สาวร้องรพ. ถูกริบมัดจำค่าจัดการศพพ่อ ขออนุเคราะห์โลงฟรีจากมูลนิธิฯ – รองผอ. รพ. ยันจบดี ไม่คิดเงิน

วันที่ 18 พ.ย. 61 นางประนอม สินใจบุญ ผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า พ่อของตนเสียชีวิตในช่วงเย็นวานนี้ (17 พ.ย.) ที่โรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ. สมุทรสาคร หลังจากพ่อของตนเสียชีวิต ตนจึงติดต่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเพื่อจะขออนุเคราะห์โลงศพ และการขนศพกลับภูมิลำเนาที่จังหวัดพิจิตร และหลังจากนั้นจึงแจ้งให้โรงพยาบาลทราบ

นางประนอม สินใจบุญ ผู้ร้องเรียน

แต่โรงพยาบาลแจ้งว่า มีสวัสดิการโลงศพและรถให้ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 11,000 บาท ขณะนั้นตนและครอบครัวรู้สึกลังเล เนื่องจากไม่มีเงิน และก่อนหน้านี้ได้ติดต่อกับมูลนิธิเอาไว้แล้ว ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ จึงต่อรองว่า จะไม่เอารถส่งศพ ซึ่งเจ้าหน้าที่คนเดิม บอกว่า จะต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกประมาณ 5,000 บาท เป็นค่าโลงและแต่งศพ โดยให้จ่ายเงินมัดจำไว้ก่อน 1,000 บาท แต่ไม่ได้ให้ใบเสร็จกลับมา

หลังจ่ายเงินค่ามัดจำแล้ว ปรากฏว่าตนและครอบครัวไม่มีเงินอีก 4,000 บาท เจ้าหน้าที่มูลนิธิ จึงแนะนำให้ใช้รถและโลงของมูลนิธิ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่เมื่อแจ้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล กลับถูกริบเงินค่ามัดจำโลงศพ 1,000 บาท และถูกคิดเงินค่าแต่งหน้าศพเพิ่มอีก 1,000 บาท ต่างหาก ตนจึงรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม เพราะตนไม่ได้มีเงิน แต่กลับต้องมาจ่ายเงินในส่วนนี้ให้โรงพยาบาล ทั้งที่ประสานขออนุเคราะห์จากมูลนิธิไว้แล้ว และในเมื่อยังไม่มีการใช้โลงศพ เหตุใดโรงพยาบาลจึงไม่คืนเงิน

ทั้งนี้ ตนเดินทางไปที่โรงพยาบาลพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูอีกครั้ง เพื่อติดต่อขอรับศพ และสอบถามข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ที่จะต้องมีการจ่ายเงิน ค่าโลง ค่ารถ และค่าจัดการศพ กับโรงพยาบาล เป็นเงินกว่า 11,000 บาท หรือแม้หากจะเอาแค่รถ และค่าจัดการศพ ก็ยังต้องเสียเงินกว่า 5,000 บาท

โรงพยาบาลและผู้เสียหายร่วมเจรจาและปรับความเข้าใจ

ต่อมา นายแพทย์ธรรมวิทย์ เกื้อกูลเกียรติ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลดังกล่าว เดินทางมารับเรื่อง พร้อมชี้แจงว่า ตนมาทำความเข้าใจกับทางญาติผู้เสียชีวิตและสมาคมฯ พร้อมจะรับเรื่องไปดำเนินการตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งตนจะให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นผู้ชี้แจงให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง แต่เบื้องต้น ขณะนี้ได้ให้ญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

เจ้าหน้าที่ขนย้ายศพบิดานางประนอม ไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดพิจิตร

ซึ่งญาติผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ ก็ยินยอมและพอใจในการเจรจาดังกล่าว และนำจะศพไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดพิจิตรต่อไป

keyboard_arrow_up