แม่ร่างทรงลวงโลก ป้องลูกคนดีพาคนขุดสมบัติเก๊ เหยื่อเสียแสนกว่าได้ของไร้ค่า (คลิป)

จากกรณีชาวบ้านจาก 3 จังหวัด ทางภาคอีสาน 7 ราย คือ จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด และจ.สุรินทร์ เดินทางเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 61 เพื่อให้ดำเนินคดีกับร่างทรงคนหนึ่ง ในจังหวัดร้อยเอ็ด หลังจากที่ชาวบ้านรู้ตัวว่า หลอกให้ขุดทรัพย์โบราณสมัยนครจำปาศรี (อ่าน : ล่าร่างทรงแสบ หลอกเหยื่อ 3 จังหวัด ให้เก็บไหซุกทองเก๊นับปี จนเหยื่อหมดตัว)

นางอำไพ ยางสุข ผู้เสียหาย

วันที่ 19 พ.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่บ้านม่วงสวรรค์ ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ นางอำไพ ยางสุข ผู้เสียหาย พาทีมข่าวไปดูจุดที่เคยขุดหลุมลงไปกว่า 2 เมตร ภายในสวนของเจ้าตัว ซึ่งตอนนี้ได้กลบหลุมดังกล่าว และใช้พื้นที่ในการปลูกพืชแทน โดยนางอำไพบอกว่า สิ่งของที่ขุดได้จากหลุม ประกอบด้วย เทวรูปเก่า สร้อยสังวาลทองประดับทับทิม ไหโบราณที่มีรูปพระติดอยู่ และบาตรพระที่นายทศพรเคยหลอกให้ใส่เงินไปกว่า 13,000 บาท ก่อนจะหลอกว่าเอาไปทำพิธีแล้วเชิดเงินหนีไป นอกจากนี้ ยังมีเอกสารสัญญาที่นายทศพรให้ชาวบ้านเขียนเพื่อไว้ใช้ในการผ่านทางไปประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรับเงินจากการขายสมบัติ

จุดที่นางขุดสมบัติ

นางอำไพ กล่าวว่า ตนเริ่มขุดสมบัติครั้งแรกตั้งแต่เดือน ธ.ค. 58 เนื่องจากเห็นว่าคนอื่น ๆ ที่ไปขุดสมบัติแล้วได้ของมาจริง อีกทั้ง นายทศพรก็มาชักชวนถึงที่บ้าน และให้ตนไปดูพิธีของคนอื่น จึงตกลงว่าจะขุด โดยขุดไป 2 ครั้ง ในครั้งแรกขุดเมื่อเดือน ธ.ค. 58 พบเทวรูปโบราณ และเพชรสีขาว ขนาดเท่าปลายนิ้วชี้ ซึ่งนายทศพรบอกตนว่ามีราคา 3-4 ล้านบาท หลังจากนั้นนายทศพรก็บอกว่าจะนำของไปขาย แต่ก็ไม่เคยได้เงินจากนายทศพรเลย

สมบัติที่นางอำไพขุดพบ

ต่อมา ช่วงกลางปี 59 ก็มีพิธีขุดสมบัติอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งพิธีกรรมเหมือนครั้งแรก แต่แปลกตรงที่นายทศพรได้ไปเลือกจุดขุดสมบัติ แล้วสั่งให้ตนกับชาวบ้านขุดให้เป็นหลุม แล้วนำดินมากองไว้ก่อน โดยอ้างว่าเป็นการขุดและทำพิธีเพื่อเอาฤกธิ์เอาชัย โดยได้นำผลไม้ 9 อย่าง เหล้า และเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ ไปตั้งไว้หน้าหลุม โดยนายทศพรอ้างว่าถ้าหากตนอยากได้ของใหญ่ ก็ต้องขุดเอาไว้ก่อน และให้ปล่อยไว้

