เหยื่อหมอถูกขืนใจส่อแพ้คดี-“ทนายเดชา” ชี้พิรุธอื้อ มีที่ไหน ให้ขืนใจ 2 ครั้ง (คลิป)

ภายหลังจากข่าวสูตินรีแพทย์คลินิกแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์กระทำอนาจารคนไข้ระหว่างรับการรักษา และตรวจภายใน ได้ถูกนำเสนออกไป ซึ่งต่อมาพบว่ามีผู้เสียหายอีกหลายรายออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า เคยถูกหมอคนดังกล่าวกระทำในลักษณะเดียวกัน

นางเหมียว (นามสมมติ) อดีตคนไข้ของหมอที่ถูกกล่าวหา

วันที่ 17 พ.ย. 61 นางเหมียว (นามสมมติ) อายุ 49 ปี อดีตคนไข้ของหมอรายดังกล่าว เล่าว่า ตนเองที่ไปหาหมอเพื่อที่จะแก้หมัน เพราะอยากจะมีบุตร โดยได้ยินชื่อเสียงของหมอนานานว่า เป็นหมอที่เก่ง จึงติดต่อเข้าไปทำการรักษา   โดยตนเองได้เข้าไปพบหมอถึง 2 ครั้ง ในครั้งแรกหมอได้ให้ตนเองเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อตรวจโดยใช้อุปกรณ์และนิ้วสอดใส่เข้าในช่องคลอด ใช้เวลานานประมาณ 20 นาทีต่อครั้ง พร้อมให้ตนเองปลดตะขอเสื้อใน และใช้มือสัมผัสหน้าอก

นางเหมียวยอมรับว่า ในครั้งแรกตนเองคิดว่าเป็นการรักษาแบบปกติทั่วไป แต่เมื่อมาครั้งที่ 2 กลับเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันอีก จนได้มาคุยกับเพื่อนรุ่นน้อง และเล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน จึงพบว่าเจอลักษณะเดียวกันตนเอง จากนั้นได้เลิกไปหาหมอคนดังกล่าว ซึ่งล่าสุดเมื่อมาเห็นข่าวยิ่งมั่นใจทำให้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จึงกล้าออกมาให้ข้อมูลเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ต่อไป

 

นางต้า (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์

นอกจากนี้ นางต้า (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตอนนี้ตนได้อยู่กับสามีชาวต่างชาติที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ยอมรับว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในเหยื่อของหมอรายดังกล่าว โดยย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน ตนกับสามีอยู่กินกันมา 7-8 ปี แต่ก็ไม่มีบุตร กระทั่งเพื่อนสนิท ที่อยู่ จ.นครสวรรค์ ได้แนะนำว่ามีหมอเก่งอยู่ที่จังหวัด ตนกับสามีจึงตัดสินใจเดินทางไปที่คลินิกดังกล่าว

เมื่อไปถึง หลังจากขั้นตอนซักประวัติ พยาบาลก็จะให้สามีแยกไปอีกห้องเพื่อเก็บน้ำอสุจิ ส่วนตัวเองถูกพยาบาลพาไปเปลี่ยนชุดเป็นผ้าถุง หลังจากนั้นก็ไปรอหมอในห้อง โดยบรรยากาศด้านในมีไฟสลัว ตอนแรกตนก็รู้สึกกลัว แต่เมื่ออยากมีลูกก็ต้องมา

เมื่อหมอเข้ามาภายในห้อง ก็ให้ตนขึ้นเตียงขาหยั่ง หลังจากนั้นก็เริ่มจับหน้าอก แต่ตนได้ปัดมือหมอออกแล้วถามว่าหมอจะทำอะไร ซึ่งหมออ้างว่าเป็นการรักษา ตนเองจึงตัดสินใจให้หมอทำต่อ จากนั้นหมอก็จับหน้าอกอีก และถามว่า “เสียวไหม เสียวหรือยัง รู้สึกเสียวบ้างไหม” บางครั้งก็เข้ามาเป่าหู บางครั้งก็ถามว่าหน้าอกทำมาหรือเปล่า

ต่อมา หมอได้เอานิ้วมาสอดใส่เข้าไปในช่องคลอด ระหว่างการรักษาหมอถามตลอดว่า เสียวไหม มีความรู้สึกอย่างไรบ้าง นึกถึงหน้าใครอยู่ จนตัวเองรับไม่ได้ จึงไม่ได้ตอบอะไรไป จนสุดท้ายเมื่อหมอเห็นว่าตนไม่เล่นด้วย จึงให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและรอผลตรวจ นางต้ายอมรับว่าตัวเองไม่กล้าบอกสามีในตอนนั้นทันที เพราะกำลังสับสนไม่รู้ว่าที่หมอทำเป็นการรักษา หรืออะไรกันแน่ ซึ่งหมอรายนี้ยังได้นัดตนไปพบอีกในสัปดาห์ถัดไป แต่ตนและสามีก็ไม่ได้กลับไปที่คลินิกดังกล่าวอีกเลย

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นตนได้ไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง และตรวจพบว่าเป็นช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งหลังผ่าตัดเสร็จไม่กี่เดือนก็ตั้งท้องลูกสาวคนแรก และวิธีการตรวจก็ไม่เหมือนกับหมอคนดังกล่าว โดยที่โรงพยาบาลใช้เครื่องมือ ไม่ใช่นิ้วมือ

