เผยภาพนาที 7 โจ๋จ้วงแทงอริดับ แม่มือมีดยันเด็กดี ไม่เชื่อลูกฆ่า – แม่เหยื่อสะอื้น ตายเพราะเพื่อน (คลิป)

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่น 7 คน รุมทำร้ายคู่อริ ซอยพหลโยธิน 46 แยก 8 เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา จนกระทั่งล่าสุด ตำรวจได้ตามจับกุมคนก่อเหตุ พบว่ามี 4 คนเป็นเด็กอายุไม่ถึง 14 ปี และอีก 3 คนยังเป็นเยาวชน

ตำรวจจับกุมผู้ต้องหา

วันที่ 10 พ.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่มายังจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นย่านชุมชนหลังมหาวิทยาลัยดังย่านบางเขน และเป็นซอยชุมชน มีทางเข้าและออกทางเดียว โดยนางอรพินย์ รักเสนาะ หรืออ่าง อายุ 60 ปี คนเห็นเหตุการณ์ พาทีมข่าวไปดูจุดเกิดเหตุ ซึ่งพบว่ากลุ่มผู้ตายกับวันรุ่น 7 คน ประจันหน้ากันที่หน้าร้านสะดวกชื้อ และมีเหตุถูกแทงกันเกิดขึ้น จึงได้วิ่งเข้าไปในซอยเพื่อขอความช่วยเหลือ และวิ่งเอาตัวรอด เนื่องจากในซอยนี้เป็นบ้านหนึ่งในกลุ่มเพื่อนผู้ตาย จากนั้นนายนัส ผู้ที่ถูกแทงได้วิ่งด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด เข้าไปในซอยประมาณ 200 เมตร ส่วนจุดที่นายนัสไปล้มหมดสติ พบว่ายังคงมีรอยเท้าของผู้ตายอยู่ตามพื้น มีกองเลือดขนาดใหญ่ 1 กอง โดยล่าสุดญาติก็ได้เดินทางมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณผู้ตายไปแล้ว

ภาพจำลองเหตุการณ์

นางอรพินย์ เล่าว่า วันเกิดเหตุ เห็นหลานของตัวเองวิ่งเข้ามาในซอยแล้วเข้าไปหลบในบ้าน พร้อมพยายามบอกกับตนเองว่า นายนัสถูกแทง ตนเองจึงให้หลานรีบวิ่งเจ้าไปหลบในบ้าน และบอกหลานว่า ถ้าเห็นท่าไม่ดีให้โดดลงคลองหลังบ้านไปเลย จากนั้นตนเองก็ออกมาดู พบว่ามีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง วิ่งตามผู้ตายและคู่อริ เข้าไปในชอยผ่านหน้าบ้านตนเองไป

นางอรพินย์ รักเสนาะ หรืออ่าง คนเห็นเหตุการณ์

ซึ่งขณะเกิดเหตุพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่น 7-8 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาปิดหัวและท้ายซอย เพื่อดักเจอกลุ่มของผู้ตาย จากนั้นได้มีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น โดยนายนัสถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสวิ่งเข้ามาภายในซอย ตนเองจึงตะโกนขึ้นว่า “ตำรวจมา” ทำให้กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดรีบวิ่งกลับไป แล้วทิ้งอาวุธเอาไว้กลางซอย จากนั้นก็มีเพื่อนของผู้ตายอีกกลุ่มหนึ่งเข้าไปเจอนายนัส และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่พบว่าในขณะนั้นนายนัสมีสภาพค่อนข้างแย่ โดยมีลักษณะมือตก อ้าปากค้าง ส่วนตัวมองว่าแค่เพียงจุดเกิดเหตุก็แย่พอสมควรแล้ว ได้รีบตะโกนบอกกลุ่มวัยรุ่นให้รีบพาไปส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

ทั้งนี้ นางอรพินย์ในฐานะผู้เห็นเหตุการณ์ ยังบอกว่า กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุตนเองไม่รู้จัก เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ อีกทั้งยังได้มีการปิดบังใบหน้า จึงไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ซึ่งตนเองรู้จักแต่เพียงฝ่ายของผู้ตายเท่านั้น

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้รับกล้องวงจรปิดจากพลเมืองดีภายในซอยพหลโยธิน 46 แยก 8 ใกล้บริเวณ ที่สามารถบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ ซึ่งพบว่าก่อนเกิดเหตุได้มีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถมาประมาณ 4 คัน เพื่อรออยู่บริเวณหน้าปากซอยแยก 5-7 และมีรถมอเตอร์ไชค์หนึ่งคันขับล่วงหน้าไปดักรอบริเวณสะพานข้ามคลอง และจำนวนที่เหลือดักอยู่บริเวณทางออกถนนใหญ่ ซึ่งมีลักษณะปิดหัวและท้ายซอย จากนั้นไม่นานได้มีกลุ่มของผู้ตายขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกมาหนึ่งคัน โดยซ้อนกันมา 3 คนออกมา โดยมีนายพัด (นามสมมติ) เป็นคนขับขี่ นายนัส ผู้ตาย นั่งซ้อนตรงกลาง