ซึ่งในวันเดียวกัน นายทศพรมาหาตนที่บ้าน พร้อมบอกให้ตนนำรถไปไถกลบหลุมดังกล่าวเพื่อทำพิธีขุดในเวลากลางคืน ซึ่งตนก็เชื่อแล้วนำรถไถไปกลบ เมื่อไปขุดก็พบสมบัติต่าง ๆ เช่น สร้อยสังวาลสีทองประดับทับทิม ไหที่มีพระเครื่องติดอยู่ ตนคาดว่า นายทศพรอาจฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครอยู่ นำสิ่งของเหล่านั้นใส่ไว้ในกองดิน แล้วจึงบอกให้ตนนำรถไถไปกลบในภายหลัง ส่วนไหที่แตกนั้น ตนสันนิษฐานว่าตอนที่กลบหลุมก่อนจะขุด รากไม้ที่อยู่ใต้ดินอาจจะไปกดทับสมบัติเหล่านี้จนแตกหัก

สมบัติที่นางอำไพขุดพบ

นางอำไพ บอกอีกว่า การประกอบพิธีนั้น ร่างทรงจะให้ทุกคนนอนหลับอยู่ในศาลาที่ไม่ไกลจากหลุมมากนัก กระทั่งเวลา 03.00 น. ร่างทรงก็จะมาปลุกทุกคนไปทำพิธี ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าระหว่างที่พวกตนหลับ ร่างทรงได้ไปทำอะไรกับหลุมบ้าง โดยการทำพิธีนั้นร่างทรงจะนั่งห่างจากหลุมที่ขุดประมาณ 10 เมตร และให้พวกผู้ชายเป็นคนขุด ซึ่งคนที่เข้าร่วมพิธีต้องนุ่งขาวห่มขาวทุกคน โดยขุดลงไปประมาณ 2 เมตร หลังจากนั้นร่างทางจะมาเทน้ำมนต์ และบอกให้ทุกคนออกไปจากหลุมและอยู่ที่หลุมคนเดียว ซึ่งตนก็ไม่เห็นผิดสังเกตอะไร แต่ร่างทรงจะสะพายกระเป๋าย่ามตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าในย่ามนั้นมีอะไร

นางอำไพ เล่าว่า ตนก็เชื่อใจร่างทรงมาก ไม่คิดว่าจะมาหลอกแบบนี้ ตนรู้สึกเสียใจที่ถูกหลอก ทั้งเรื่องขุดสมบัติ และเรื่องการใส่เงินไว้ในบาตรทำพิธีถึง 13,000 บาท แต่สุดท้ายก็ถูกร่างทรงขโมยเงินไป เหลือแต่สร้อยทองคำปลอม และเงินในบาตรอีก 19 บาท ซึ่งตนต้องเสียเงินกับร่างทรงรวมแล้วกว่า 1 แสน 6 หมื่นบาท เป็นค่าพิธีทั้งหมด ยอมรับว่ายังอยากได้เงินคืนมาก

อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าแม่ของนายทศพรคือผู้บงการทั้งหมด เพราะเป็นคนคิดราคาค่าทำพิธี วันที่ขุดสมบัติที่บ้านตน แม่ของนายทศพรก็มารับเงินค่าทำพิธีไป ซึ่งแม่ของนายทศพรนั้น มีส่วนรู้เห็นมาตลอด และมักจะเร่งให้ตนเขียนเอกสารรับเงินให้เสร็จ

แม่ของนายทศพร

ด้าน แม่ของนายทศพร เปิดเผยว่า ลูกตนเป็นคนดี และมักจะช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ แต่นายทศพรมีนิสัยเหมือนผู้หญิง และหากจบเรื่องนี้ ก็จะขอบวชตลอดชีวิต เพราะลูกของตนเสียใจมากที่ถูกแจ้งจับจนอยากจะฆ่าตัวตาย ตนก็ได้ปลอบลูกว่า “อนาคตยังมีอีกยาวไกล คนทำชั่วกว่าเราก็มีอีกเยอะแยะ ถ้าลูกไม่ได้ทำชั่ว ก็พร้อมจะสู้คดีในชั้นศาล” ซึ่งตนยืนยันว่า ลูกไม่หนีแน่นอน

