ครู – เมีย ประสานเสียง ไม่เชื่อภารโรงข่มขืนเด็ก 16 จนคลอด – พี่สาวเหยื่อ โต้กุข่าวหวังเงิน (คลิป)

จากกรณีพ่อของเด็กสาวอายุ 16 ปี เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปลายพระยา ว่าลูกสาวถูกข่มขืนและตั้งครรภ์จนคลอดลูกออกมา โดยเด็กสาวระบุว่าถูกภารโรงของโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งข่มขืนกระทำชำเราภายในห้องน้ำหลังโรงเรียน (อ่าน : เปิดหน้าชน ภารโรงปัดข่มขืนเด็ก 16 จนคลอด ลุ้นผล DNA ฟ้องกลับ – ฝ่ายเด็กแฉซ้ำ มีดจี้คอขู่ฆ่า)

ห้องน้ำของโรงเรียน จุดเกิดเหตุ ตามคำกล่าวอ้างของน้องโฟ

วันที่ 15 พ.ย. 61 ทีมข่าวเดินทางกลับมาที่โรงเรียนที่เกิดเหตุ โดยทีมข่าวได้เดินสำรวจอาคารเรียนอีกครั้ง พบว่าห้องพักครู อยู่ติดกับอาคารเรียน โดยภายในห้องพักครูแบ่งเป็น ห้องคอมพิวเตอร์ และโต๊ะทานอาหารของคุณครู มีประตูเข้าออก 2 ทาง คือ ด้านหน้าและด้านหลัง โดยประตูด้านหลังจะติดกับโรงอาหาร ถัดจากโรงอาหารไปประมาณ 40 เมตร จะมีอ่างล้างมือขนาดความยาวประมาณ 1.5 เมตร

ด.ญ.มิ้นต์ (นามสมมติ) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ด.ญ.มิ้นต์ (นามสมมติ) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระบุว่า ตนเองรู้จักกับผู้เสียหาย ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ศิษย์เก่าของโรงเรียน ตนไม่ค่อยสนิทสนมและไม่ชอบพี่โฟนัก เพราะแม้ว่าพี่โฟจะเรียนจบไปแล้วหลายปีแล้ว แต่ตนเห็นว่าพี่โฟชอบเดินเข้ามาในโรงเรียนเวลาเที่ยง ๆ เย็น ๆ โดยมักจะแต่งกายใส่ชุดอยู่บ้าน ชอบใส่กางเกงขาสั้น และเสื้อรัดตึง อีกทั้งยังชอบแต่งหน้าทาปากเดินในโรงเรียน ทำให้เด็กรุ่นน้องในโรงเรียนไม่ชอบตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่

สำหรับเรื่องที่พี่โฟอ้างว่าตัวเองถูกกระทำชำเราภายในห้องน้ำ ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะห้องน้ำดังกล่าวมีคนพลุกพล่าน ช่วงบ่าย ๆ ก็จะมีพวกเด็กวัยรุ่นมาเดินในละแวกนี้ ซึ่งพี่โฟก็ยังมาเดินเล่นบ่อย ๆ

ด.ญ.มิ้นต์ กล่าวต่อว่า ตนเห็นนายสุชาติ ภารโรง เป็นประจำ แต่ตนไม่สนิท เพราะลุงชาติจะชอบพูดคุยกับเด็กผู้ชายมากกว่า ตนไม่เชื่อว่าเขาจะข่มขืนพี่โฟ เนื่องจากพี่โฟเป็นคนชอบพูดโกหก ซึ่งตอนช่วงที่เขาอุ้มท้องมาที่โรงเรียน ตนเห็นเขาท้องโตขึ้น จึงถามว่า “เดินแล้วลูกไม่เป็นอะไรหรือ” เขาก็ยังตอบตนว่า “เป็นธรรมดาของลูกผู้หญิง” โดยตนพยายามถามว่าใครเป็นพ่อ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ตอบ แล้วเดินหนีไป

คุณครูแหวน (นามสมมติ) อดีตคุณครูประจำชั้นของน้องโฟ

ขณะเดียวกัน คุณครูแหวน (นามสมมติ) อดีตคุณครูประจำชั้นของน้องโฟ เปิดเผยว่า ช่วงหลายเดือนก่อน ตนเห็นน้องโฟเดินผ่านหน้าโรงเรียน แล้วสังเกตเห็นน้องท้องเริ่มโต ตนก็ยังสงสัยอยู่ว่าน้องอ้วนขึ้นหรือว่าตั้งครรภ์ กระทั่งตนเรียกน้องมาสอบถามด้วยตนเองว่า “ท้องหรือเปล่า” น้องโฟก็บอกว่า “ไม่ได้ท้อง แต่รู้สึกว่ามีอะไรกระดุ๊กกระดิ๊กอยู่ในท้อง” ตนจึงเสนอว่าจะช่วยตรวจดูให้ จากนั้น ตนจึงซื้อชุดตรวจครรภ์มาช่วยกันตรวจภายในห้องน้ำด้านหลังอาคารเรียน ผลตรวจระบุว่า น้องโฟตั้งครรภ์ ตนจึงแนะนำว่าให้แจ้งผู้ปกครอง แต่น้องโฟกลับบอกว่ากลัวแม่ด่า จากนั้นตนจึงโทรศัพท์ไปเรียกให้แม่น้องมาโรงเรียน เมื่อแม่ทราบว่าน้องโฟตั้งครรภ์ ก็เกิดอาการตกใจ แล้วบอกว่าไม่ทราบมาก่อนว่าน้องท้อง พร้อมกับพยายามซักถามว่าท้องกับใคร แต่น้องก็ไม่ตอบ

