3 พ่อแม่ลูก เผยนาทีหมดสติคาเก๋ง ยันกลิ่นก๊าซฟุ้งฝืนขับ 1 ชม. พบสารเกาะเม็ดเลือด (คลิป)

วันที่ 11 พ.ย. 61 จากกรณีพ่อ​แม่​ลูก 3 ชีวิต น็อกในรถเก๋งสีขาว​ บนทางด่วนบูรพาวิถี เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา​ เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุจากการน็อกในครั้งนี้ แต่คาดว่าอาจเป็นการสูดดมสารเคมีเข้าไป และก่อนเกิดเหตุ รถเก๋งเติมน้ำมันด้วยแก๊สโซฮอล์ 95 และจากการตรวจสอบพบแก้วกาแฟและชาเขียวในรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำน้ำไปตรวจเพื่อหาสารเคมีปนเปื้อน (อ่าน : กู้ภัยเล่านาทีช่วย 3 ชีวิตวูบคาเก๋ง ผงะกลิ่นท่อไอเสียเตะจมูก ตร.เก็บน้ำ 2 แก้วหาสารพิษ)

แพทย์ดูแลอาการ ครอบครัวผู้ประสบเหตุ

วันที่ 12 พ.ย. 61 นายธนัยนันท์ เชื้อถิระพงษ์ อายุ 31 ปี เจ้าของรถยนต์เก๋งนิสสัน สีขาว คันเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ ได้กลิ่นคล้ายควันจากท่อไอเสียในรถ แต่ฝืนขับต่อไปเรื่อย ๆ เกือบ 1 ชั่วโมง เริ่มรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว จึงจอดรถ สะกิดภรรยาที่นั่งอยู่ด้านข้าง จากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย

นายธนัยนันท์ เชื้อถิระพงษ์ ผู้ประสบเหตุ

น.ส.จิตรารัตน์ นามจำปี อายุ 26 ปี เปิดเผยว่า ตนได้กลิ่นก๊าซ ผ่านไปสักระยะ ตนก็หมดสติไป ตื่นมาอีกครั้งก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ส่วนลูกสาวนอนหลับอยู่ที่เบาะด้านหลัง ทั้งนี้ โชคดีที่สามียังมีสติ และจอดรถข้างทางก่อน

น.ส.จิตรารัตน์ นามจำปี ผู้ประสบเหตุ

โดยแพทย์ระบุว่า ทั้งหมดอาการปลอดภัยแล้ว ตรวจสอบพบก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จับเม็ดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียนในร่างกายไม่ได้ เป็นเหตุให้ผู้ป่วยหมดสติ

ทั้งนี้ ครอบครัวผู้ประสบเหตุ เดินทางเข้าพบกันพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งทั้ง 2 คน หลังจากเพิ่งออกจากโรงพยาบาล และได้เดินทางต่อมาพบกับพนักงานสอบสวน โดยมีสีหน้าเคร่งเครียด และยังอยู่ในอาการเหนื่อย อิดโรย โดยใช้เวลาสอบสวนเกือบ 2 ชั่วโมง

รถยนต์เก๋งนิสสัน สีขาว คันเกิดเหตุ

ด้าน ร.ต.อ.สุริยา ภูมิวัฒน์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ให้วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบ พบว่ารถไม่มีรอยรั่วของท่อไอเสีย และยังไม่มีสาเหตุใดที่ก๊าซพิษจะไหลเข้ามาภายในห้องโดยสาร ส่วนการส่งรถให้กองพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจทำการตรวจสอบนั้น เบื้องต้นไม่สามารถส่งตรวจได้ เพราะไม่อยู่ในอำนาจของกองพิสูจน์หลักฐาน เนื่องจากไม่ใช่คดีที่มีผู้เสียชีวิต ดังนั้นในวันพรุ่งนี้จะทำการติดต่อวิศวกรจากกรมการขนส่งทางบก เข้าตรวจสอบรถอย่างละเอียด

จากการสอบปากคำเจ้าของรถ ให้การว่ารถไม่ได้มีการดัดแปลงท่อไอเสีย หรือดัดแปลงระบบเครื่องแต่อย่างใด เพียงแต่ตกแต่งภายนอกเพื่อความสวยงามเท่านั้น ขณะที่ น.ส.จิตรารัตน์ให้การว่า ช่วงก่อนวันเกิดเหตุตนเองเคยได้กลิ่นคล้ายกับควันไฟเข้ามาภายในรถบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ทราบสาเหตุ ทั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าทั้งคู่มีอาการอ่อนเพลีย จึงจะมีการนัดหมายสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง ผลการตรวจเลือดของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คน พบว่ามีก๊าซพิษในร่างกาย ชนิดคาร์บอนมอนอกไซด์ จึงทำให้หมดสติ

keyboard_arrow_up