สาวโอดปะยางโดนไป 950 บาท! ร้านยันไม่แพง อาชีพมีระดับ ลั่นฟ้องคนโพสต์หมิ่น (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ภารดี ผาจีน โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์รถยางรั่วและถูกวินมอเตอร์ไซค์ พาไปร้านปะยางใกล้ๆ โดยคิดค่าบริการในการปะยาง 950 บาท แบ่งเป็น ค่าบริการนอกสถานที่ 600 บาทและ ค่าปะยางอีก 350 บาท

โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของ นางสาวภารดี คำดี

วันที่ 20 พ.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาที่ ต.กุดนกเปล้า อ.เมือง จ.สระบุรี โดย นางสาวภารดี ผาจีน ผู้โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า วานนี้ (19 พ.ย. ) เวลา 14.00 น. ตนรู้สึกว่ารถยางรั่ว จึงจอดข้างทางเพื่อลงมาดู เห็นว่าล้อรถแบนไม่เหลือลม จากนั้นจึงมีวินมอเตอร์ไซค์ในละแวกนั้น บอกกับตนว่า “น้องไม่ต้องขับบดหรอก จอดเถอะ เดี๋ยวถ้าบดไปแม็กจะคด มันจะงอได้ น้องขยับรถมาจอดหน้าวินพี่เลย เดี๋ยวพี่ไปตามช่างมาดูล้อให้” ตนจึงตอบรับคำวินมอเตอร์ไซค์ไป

นางสาวภารดี ผาจีน ผู้โพสต์เฟซบุ๊ก

จากนั้น วินมอเตอร์ไซค์จึงไปรับลุงร้านปะยางมาคนหนึ่ง ขอยางรถของตนไปปะ ซึ่งในขณะนั้นตนเห็นว่า ลุงแก่ ๆ คนหนึ่ง ไม่น่าสงสัยอะไร ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวแดดร้อน และในละแวกนี้มีร้านปะยางเพียงร้านเดียวเท่านั้น ทำให้ตนยอมปะยางที่ร้านดังกล่าว

เมื่อถึงร้าน ลุงปะยางบอกกับตนว่า ยางรั่วและถามตนว่ามีอะไหล่ยางไหม และตนไม่มีอะไหล่ยาง เนื่องจากเพิ่งใช้อะไหล่ยางเปลี่ยนยางมา จากนั้นลุงจึงกลับไปนำล้อที่ร้านมาใส่ให้ เพื่อให้ตนขับไปที่ร้าน แต่กลับพบว่า เมื่อลุงนำยางมาคนละไซต์กับรถของตน และบอกว่า จะใช้แม่แรงค้ำเอาไว้ และถอดล้อไปปะที่ร้าน แล้วจะนำมาใส่ให้ตรงนี้ ขอคิดค่าบริการนอกสถานที่จำนวน 600 บาท ซึ่งเป็นราคาปกติ ขณะนั้นตนยอมรับว่า ไม่รู้ว่าการถอดล้อ ซึ่งไม่ใช่การปะที่ร้าน มีค่าบริการราคาเท่าไหร่ จึงตกลงไป

ล้อรถของนางสาวภารดี

จากนั้น วินมอเตอร์ไซค์อีกคนชื่อ น้อย ซึ่งเป็นญาติของตน ขับผ่านมาพอดี ตนและพี่น้อยจึงเดินทางไปที่ร้านปะยาง เมื่อเดินเข้าไปถามเกี่ยวกับอาการของรถ และขอลดราคาค่าบริการ 600 บาท แต่ลุงกลับให้เหตุผลว่า “ทำงานนะ ไม่ได้เที่ยวเล่น ทำงานเหนื่อย และได้แจ้งกับตนมาแล้วว่าค่าบริการนอกสถานที่ 600 บาท ซึ่งลูกค้าก็ยินดี” และเมื่อตนเห็นป้ายราคาที่หน้าร้าน จึงทราบว่า ราคาปะยาง 350 บาท ตนจึงรู้สึกตกใจมาก เพราะค่าบริการ 600 บาทก็แพงแล้ว แต่ยังคิดค่าปะยางอีก 350 บาท เป็น 950 บาท และจากนั้น พี่น้อยจึงมีการถกเถียงกับลุง แต่สุดท้ายตนไม่อยากมีปัญหา จึงยอมจ่ายค่าบริการทั้งหมดไป

