปภาพสถานที่และกระดาษที่มีข้อความระบุว่า “ทำไมจอดรถได้เลวระยำขนาดนี้คะ ที่บ้านไม่มีผู้ใหญ่อบรมสั่งสอนหรือไง” พร้อมติดแฮชแท็ก #นวต และเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา “น้ำหวาน พัสวี” ภรรยาสาวของ “นาวิน ต้าร์” ก็ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านอินสตาแกรม (อ่าน : หนุ่มจอดรถขวางดารา เก็บ จ.ม. ถูกเขียนด่าเตือนสติ แฉยกมือไหว้ยังถูกหยาม)

ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (19 พ.ย.) ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ พบว่าบริเวณถนนเลียบหาดบางแสน สาย 1 ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี มีการติดตั้งป้ายสีน้ำเงินระบุชัดเจนว่า “กรณีจอดรถซ้อนคัน กรุณาปลดเกียร์ว่าง และลดเบรคมือ”

ป้ายห้ามจอดรถซ้อนคัน บริเวณชายหาดบางแสน

และหนุ่มสาวเจ้าของรถที่ใส่เบรคมือ วิทและแนน ยอมรับว่าทำผิดจริงและก็ได้มีการยกมือไหว้ขอโทษฝ่าย นาวิน ต้าร์ แล้ว อยากให้อีกฝ่ายเห็นใจ ไม่อยากให้มีการฟ้องร้อง เพราะครอบครัวตนลูกเล็กที่ต้องดูแล 3 คน นาวิน ต้าร์ และ น้ำหวาน ก็มีลูก น่าจะเข้าใจ (อ่าน : คู่รักจอดขวางรถดาราขอโทษโพสต์แฉ วอนอย่าจับ มีลูก 3 คนต้องดูแล)

คุณพัสวี พยัคฆบุตร หรือน้ำหวาน ไฮโซสาวคู่กรณี

วันที่ 20 พ.ย. 61 คุณพัสวี พยัคฆบุตร หรือน้ำหวาน ไฮโซสาวคู่กรณี กล่าวถึงการฟ้องร้องว่า ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้ทนายที่นับถือกัน เป็นผู้จัดการ ตนรู้สึกว่าข้อมูลที่คู่กรณีโพสต์เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมกับครอบครัวของตน เนื่องจากไม่มีมูลจริง ๆ เหตุการณ์ที่ตนเจอกับเหตุการณ์ที่นำเสนอดูเป็นคนละเรื่องกัน ครอบครัวของตนเดินตามหาและรอให้เจ้าของรถมาขยับรถให้หลายชั่วโมง

ขณะนี้มีผู้หวังดีส่งหลักฐานต่าง ๆ เข้ามาให้จำนวนมาก ที่ตนตัดสินใจฟ้อง เพราะไม่อยากให้เรื่องราวบานปลาย อยากให้กระบวนการของศาลตัดสิน ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นอีกในสังคมไทย การที่ครอบครัวของตนเป็นที่รู้จัก ไม่ได้แปลว่าใครจะกระทำอะไรกับครอบครัวตนก็ได้ หากมีสิ่งที่อยากจะพูดกัน เหตุใดจึงไม่พูด ณ ที่เกิดเหตุ และในโพสต์ที่คู่กรณีบอกว่ารถสีขาวคือรถของตนนั้นก็ไม่เป็นความจริง ในวันเกิดเหตุไม่มีการถ่ายรูปใด ๆ เกิดขึ้น ในรูปที่โพสต์ไป ทุกอย่างมีการขยับองค์ประกอบแล้ว กระดาษข้อความกับการเขียนที่รถ ครอบครัวของตนไม่ได้ทำ

จดหมายและข้อความที่เขียนแปะไว้หน้ารถ

ตนเห็นคู่กรณีเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ขณะนั้นตนกำลังโทรศัพท์ติดต่อกับรถยกที่จะมายกรถให้ คู่กรณีผู้ชายเมื่อมาถึง ก็เดินเข้ามาพูดกับตนว่า “รถจอดขวางเหรอครับ” ตนคิดว่าเป็นชาวบ้านที่มาถามสถานการณ์ ตนก็ตอบว่า “ใช่ รู้จักเจ้าของไหม” สักพักไฟรถที่จอดขวางก็กระพริบ ตนจึงมองหาคนกดกุญแจ แต่กลายเป็นผู้ชายคนดังกล่าวก้าวขึ้นรถไป ไม่มีการขอโทษอะไรทั้งสิ้น ตนยืนยันว่ามีพยานเห็นเหตุการณ์ คือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่กับตน เมื่อคู่กรณีขึ้นรถได้ก็นั่งอยู่ในรถสักพัก เพราะตนยืนขวางอยู่หน้ารถ จากนั้นตนจึงโทรศัพท์ไปยกเลิกรถยกที่จะมายกรถ ทำให้ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ดร.นาวิน เยาวพลกุล หรือ นาวิน ต้าร์ นักร้องนักแสดง

ด้าน ดร.นาวิน เยาวพลกุล หรือ นาวิน ต้าร์ นักร้องนักแสดง กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้เดินมาหน้ารถคันดังกล่าวและได้สบตากับคู่กรณี แต่คู่กรณีไม่ออกมาขอโทษ ทั้ง ๆ ที่สามารถออกมาพูดคุยกันได้ ตนจึงบอกภรรยาให้กลับบ้านกัน ซึ่งหากคู่กรณีมีลูกเล็กจริง ควรมีความรอบคอบและคิดหน้าคิดหลังกว่านี้

จากนั้น คุณพัสวี กล่าวว่า การที่หนุ่มสาวคู่กรณีขอร้องว่าไม่อยากให้มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น เพราะมีลูกเล็ก 3 คน ต้องเลี้ยงดู ซึ่งสำหรับตน คนที่เป็นพ่อแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก เมื่อกระทำไปแล้ว แต่ตอนนี้เอาลูกมาอ้าง มันไม่ใช่ สิ่งที่ควรทำ คือออกมาขอโทษสังคมอย่างจริงใจ ไม่ใช่พูดว่าพลาดไปแล้ว และมีลูกเล็ก

บริเวณสถานที่เกิดเหตุ

คุณพัสวี กล่าวต่อว่า เรื่องตัดสินใจที่จะฟ้องร้องต่อศาล เป็นเพราะกระแสของการโพสต์ของคู่กรณี ที่ขณะนี้มีคนมาคอมเมนต์ และแชร์ต่อด้วยถ้อยคำหยาบคาย และกล่าวว่าครอบครัวของตน ทนายที่นับถือกันจึงแนะนำให้นำเรื่องนี้เข้ากระบวนการยุติธรรม เพื่อจะได้ยุติเรื่องทั้งหมด ขณะนี้ตนได้ส่งหลักฐานทั้งหมดให้กับทนายเรียบร้อยแล้ว ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทนายว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะแจ้งความเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับทนาย ทั้งนี้ ทางทนายความจะเข้าแจ้งความที่ สน.บางเขน ในวันพฤหัสบดีนี้ (22 พ.ย.) เวลา 10.00 น.

keyboard_arrow_up