นายเดชา กิตติวิทยานนท์ ทนายความ

ด้านนายเดชา กิตติวิทยานนท์ ทนายความ เปิดเผยว่า ได้ตั้งข้อสังเกตพิรุธกรณีการร้องเรียนดังกล่าว โดยอยากถามว่ากรณีกล่าวหาว่าแพทย์กระทำชำเราและข่มขืน คนที่เป็นผู้ร้องเอาหลักฐานที่ไหน กรณีนี้ไม่มีทั้งพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นในที่ก่อเหตุ อีกทั้งร่องรอยการล่วงละเมิด ร่องรอยการขัดขืน ต่อสู้ก็ไม่มี ตนสงสัยเหตุใดตอนถูกกระทำชำเราไม่มีการดิ้น ขัดขืน หรือร้องโวยวาย และการไปแจ้งความก็เดินทางไปแจ้งความหลังจากเกิดเหตุนาน จนทำให้เกิดความแปลกใจ หลังเกิดเหตุก็ไม่ไปเล่าให้ใครฟัง ไม่มีการเดินทางไปตรวจภายในหลังการถูกละเมิด เช่นนี้ทำให้ไม่มีหลักฐานยืนยันได้

ทนายเดชา กล่าวอีกว่า เพียงหลักฐานข้อความสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ ตามที่มีการกล่าวอ้าง ไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานการต่อสู้คดีได้ เนื่องจากเป็นหลักฐานที่ได้รับการแนะนำจากทนายความ โดยแนวคำพิพากษาของศาลฎีกา ไม่สามารถนำหลักฐานที่เกิดจากการหลอกล่อให้พูดหรือกระทำ มาเป็นหลักฐานการสู้คดีได้

ส่วนเรื่องการโอนเงิน 300,000 บาทให้ผู้ที่อ้างนั้น ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าจะมีความผิดฐานข่มขืน อาจจะเป็นการโอนให้จากความเสน่หาก็ได้ เนื่องจากคำพูดในคลิปเสียงของหมอก็มีคำพูดเรียกแทนกันว่า ตัวเอง จ๊ะจ๋า เป็นคำที่แสดงถึงความรัก ไม่มีความเกลียดชัง

ดังนั้นกรณีนี้ตนมองแล้วพบว่าไม่มีมูล ไม่มีอะไรจะพิสูจน์ได้ว่าหญิงรายนี้ถูกกระทำชำเราจริง ประจักษ์พยานก็ไม่มี แจ้งความก็ช้า ซ้ำเดินทางไปครั้งแรก และยังกลับไปให้กระทำชำเราอีกเป็นหนที่ 2 การกลับไปเช่นนี้เหมือนตั้งใจกลับไปให้หมอกระทำชำเรา ประกอบกับเวลาก่อเหตุที่นานร่วม 15 นาที ซึ่งนานมาก โดยคดีนี้หากการกระทำชำเราเป็นการสมยอมถือว่าหมอไม่มีความผิด หากเอาผิดต้องมีหลักฐานพิสูจน์ เพียงพูดอย่างเดียวไม่ได้

ส่วนที่มีข้อมูลว่า มีผู้เสียหายออกมาให้ข้อมูลอีกหลานสิบคน เป็นผู้เสียหายตั้งแต่ปี 2545 – ปัจจุบัน ตนอยากถามว่าทำไมผู้เสียหายเพิ่งนึกออกว่าตัวเองถูกละเมิด ซึ่งมองแล้วมีพิรุธมาก โดยหากเรื่องนี้ถูกฟ้องขึ้นศาล และศาลสั่งยกฟ้อง ผู้ร้องอาจถูกฟ้องกลับหลายข้อหา ทั้งแจ้งความเท็จ ฟ้องเท็จ และเบิกความเท็จ มีโทษจำคุกรวมอย่างน้อย 19 ปี เพราะคำกล่าวอ้างเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเชื่อถือได้ มิเช่นนั้นใครจะกล่าวหาใครก็ได้ สังคมจะเดือดร้อน ทุกอย่างต้องมีหลักฐาน

นายเดชา ยังบอกอีกว่า ตนเองมีเพื่อนเป็นหมอสูติ มองว่าหมดสูติรายได้ค่อนข้างสูง หากจะให้เงินใครมูลค่ามาก ๆ ไม่ถือเป็นเรื่องแปลก หากมีความชอบ และเต็มใจจะให้

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเพจ “ทนายคลายทุกข์” ของนายเดชา แชร์ภาพโพสต์จากเพจเฟซบุ๊ก ทนายนิด้า ศรันยา หวังสุขเจริญ ซึ่งเป็นผู้นำเรื่องดังกล่าวออกเปิดเผยต่อสังคม โดยข้อความในโพสต์ของทนายนิด้าระบุว่า “นี่ดังจริง ๆ แล้วสินะ ถึงเริ่มมีทนายปลิงมาเกาะ วิจารณ์คดีชาวบ้านได้ทุกคดี แต่คดีตัวเองเ-ือกฟ้องผิดศาล”

ด้านเฟซบุ๊กทนายคลายทุกข์ได้แชร์ภาพโพสต์ดังกล่าวออกไป พร้อมทั้งระบุข้อความเพิ่มเติมว่า “อย่าโชว์โง่ คดีจ่าโอ๋ผมฟ้องถูกศาล และคดีอยู่ระหว่างนัดพิจารณา จะขึ้นศาลอีกไม่กี่วัน ผมไม่ได้ฟ้องผิดศาล ย้ำอีกครั้งอย่าโชว์โง่”

 

keyboard_arrow_up