นางสาวภารดี กล่าวว่า ส่วนการโพสต์ลงเฟซบุ๊กนั้น ก็เพราะตนเป็นคนสระบุรี มีเพื่อนในเฟซบุ๊กเยอะพอสมควร จึงต้องการเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นว่า ค่าบริการปะยางแบบนี้สมควรไหม ซึ่งก็เหมือนเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ เพราะหากเจอร้านที่ดี ตนก็อยากจะบอกต่อให้คนอื่นเข้ามาใช้บริการ แต่หากเจอร้านไม่ดีก็อยากจะแชร์เหมือนกัน จากนี้ ตนคงไม่ใช้บริการร้านปะยางนี้อีก ส่วนวินมอเตอร์ไซค์ที่พาตนไปร้านปะยางร้านนี้นั้น ตนสงสัยว่าอาจมีส่วนรู้เห็นกับร้านปะยางดังกล่าวหรือไม่

วินมอเตอร์ไซค์ ผู้พานางสาวภารดีไปปะยาง

จากนั้น ทีมข่าวพบกับ วินมอเตอร์ไซค์ ผู้พานางสาวภารดีไปปะยาง โดยไม่ขอให้สัมภาษณ์ แต่บอกเพียงว่า ตนเห็นผู้หญิงคนดังกล่าวรถยางรั่ว กลัวว่ารถเขาจะบดแล้วยางแตก จึงให้มาจอดที่หน้าวินของตัวเอง และขับรถไปรับช่างซ่อมรถมาให้ โดยคิดเงินนางสาวภารดี แค่ 50 บาท ทั้งที่ตนขับรถไปรับลุงช่างร้านปะยาง และบรรทุกยางรถไปมาตั้ง 3-4 รอบ

และที่มีคนคอมเม้นท์ในเฟซบุ๊กของนางสาวภารดี ว่าวินมอเตอร์ไซค์รู้เห็นด้วยกับร้านปะยางนั้น ตนเห็นว่า จะมากล่าวหากันแบบนี้ก็ไม่ถูก ซึ่งหากรู้แบบนี้ตนไม่ช่วยเสียก็ดี ให้ขับรถไปทั้งแบบนั้นดีกว่า

นายประทาน ปรารถนา เจ้าของร้านปะยาง

ต่อมา ที่ร้านปะยางดังกล่าว นายประทาน ปรารถนา เจ้าของร้านปะยาง เปิดเผยว่า ตนเองได้ตกลงกับผู้เสียหายแล้วว่า จะมีค่านอกสถานที่ 600 บาท และบอกแล้วว่าปะสติมไฟ อย่างดี 350 บาท มีการลากแม่แรงออกไป และทำงานให้จนเสร็จ แต่ผู้เสียหายกลับมาขอให้ลดราคา จึงมีปากเสียงกัน

ป้ายอัตราค่าบริการ

นายประทาน เล่าต่อว่า ค่าปะยางรถร้านของตนจะคิดเป็นแผล แผลละ 350 บาท หากมีสองแผล ก็ 700 บาท และในกลางคืนปะยางแผลละ 400 บาท ไม่ใช่ราคา 350 บาท ตนทำงานต้องมีระดับ และที่ร้านเปิด 24 ชม. ร้านตนเป็นร้านเดียวที่มีสติมไฟอย่างดี มีมาตรฐานและชำนาญงานด้านช่างโดยเฉพาะกว่า 10 ปี และค่าปะยางนอกสถานที่นั้นจะคิดตามระยะทาง คนอื่นจ่าย 1,000 บาท ก็เคยมีมาแล้ว

ส่วนที่มีคนไปโพสต์เฟซบุ๊กต่อว่าร้านตนคิดเงินแพงนั้น ตนจะฟ้องร้องหมิ่นประมาทกับคนโพสต์ หากยังไม่ลบโพสต์ เพราะลูกชายตนรู้เรื่องกฎหมาย

ทั้งนี้ ร้านปะยางของตนราคาไม่แพง แต่ร้านอื่นไม่ทำอย่างตน เนื่องจากร้านปะยางที่อื่นจะปะแทงสายไหม และสติมเย็น ซึ่งมีราคาถูกกว่า ส่วนกรณีนี้ ลูกค้าตกลงกับตนแล้ว และตนไม่ได้ไปบังคับ เพราะร้านของตนก็อยู่กับที่ ลูกค้าเป็นฝ่ายเข้ามาใช้บริการ ยืนยันว่าตนไม่ได้กรรโชกเงินลูกค้าแต่อย่างใด และจะทำมาหากินแบบนี้ต่อไป ซึ่งโดยตนรู้จักกับวินมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าว เพราะตนเองไม่มีรถส่วนตัว จะไปไหนก็เรียกใช้บริการตลอด

ด้าน นายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ร้านค้าจะต้องติดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน ซึ่งหากร้านค้าไหนมีการแสดงราคาที่สูงเกินจริง กระทรวงพาณิชย์จะลงไปตรวจสอบ ซึ่งหากพบว่าร้านดังกล่าวมีความผิดจริง ร้านค้าดังกล่าวจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

keyboard_arrow_up