ล่าร่างทรงแสบ หลอกเหยื่อ 3 จังหวัด ให้เก็บไหซุกทองเก๊นับปี จนเหยื่อหมดตัว (คลิป)

จากกรณีชาวบ้านจาก 3 จังหวัด ทางภาคอีสาน 7 ราย คือ จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด และจ.สุรินทร์ เดินทางเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 61 เพื่อให้ดำเนินคดีกับร่างทรงคนหนึ่ง ในจังหวัดร้อยเอ็ด หลังจากที่ชาวบ้านรู้ตัวว่า หลอกให้ขุดทรัพย์โบราณสมัยนครจำปาศรี

หลุมสมบัติที่ร่างทรงหลอกให้ผู้เสียหายขุด

วันที่ 18 พ.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่บ้านหัวโสก ต.หนองโพธิ์ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม นางบุญมี แสงปัดสี อายุ 61 ปี ผู้เสียหาย พาทีมข่าวดูหลุมบนพื้นที่การเกษตรของตัวเอง ซึ่งอยู่ท่ามกลางไร่มัน ไร่อ้อย ซึ่งหลุมดังกล่าวอยู่ตั้งอยู่บนที่ลาดชัน และมีความลึกเกือบ 2 เมตร นอกจาก นี้นางบุญมีนำของที่ประกอบพิธี และขุดมาจากหลุมดังกล่าวให้ทีมข่าวดู ประกอบด้วย ไหดินเผาที่ฝาปิดมีพระเครื่องติดอยู่ พระเครื่ององค์ 2 องค์ และพระเครื่ององค์เล็กอีก 20 องค์

นางบุญมี แสงปัดสี ผู้เสียหาย

นางบุญมี เปิดเผยว่า ตนรู้จักร่างทรงนี้จากการที่มาทำพิธีกรรม “พระผ่านา” ในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพิธีกรรมไล่ผีในนาของตน นอกจากนี้ ตนยังเห็นว่าคนอื่น ๆ ขุดได้สมบัติจริง ๆ จึงทำให้ตนมีความอยากได้ ประกอบกับนายทศพรบอกว่า ในที่นาของตนก็มีสมบัติอยู่ กระทั่งช่วงเดือนมิ.ย. 61 ตนอยากได้เงินมาปลดหนี้สิน จึงได้ตกลงทำพิธีกับร่างทรง โดยไปทำพิธีในเวลากลางคืน และต้องทำขันครู และใส่เงินจำนวน 3,000 บาท เป็นค่าครู แต่คนที่ขุดนั้น เป็นลูกหลานและคนในครอบครัวของตนทั้งหมด ในขณะที่ขุด ร่างทรงก็คอยพูดสั่ง และกำกับตลอดเวลา เมื่อขุดลงไปประมาณ 2 เมตร ร่างทรงก็เดินนำมีดหมอไปปักลงในหลุม หลังจากนั้น ก็ขุดต่อไป พบไหพระในจุดที่ร่างทรงปักมีดลงจริง ๆ ซึ่งเมื่อได้ของมา นายทศพรก็ให้ตนนำผ้าขาวห่อไหพระดังกล่าวไว้ เพื่อรอจะนำไปขาย และสั่งว่าห้ามเปิดดู เพราะจะทำให้มีอันเป็นไป

ซึ่งก็ไม่ได้นำขาย และโดนผัดผ่อนมาตลอด และมักจะกลับมาขอเงินตนครั้งละ 10,000 – 20,000 บาท หลายต่อหลายครั้ง เพื่อนำไปทำพิธีและอ้างว่าจะคืนตอนขายสมบัติได้ นอกจากนี้ ยังยืมทองของตนไป 50 สตางค์ โดยอ้างว่าจะนำไปคล้องคอเทวรูปท้าวเวสสุวรรณที่ตำหนัก 3 วัน แล้วจะนำมาคืน ตนจึงยอมให้ไป แต่จนตอนนี้ตนก็ไม่ได้ทองและเงินคืนแม้บาทเดียว และเมื่อตนไปทวงถาม นายทศพรก็มักจะโมโหหลบเกลื่อน และต่อว่าตน บอกว่าตนจะผิดครู ตนก็ต้องยอมมาตลอด

สมบัติในไหที่ขุดขึ้นมา

สุดท้ายเมื่อตนมาตีไหสมบัติที่ขุดจากดินดู ก็พบว่าไหบรรจุเป็นพระเครื่องกว่า 20 องค์ และปูนในไหก็เป็นปูนใหม่ และเมื่อนำไปให้เซียนพระดู ก็พบว่าพระทั้งหมดเป็นของปลอม ไม่ใช่ของโบราณ ซึ่งหลังจากแกะห่อผ้าและตีไหพระแตก ตนก็ยังอยู่ปกติสุขดี ไม่ได้มีอันเป็นไปอย่างที่ร่างทรงกล่าวไว้

นายบุญมี กล่าวต่อกว่า สาเหตุที่ตนอยากทำพิธีนี้เพราะนายทศพรบอกว่า จะนำสมบัติไปขาย และจะแบ่งเงินให้คนละ 2 ล้าน 9 แสนบาท เนื่องจากตนต้องการนำเงินไปปลดหนี้ จึงยอมเชื่อและทำตามทุกอย่าง และไม่คิดว่าสุดท้ายจะมาสร้างหนี้สินให้ตนเพิ่มขึ้นอีก เพราะตนหมดเงินกับร่างทรงคนนี้ถึง 2 แสนบาท และสร้อยทองคำอีก 50 สตางค์ ซึ่งตนก็เสียความรู้สึกมากที่ร่างทรงมาหลอกตนเช่นนี้