แม่นายทศพร กล่าวต่อว่า จุดเริ่มต้นของการขุดหาสมบัติ เกิดจากมีญาติฝ่ายพ่อป่วย และมารักษากับลูกของตนจนหาย หลังจากนั้นตนจึงชวนลูกออกไปทำพิธีในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งตนก็ไม่เคยรู้เรื่อง แต่สาเหตุที่คนในหมู่บ้านเคารพนับถือลูกของตนก็เพราะความดีที่ลูกตนทำ และรักษาโรคคนในหมู่บ้านให้หายได้ด้วยวิธีทางไสยศาสตร์ อีกทั้งลูกของตนเป็นคนดูดวงแม่นมาก แต่ตนขอปฏิเสธเรื่องที่อาบน้ำมนต์จนทำให้คนป่วยติดเตียงเดินได้ เพราะตนคิดว่าไม่มียาอะไรวิเศษขนาดนั้น

แม่นายทศพร ยอมรับว่า อับอายคนในหมู่บ้านมาก ตนไม่เชื่อว่าลูกของตนจะไปเอาเงินของชาวบ้านมา เพราะทุกวันนี้ตนยังเป็นหนี้บ้านและรถ จนต้องขึ้นศาล ซึ่งตอนนี้ตนก็เป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวเอง ไม่ได้เงินจากนายทศพร นอกจากนี้ ค่าพิธีต่าง ๆ ที่ชาวบ้านให้ค่าครู 10,000 – 20,000 บาทนั้น ลูกของตนไม่ได้เก็บเอาไว้ทั้งหมด เพราะการทำพิธีทุกครั้ง ต้องมีค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังต้องจ่ายค่าจ้าง หมอแคน คนตีกลอง ฉิ่ง ฉาบ และค่าลูกศิษย์ อีกคนละ 300-400 บาท ซึ่งเงินเหลือถึงลูกของตนเพียง 4,000 – 5,000 บาทเท่านั้น

นายทศพร ร่างทรง

ส่วนเรื่องที่ลูกของตนไปขอทองมาจากชาวบ้าน และพิธีขุดพระ ขุดหาสมบัติต่าง ๆ นั้น ตนก็ไม่รู้เรื่อง และไม่เคยไปร่วมพิธี อยู่บ้านเดียวกันก็ไม่เคยเข้าไปยุ่ง เพราะส่วนมากลูกชายจะไปทำพิธีคนเดียว ส่วนคนที่เหลือก็จะเป็นญาติของคนที่มาทำพิธี เพราะตนไม่ชอบและไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ ลูกตนเป็นร่างทรง ตนก็ยังไม่เคยศรัทธาเลย อยู่ด้วยกันตนก็ยังไม่เคยดูดวงกับลูกด้วย

แม่นายทศพร กล่าวต่อว่า ตนเสียใจมากที่ลูกมาถูกกล่าวหาเช่นนี้ อีกทั้งสามีของตนก็หนีไปมีภรรยาใหม่ ครอบครัวแตกแยก ก็ยิ่งทำให้เครียด ซึ่งตนก็คิดว่าจากที่คนกล่าวหาเยอะขนาดนี้ ลูกตนคงไม่มีปัญญาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกับคู่กรณีแน่นอน ซึ่งตนคิดว่า ก็ต้องไปดำเนินการกันบนชั้นศาล ซึ่งตอนนี้ลูกของตนไม่อยู่บ้าน และยืนยันว่าลูกของตนไม่ได้หนีหมายจับ เพียงแต่บอกว่าจะไปพักบ้านพ่อของเขา แต่พ่อเขาก็โทรมาบอกว่า ตอนนี้ยังไม่เจอลูก ซึ่งออกจากบ้านไปตั้งแต่ 1 สัปดาห์ก่อน และตนก็ยินดีให้ลูกมอบตัว ไปสู้คดีในชั้นศาล อย่างไรก็ตาม ตนก็รู้ว่า ลูกของตนทรงเทพสายเขมร และมีความศักดิ์สิทธิ์ ถึงกับใครจะลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน ก็ต้องมาหาลูกตน และก็ได้รับตำแหน่งจริง ๆ

keyboard_arrow_up