เปิดนาที “น้องเก้า” ก่อนถูกโจ๋ตีดับไร้อาวุธ แม่ซัดคนร้ายหวังฆ่าปมผู้หญิง (คลิป)

จากกรณีเด็กชายเก้า อายุ 14 ปี ถูกวัยรุ่นชาย อายุ 16-17 ปี รวม 3 ราย ทำร้ายร่างกายหน้าร้านเกมแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.ตราด โดยใช้ขวดเหล้าตีที่ศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตราด กระทั่งน้องเก้า ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งแม่ของน้องเก้ายังคงคาใจกับสาเหตุของการเสียชีวิต โดยแพทย์ระบุว่ามีเลือดออกในช่องท้อง และเส้นเลือดแตกในหัวใจ หากลูกชายเส้นเลือดแตกในหัวใจ ลูกก็น่าจะเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำไมแพทย์จึงยังให้ผ่าตัดได้ (อ่าน : แม่คาใจ ลูกโดนซ้อมแต่ไม่สาหัส รุ่งขึ้นหมอผ่าตัด สุดท้ายเสียชีวิต ร้องขอเป็นธรรม สอบหมอ-ล่าคนร้าย)

น้องเก้า อายุ 14 ปี ขณะพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ล่าสุด วันที่ 19 พ.ย. 61 เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายเป็ก นายหนึ่ง และนายนุ 3 ผู้ก่อเหตุ อายุ 16-17 ปี โดยทุกคนยอมรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุจริง และเคยมีปากเสียงกันมาก่อน โดยค่ำวันที่ 16 พ.ย. ผู้ต้องหาเห็นน้องเก้าขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาในตัวเมืองตราด จึงขี่จักรยานยนต์ตามมา ทันที่ซอยข้างร้านอินเทอร์เน็ต และลงไปพูดคุย แต่เกิดมีปากเสียงกันอีก จึงลงมือชกต่อยไม่ได้ใช้อาวุธ จนน้องเก้าล้มลง จึงกระทืบซ้ำก่อนจะหลบหนีไป กระทั่งมาทราบว่าน้องเก้าเสียชีวิตเมื่อเย็นวานที่ผ่านมา

ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะน้องเก้าถูกทำร้าย

ด้านนางจิราภรณ์ กรเป๋ อายุ 42 ปี แม่ของน้องเก้า เปิดเผยว่า แม้ว่าขณะนี้ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดทั้ง 3 คนได้แล้ว ตนเองก็รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง แต่ตนกลัวว่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเยาวชน ตนไม่ทราบว่ากฎหมายจะลงโทษได้มากน้อยเพียงใด เพราะถึงบทลงโทษจะเป็นอย่างไร ก็คงไม่สามารถเยียวยาความสูญเสียของตนไปได้ ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุ ครอบครัวของผู้กระทำผิด ก็ไม่เคยมาสนใจใยดีหรือแสดงความเสียใจกับครอบครัวของตน

ส่วนที่เด็กทั้ง 3 คน ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่ได้มีปัญหาเพราะเรื่องผู้หญิง แต่เป็นเรื่องที่มองหน้ากัน ตนเองไม่เชื่อ เพราะพวกเขามีปัญหากันมาก่อน แล้วเพื่อนของลูกชายบอกตนว่า อีกฝ่ายโกรธลูกชายตนเรื่องผู้หญิง โดยก่อนหน้านี้ลูกตนก็เกือบจะโดนพวกเขาทำร้ายร่างกาย แต่โชคดีที่วิ่งหนีรอดมาได้

นางจิราภรณ์ กรเป๋ แม่ของน้องเก้า

สำหรับกรณีที่ตนยังรู้สึกแคลงใจเกี่ยวกับการรักษาตัวของลูกชายที่โรงพยาบาล ตนเข้าใจว่าส่วนหนึ่งก็มาจากกลุ่มของผู้ต้องหาที่ทำร้ายลูกตน โดยตอนที่เข้ารับการรักษา ลูกชายก็มีร่องรอยบาดแผลจากการถูกขวดตี แต่ลูกใช้มือปัดป้อง ทำให้แพทย์ต้องเย็บบาดแผลภายนอกไปหลายแผล ส่วนตามลำตัว ตนไม่เห็น ไม่แน่ใจว่าช้ำจากข้างในหรือไม่ ช่วงที่ลูกชายตนเข้ารับการรักษาตัว เป็นเวลาประมาณ 19.00 น. ทุ่มของวันที่ 16 พ.ย. บริเวณนิ้ว ปากแตกที่ต้องเย็บ และบริเวณหน้าผากมีรอยบวมมาก ส่วนช่วงดวงตามีรอยช้ำ กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน ลูกชายก็ออกมาพักรักษาตัวที่ห้องฉุกเฉิน

จนกระทั่งช่วงเช้า วันที่ 17 พ.ย. แพทย์แจ้งว่า หากความดันลดลงจะต้องให้น้องเข้ารับการผ่าตัด แต่ตอนนั้นแพทย์ไม่ได้มีการระบุว่าน้องมีอาการหนักอย่างไรบ้าง หรือมีความเสี่ยงในการผ่าตัดอย่างไร ระบุเพียงว่าต้องการผ่าตัดช่องท้องเพื่อดูว่าภายในท้องมีเลือดหรือน้ำ เพราะอัลตราซาวด์แล้วพบว่ามีของเหลวในช่องท้อง ก่อนที่แพทย์จะรีบนำตัวลูกชายตนเข้ารับการผ่าตัดในเวลาประมาณ 09.00 น.