น.ส.แอ๊ด (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของนายทศพร

น.ส.แอ๊ด (นามสมมติ) เพื่อนบ้านของนายทศพร ซึ่งถูกหลอกให้ขุดหาสมบัติเช่นเดียวกัน และนางแอ๊ดได้นำสมบัติที่ขุดมาจากดินให้ทีมข่าวดู พบว่าเป็นเรือดินเผา 2 ลำ และมีองค์หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดนั่งอยู่ ส่วนเรืออีกลำมีพระแปะติดอยู่บนตัวเรือ นอกจากนี้ ยังมีไหดินเผา พบว่าภายในไหมีพระเครื่องกว่า 50 องค์ ซึ่งพระเครื่องดังกล่าว มีลักษณะเดียวกันกับพระเครื่องที่พบในที่ดินของนางบุญมีที่ จ.มหาสารคาม

น.ส.แอ๊ด ทดสอบเผาทองเพื่อพิสูจน์ของปลอม

นอกจากนี้ ยังมีสร้อยคอทองคำอีก 5 เส้น น.ส.แอ๊ด จึงลองพิสูจน์ว่าทองพวกนี้เป็นของจริงหรือไม่ ด้วยการเอาไฟแช็กเผา พบว่าทองที่ขุดมาจากดิน กลายเป็นรอยไหม้ และเป็นสีดำเช็ดไม่ออก และจึงลองนำไฟแช็กจุดเผาสร้อยทองแท้เพื่อเปรียบเทียบ พบว่าทองแม้มีรอยเขม่าดำ แต่สามารถเช็ดทำความสะอาดออกได้

น.ส.แอ๊ด เปิดเผยว่า ตนสังเกตเห็นว่ามีคนที่มาจากต่างถิ่นมาให้นายทศพรทำพิธีรดน้ำมนต์ให้ โดยคิดค่าครูตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท ตนจึงเดินทางไปที่บ้านของนายทศพร ปรากฏว่านายทศพรดูดวงแม่น จึงทำให้ตนเชื่อ และศรัทธามาก

กระทั่งช่วงเดือนพ.ย. พ.ศ. 2559 นายทศพรได้มาชวนตน และครอบครัวไปขุดสมบัติ โดยให้เหตุผลว่าสงสารตน และครอบครัวที่ต้องลำบาก และเป็นหนี้สิน ตนจึงหลงเชื่อ และเมื่อไปขุดครั้งแรกที่หลังบ้านตนก็เจอไหที่มีพระเครื่อง และสร้อยคอทองคำอีก 5 เส้น ซึ่งคนที่ไปร่วมพิธีกว่า 30 คน ก็เห็นเหมือนกันหมด จึงทำให้ตนเชื่อและศรัทธา จึงได้ทำการขุดครั้งที่ 2 ในที่นาของตน ก็เจอเรือดินเผาที่มีพระอีก 2 ลำ ซึ่งนายทศพรก็สั่งให้นำสมบัติทั้งหมดห่อผ้าเอาไว้ และไม่ให้เปิด โดยให้เหตุผลว่า ถ้าเปิดสมบัติก็จะเป็นของปลอม และจะหายไป ซึ่งตนก็เก็บไว้ถึง 2 ปี และเพิ่งมาเปิดดูเมื่อเดือนที่แล้ว ก็พบว่าเป็นของปลอมทั้งหมด

เทวรูปที่ขุดพบ

นอกจากนี้ ยังให้ตนทำห่อบาตร โดยการนำเงินจำนวน 12,000 บาท ใส่บาตร แล้วนำไปทำพิธี สั่งกับตนว่าห้ามเปิด ตนก็ไม่เคยเปิดมาตลอด 2 ปี แต่เมื่อตนมาเปิดดู ล่าสุดพบว่าเงินจำนวน 12,000 บาท หายไป เหลือแต่เงินค่าครูอยู่ในบาตรเพียง 12 บาท ซึ่งตอนแรกตนคิดว่าเขาคงไม่ทำกับเรา เพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน แต่สุดท้ายก็ถูกหลอก ยอมรับว่าผิดหวัง เจ็บใจและเสียใจมาก

นายทศพร จิตรแม้น ผู้ต้องหา

พ.ต.อ.สุชาติ วรรณา ผกก.สภ.นาเชือก ให้ข้อมูลว่า เบื้องต้นตำรวจได้ออกหมายจับนายทศพร จิตรแม้น ในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งขณะนี้ ยังอยู่ในระหว่างการติดตามตัว เพราะนายทศพรได้หลบหนีออกจากบ้านใน เกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งแต่เริ่มเป็นข่าว

บ้านของนายทศพร จิตรแม้น ร่างทรงที่ถูกกล่าวหา

ทีมข่าว ลงพื้นบ้านโพนทอง ตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบ้านของนายทศพร จิตรแม้น อายุ 26 ปี ร่างทรงคนที่ถูกกล่าว พบว่าเป็นบ้าน 2 ชั้น มีลานปูนหน้าบ้าน ประตูรั้วล็อก และประตูภายในบ้านถูกปิดเงียบ ภายในบริเวณบ้านไม่มีคนอยู่ หลังบ้านมีรถกระบะสีขาว และรถเก๋งสีขาว อย่างละคัน เมื่อทีมข่าวเรียกหา นางศรีไพ แม่ของนายทศพร ก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตู

keyboard_arrow_up