ครูแหวน กล่าวต่อว่า กรณีที่ข่าวบอกว่าน้องเป็นออทิสติก ตนคิดว่าน้องไม่ได้เป็นอาการในลักษณะนั้น เพียงแต่บกพร่องในการเรียนรู้ หรือเรียนรู้ช้า แต่ยืนยันว่าสามารถใช้ขีวิตร่วมกับคนปกติได้ พูดจาโต้ตอบได้ และสามารถสั่งให้ทำอะไรได้รู้เรื่อง ตนจึงคิดว่าเด็กเป็นคนปกติ แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องเข้ากับเพื่อนไม่ค่อยได้ อีกทั้งเพื่อน ๆ ก็ชอบกลั่นแกล้ง ซึ่งน้องก็ไม่ได้โต้ตอบ

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่า น้องโฟถูกภารโรงข่มขืนนั้น เท่าที่ตนดูพฤติการณ์ ตนไม่เคยเห็นเขาทั้งสองคนสนิทสนมกัน ทั้งภารโรงคนนี้ยังชอบดุเด็กนักเรียนให้ทำความสะอาดมากกว่า และไม่ได้สนิทใกล้ชิดกับเด็กคนใดเป็นพิเศษ ตนจึงไม่สามารถฟันธงได้ว่า ภารโรงเป็นคนก่อเหตุหรือไม่ ส่วนจะระบุว่าสถานที่เกิดเหตุเป็นที่โรงเรียน ตนคิดว่ายิ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะโรงเรียนนี้ มีคนเข้าออกประจำ เนื่องจากเป็นเขตชุมชน

ครูแหวน กล่าวต่อว่า ตนเองไม่คิดว่าน้องโฟถูกข่มขืน แล้วตนเชื่อว่าน้องรู้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก แต่อาจไม่กล้าบอก เพราะกลัวจะโดนครอบครัวตำหนิ ซึ่งเมื่อตนมาทราบว่า น้องอ้างว่าถูกข่มขืน ตนก็รู้สึกตกใจและไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เพราะตนไม่เคยเห็นข่าวเสียหายเกิดขึ้นกับโรงเรียนมาก่อน แล้วไม่คิดว่าภารโรงคนนี้จะมาทำกับเด็กในโรงเรียน

นางแป๋ว (นามสมมติ) แม่บ้านของโรงเรียน ภรรยาของนายสุชาติ ภารโรงที่ถูกกล่าวหา

โดย นางแป๋ว (นามสมมติ) แม่บ้านของโรงเรียน ภรรยาของนายสุชาติ ภารโรงที่ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า เมื่อทราบเรื่องว่ามีการกล่าวหาว่าสามีตนไปข่มขืนน้องโฟ ตนก็รู้สึกโกรธ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องมากล่าวโทษสามีตน ทั้งที่ลูกสาวของเขาไปทำตัวเอง และตนก็ไม่เคยเห็นสามีไปพัวพันกับอีกฝ่าย ทั้งนี้ สมัยที่น้องโฟยังเรียนอยู่ ตนเองก็ไม่ได้สนิทสนมและไม่เคยคุยด้วย เพราะไม่ชอบเด็กคนนี้ เนื่องจากลักษณะเด็กเป็นเด็กชอบเที่ยว และตนคิดว่า น้องโฟไม่ได้ป่วยเป็นโรคออทิสติก หรือเป็นเด็กพิเศษแต่อย่างใด

สำหรับข้อมูลที่ระบุว่า สามีของตนใช้อาวุธมีดข่มขู่จี้คอ เพื่อบังคับน้องโฟไปข่มขืนนั้น สามีตนไม่เคยพกมีด และเป็นไปไม่ได้ที่สามีจะหยิบมีดจากห้องครัวของโรงอาหารไปใช้ก่อเหตุ เพราะหลังจากแม่ครัวทำอาหารเสร็จ ตนก็จะเป็นผู้ปิดล็อกประตูครัว ส่วนที่อ้างว่าเห็นสามีตนกำลังปิดประตูหน้าต่างของโรงเรียนนั้น เรื่องนี้ก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน เพราะหน้าที่ปิดประตูหน้าต่างของโรงเรียนนั้น เป็นหน้าที่ของตน

