ด.ญ. 14 อ้างหนุ่มสักคิ้ว กระชากเข้าเต็นท์หวังขืนใจ เพื่อนไม่กล้าช่วยกลัวโดนมีด – ตร.ไม่ปักใจเชื่อ สอบวงจรปิด

วันที่ 15 พ.ย. 61 เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.00 น. ร.ต.อ.วีรยุทธ กางกาละ รองสว .สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุ 14 ปี เหตุเกิดที่หลังศูนย์บริการ กีฬาทางน้ำ ริมชายหาดจอมเทียน ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ

ชายหาดจุดเกิดเหตุ
เด็กหญิงยุ้ย (นามสมมติ) ผู้เสียหาย อายุ 14 ปี ชี้จุดเกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุริมชายหาดจอมเทียน ซึ่งมีแสงไฟสองสว่างชัดเจน พบมีเรือเจ็ตสกีจอดอยู่ 5 ลำ มีร่องรอยการเก็บข้าวของ เป็นเต็นท์กางนอน ถูกรื้อพับซุกแอบไว้ใต้อุปกรณ์กีฬาหลังอาคารศูนย์บริการกีฬาทางน้ำ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนตัวผู้ก่อเหตุ ทราบเพียงว่าเป็นผู้ชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20-25 ปี ลักษณะมีรอยสักที่คิ้ว และขอบตา ซึ่งเป็นคนเฝ้าเรือ และหลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปปิดล้อมบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ แต่ก็ยังไร้ร่องรอย

เด็กหญิงยุ้ย (นามสมมติ) ผู้เสียหาย อายุ 14 ปี

เด็กหญิงยุ้ย (นามสมมติ) ผู้เสียหาย อายุ 14 ปี เล่าว่า ฝ่ายชายเข้ามาชวนพูดคุย และชักชวนให้ไปนั่งเล่นด้วย แล้วให้เงิน 500 บาท พวกตนที่อยู่กัน 4 คนกับเพื่อน ๆ ก็ปฏิเสธไป ชายคนดังกล่าวก็พยายามพูดหว่านล้อมว่า แค่เต็นท์ใกล้ ๆ แล้วก็กระชากเข้าไปในเต็นท์นอนที่กางทิ้งไว้ ซึ่งตนพยายามขัดขืน และร้องให้เพื่อน ๆ ช่วย แต่ก็ไม่มีใครกล้า เพราะผู้ก่อเหตุมีอาวุธมีด

เด็กหญิงยุ้ย (นามสมมติ) ผู้เสียหาย อายุ 14 ปี ให้การกับตำรวจ

เบื้องต้น ร.ต.อ.วีรยุทธ กางกาละ รองสว.สอบสวน เจ้าของคดี ส่งตัวเด็กหญิงผู้เสียหาย ไปตรวจร่างกายหาร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ยังตรึงกำลังอยู่บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ หาเบาะแสของคนร้าย และตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา

ล่าสุด พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า เบื้องต้นยังไม่ได้ปักใจเชื่อคำให้การของเด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยหลังจากได้รับแจ้ง ทั้งพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ทันที พบสถานที่เกิดเหตุเป็นที่สาธารณะ ทั้งนี้ คำให้การผู้เสียหายว่ามีเพื่อนอยู่ด้วยกัน 4 คน และผู้ก่อเหตุมีเพียงคนเดียว นอกจากนั้น มีประชาชนที่ไปท่องเที่ยวอยู่ด้วย และการลงมือข่มขืนนั้น ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะมีเพื่อนของเด็กหญิงอยู่ด้วยกัน น่าจะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือหากเกิดเหตุ และตัวผู้เสียหาย จะต้องส่งเสียงขอความช่วยเหลือ

ซึ่งในขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยส่งผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย รวมทั้งจะเรียกเพื่อน ๆ ที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาให้ปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพ ซึ่งต้องใช้เวลาในการรวบรวมหลักฐาน

keyboard_arrow_up