ขณะนั้นแพทย์ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 4 ชั่วโมง ก่อนจะออกมาแจ้งว่าลูกชายตนเสียชีวิตแล้ว ตนเองจึงเข้าไปดูในห้องผ่าตัด ก็เห็นพยาบาลกำลังซับเลือดของลูกอยู่ โดยแพทย์ในห้องผ่าตัดได้บอกกับตนว่า ผ่าตัดโดนเส้นเลือดใหญ่ ลูกชายตนอาจจะไม่รอด ตนเองก็ทรุดลงกับพื้น เพราะแทบจะไม่ทันได้สั่งเสียกัน ตนเองก็ยังไม่ได้พูดคุยกับลูกเป็นครั้งสุดท้าย ยอมรับว่าตอนนั้นทำใจไม่ได้

ส่วนตัวตนเองจึงยังเคลือบแคลงใจและไม่มั่นใจว่าสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงคืออะไร โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ แพทย์ก็ได้เรียกตนไปคุย ซึ่งแจ้งกับตนว่าลูกชายเสียเลือดเยอะ เนื่องจากเส้นเลือดใหญ่ของลูกชายตนเปราะบางอยู่แล้ว เมื่อโดนผู้ก่อเหตุทุบเข้าไป ทำให้เส้นเลือดแตก ซึ่งตอนนั้นแพทย์ไม่ได้แจ้งตนแบบนี้

นอกจากนี้ จะมีการฟ้องร้องโรงพยาบาลหรือไม่นั้น ในใจตนก็อยากจะทำ เพราะตนอยากรู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่ตนอยากให้ลูกไปสบาย ไม่อยากให้ลูกเป็นห่วง ตนจึงไม่อยากสร้างเวรสร้างกรรมต่อกัน อีกทั้งครอบครัวตนก็มีฐานะยากจน อาจไม่สามารถเก็บร่างของลูกชายไว้ได้นาน เพราะอาจมีค่าใช้จ่ายเยอะ จึงต้องทำการฌาปนกิจในวันพรุ่งนี้

ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะเกิดเหตุ

ต่อมาทีมข่าวเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุบริเวณหน้าร้านเกม จุดเกิดเหตุ ภายในซอยข้างร้าน ซึ่งทีมข่าวได้ภาพกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ เผยให้เห็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 พ.ย. เวลา 20.51 น. ขณะที่น้องเก้าขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาที่ปากซอยข้างร้าน ก่อนที่น้องเก้าจะลงจากรถแล้วเข็นรถจักรยานยนต์เข้าไปในซอย ขณะเดียวกัน กลุ่มชายจำนวน 3 คน ขับรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมา โดยขับขี่มาพร้อมกับรถของน้องเก้า เมื่อน้องเก้านำรถไปจอดไว้ ก็ถูกกลุ่มชาย 3 คน ปรี่เข้าไปรุมทำร้ายร่างกายที่พื้นถนน โดยกลุ่มคู่กรณีได้มีการกระทืบซ้ำเข้าที่ร่างกายของน้องเก้าหลายครั้ง ก่อนที่จะขับรถจักรยานยนต์ออกไปในเวลา 20.53 น. รวมระยะเวลาการก่อเหตุทั้งสิ้น 2 นาที

นายวสัณฑ์ บุญสงวน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือ

ด้าน นายวสัณฑ์ บุญสงวน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือ จังหวัดตราด เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. ตนได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกทำร้ายร่างกาย เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์จอดล้มอยู่ 1 คัน และคนบาดเจ็บกำลังนอนล้มอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ใกล้กันพบร่องรอยเศษขวดแตก ตนจึงสอบถามกับน้องว่า “น้องถูกทำร้ายร่างกายมาใช่ไหม” น้องจึงตอบว่า “ใช่ครับ” เจ้าหน้าที่จึงทำการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งตอนนั้นน้องเก้ายังมีสติอยู่ สามารถพยักหน้าตอบรู้เรื่อง โดยพบว่าบาดแผลตามร่างกายภายนอกของน้องเก้า มีแผลที่บริเวณคิ้วข้างซ้าย บริเวณท้ายทอยพบแผลความยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มีเลือดไหลออกตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงทำการห้ามเลือดให้เบื้องต้น แล้วพบบาดแผลถลอกที่ฝ่ามือ และที่บริเวณหน้าผาก จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

นายวสัณฑ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่สอบถามว่านัองถูกขวดตีที่ศีรษะด้วยหรือไม่ น้องก็ตอบรับด้วยการพยักหน้าว่าใช่ จึงมั่นใจว่าเศษขวดเบียร์ที่ตกอยู่นั้นเป็นขวดที่กลุ่มคู่กรณีใช้ก่อเหตุ ตนเองเมื่อทราบข่าวก็รู้สึกเสียใจกับครอบครัวของน้อง ไม่คิดว่าอาการจะถึงขั้นเสียชีวิต

พิธีสวดอภิธรรมศพของน้องเก้า

ที่ วัดไผ่ล้อม ต.บางพระ อ.เมือง จ.ตราด มีพิธีสวดอภิธรรมศพของน้องเก้าเป็นคืนสุดท้าย โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีทั้งญาติและเพื่อนสนิทของน้องเก้าในวัยเดียวกันมาร่วมงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวแทนจากโรงพยาบาลตราด เดินทางมาร่วมพิธีด้วย

keyboard_arrow_up