นางแป๋ว กล่าวต่อว่า ตนไม่เชื่อคำกล่าวอ้างของน้องโฟว่า ถูกข่มขืนในห้องพักครู เพราะห้องพักครูจะไม่เปิดประตูทิ้งไว้ เมื่อครูกลับบ้านแล้ว ตนก็ต้องไปปิดประตูห้องพักครู รวมถึงตนเป็นผู้ถือกุญแจของโรงเรียนทั้งหมด ส่วนสามีตน แม้จะเป็นภารโรงแต่ก็ไม่ไดัปฏิบัติหน้าที่ในส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวตนไม่รู้สึกเครียดกับเรื่องนี้ เพราะไม่มีใครเชื่อว่าสามีตนข่มขืนน้องโฟ อีกทั้งเรื่องดังกล่าวนี้ ไม่มีมูลความจริง ซึ่งหากผลดีเอ็นเอออกมาแล้วว่าสามีตนไม่ได้ก่อเหตุ ตนก็จะให้สามีฟ้องกลับ ฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

นางสาวฟาง (นามสมมติ) พี่สาวของน้องโฟ

ด้าน นางสาวฟาง (นามสมมติ) พี่สาวของน้องโฟ ระบุว่า หลังทราบว่าน้องตั้งครรภ์ ตนก็พยายามถามน้องว่าใครเป็นพ่อของเด็ก แต่น้องก็ไม่ยอมบอก กระทั่งเข้าสู่เดือนสุดท้ายก่อนคลอด น้องจึงยอมบอกว่า ภารโรงของโรงเรียนเป็นผู้ก่อเหตุข่มขืน โดยน้องโฟเล่าให้ตนฟังว่า ในวันเกิดเหตุครั้งแรก ตั้งใจไปซ้อมวอลเลย์บอล แต่เมื่อไปถึงโรงเรียน กลับไม่มีเพื่อนมาเล่นด้วย จึงไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเสร็จธุระก็ออกมาล้างมือที่อ่างหน้าห้องน้ำ ขณะนั้นเห็นลุงภารโรงกำลังปิดประตูหน้าต่าง ก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่ขณะที่จะเดินออกมาจากหน้าห้องน้ำ ก็ถูกภารโรงใช้มีดมาจี้ที่ลำคอ พร้อมขู่ไม่ให้ส่งเสียงดัง หากส่งเสียงดังจะฆ่าให้ตาย จากนั้นจึงข่มขืน โดยน้องสาวตนถูกข่มขู่พาไปกระชำเราต่ออีก 3 ครั้ง ภายในโรงเรียน ทั้งห้องน้ำโรงเรียน บริเวณอ่างล้างหน้า และห้องพักครู โดยช่วงเวลาที่เกิดเหตุทั้ง 4 ครั้ง นั้นไม่มีคนอยู่ภายในโรงเรียน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาหลังเลิกเรียนแล้ว

ภาพจำลองสถานที่จุดเกิดเหตุ ตามคำกล่าวอ้างของน้องโฟ

นางสาวฟาง กล่าวต่อว่า ลุงสุชาติ ภารโรงของโรงเรียน ตนรู้จักสมัยที่เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนนี้ แต่ตนก็ไม่เคยไปคลุกคลีด้วย ส่วนที่อีกฝ่ายกล่าวหาว่า ครอบครัวตนอยากได้เงิน ยืนยันว่าไม่เคยอยากได้ เพราะครอบครัวตน ถึงมีน้อย ก็กินน้อย แต่ก็ยังพอหาเลี้ยงตัวเองได้ พ่อตนก็มีสวนปาล์ม ไม่เคยไปขอข้าวบ้านใครกิน แม้จะมีคนดูถูกครอบครัวตนว่าแม่พาน้องไปขายตัว

นางสาวฟาง กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า หากใครมีสมองคิด คงไม่มาคิดว่าพวกตนอยากได้เงิน ถึงแม้คนในหมู่บ้านจะรังเกียจครอบครัวตน ถึงขนาดที่ไม่มีใครคบหา ตนเองตอนเรียนอยู่ที่นี่ ก็ต้องนั่งกินข้าวคนเดียว ไม่มีเพื่อนเล่นด้วย เพียงเพราะครอบครัวยากจน และทั้งที่น้องสาวตนมาประสบเหตุเช่นนี้ กลับมีแต่คนเหยียดหยามซ้ำเติม ส่วนที่กล่าวหาว่า น้องสาวตนแต่งกายค่อนข้างโป๊ ตนเองคิดว่าไม่มีแบบนั้น น้องไม่เคยใส่เสื้อสายเดี่ยวหรือเอวลอย แต่ยอมรับว่ามีใส่กางเกงขาสั้นบ้าง ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าน้องจะมาถูกข่มขืน เพราะแต่งกายโป๊

ครอบครัวตนเพียงอยากหาความจริงว่าใครทำ แม้ว่าท้ายที่สุด ผลดีเอ็นเอจะออกมาว่านายสุชาติไม่ได้ทำ ครอบครัวก็ต้องหาความจริงต่อ ดังนั้น หากนายสุชาติจะฟ้องร้อง ก็เชิญฟ้องไป เพราะน้องสาวยืนยันว่านายสุชาติเป็นคนก่อเหตุเพียงคนเดียว ทั้งนี้ หากใครเป็นคนทำร้ายน้องสาวตน ตนก็อยากให้ได้รับโทษทางกฎหมาย

keyboard_arrow_up