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ นายนัสได้ลงจากรถและตรงดิ่งไปบริเวณคอสะพาน และมีลักษณะคล้ายกับยกขาขึ้นกระโดดถีบคู่อริก่อน จากนั้นกลุ่มเพื่อนได้วิ่งตามเข้าไปและเกิดการตะลุมบอน จังหวังนั้นคาดว่าจะเป็นช่วงที่นายนัสถูกกลุ่มคู่อริแทง ก่อนวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในซอย

ภาพวงจรปิดขณะเกิดเหตุ

ด้าน นายพัด (นามสมมติ) เพื่อนผู้ตาย เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนเองและผู้ตายพร้อมด้วยเพื่อนอีกหนึ่งคน กำลังจะออกไปซื้อข้าว และได้พบกับกลุ่มวัยรุ่นคู่อริขับรถมาดักรออยู่บริเวณหน้าซอย ซึ่งขณะนั้นเมื่อขี่ไปประจันหน้ากัน นายนัสได้ลงจากรถจักรยานยนต์ วิ่งตรงดิ่งเข้าไปหากลุ่มคู่อริ และพบว่าเพื่อนถูกแทง และกำลังวิ่งเข้าไปภายในซอยพหลโยธิน 46 ตนเองจึงวิ่งตามเข้าไปพร้อมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน แต่กลุ่มคู่อริยังคงวิ่งตามเข้ามา จากนั้นได้มีเสียงชาวบ้านตะโกนว่าตำรวจ กลุ่มคู่อริจึงหันกลับไป

นายพัด (นามสมมติ) เพื่อนผู้ตาย

ยอมรับว่าขณะที่เจอสภาพของเพื่อนที่นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณกลางซอย มีสภาพค่อนข้างแย่ แต่ไม่รู้ว่ามีบาดแผลตรงไหน เพราะทั้งตัวเปื้อนไปด้วยเลือด จากนั้นตนเองจึงรีบพยุงอุ้มผู้ตายไปส่งโรงพยาบาล

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนเองเชื่อว่าเกิดจากเหตุการณ์เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน กลุ่มของตนเองไปมีเรื่องที่วงเวียนบางเขน โดยทะเลาะวิวาทกันกับกลุ่มคู่อริ จากนั้นจึงเกิดความไม่พอใจ และมาดักทำร้ายเพื่อแก้แค้น ยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ตัวเองเสียใจที่สูญเสียเพื่อนไปเพราะความคึกคะนอง จึงอยากฝากถึงวัยรุ่นคนอื่นให้หักห้ามใจ ทำอะไรอย่างไม่คิด ก็จะเกิดการสูญเสียเหมือนเช่นกรณีของตนเอง

นางสาวจุฑามณี พวงพุฒ หรือแนน แม่ของผู้ตาย

ขณะที่นางสาวจุฑามณี พวงพุฒ หรือ แนน อายุ 35 ปี แม่ของนายนัส ผู้ตาย ยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ แม้ว่าจะมีพิธีฌาปนกิจศพและลอยอังคารของลูกชายไปแล้วก็ตาม โดยตนเองเหลือเพียงแค่ภาพถ่ายที่ใช้ตั้งหน้าศพ เป็นภาพแห่งความทรงจำที่หลงเหลือ และจะคิดถึงลูกได้ นางสาวจุฑามณี ยังเล่าว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองยังจำภาพการสูญเสียนี้ฝังใจ ยังเสียใจทำใจไม่ได้ เพราะตัวเองมีลูกชายเพียงคนเดียว ยอมรับว่าเร็วเกินไป เพราะเด็กคนนี้ถือเป็นเด็กดี และตนเองกับลูกก็ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยครั้ง เพราะทำงานคนละเวลา

นายนัส ผู้ตาย

แม่ผู้ตายเล่าว่า ที่ผ่านมาลูกไม่เคยเล่าว่า เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน เมื่อเขาต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองก็ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ซึ่งเพื่อนของลูกก็ไม่ได้เล่าให้ฟังเช่นเดียวกัน ตนอยากฝากบอกถึงกลุ่มที่ก่อเหตุว่า ขอให้ยอมรับสารภาพตามความจริง และให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ถ้าหากประหารได้ก็ดี เพราะหากลูกเป็นคนเลวร้ายตัวเองจะไม่ว่าอะไร หากลูกตัวเองตาย เขาก็ต้องตายตามลูกไป

อีกทั้ง ครอบครัวของผู้ก่อเหตุควรเข้ามาแสดงความรับผิดชอบ เยียวยาครอบครัวของผู้สูญเสีย เพราะสังเกตตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่เห็นครอบครัวของฝ่ายผู้ก่อเหตุเข้ามาร่วมงาน เพื่อขอขมา หรือแสดงความเสียใจแต่อย่างใด ทุกวันนี้ยังไม่รู้จะทำอะไร คิดอะไรไม่ออก ทุกวันเอาแต่ร้องไห้คิดถึงลูก ค่าเยียวยาก็ยังไม่ได้คิดว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ แต่เบื้องต้นอยากให้ฝ่ายของครอบครัวผู้กระทำผิดเข้ามาเจรจากันก่อน

ขณะเดียวกันแม่ของผู้ตายยังบอกว่า เกิดเหตุลูกชายของตนเองไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เพียงแค่ตั้งใจออกไปซื้อข้าว ซึ่งแม่บอกว่าลูกไม่ทันได้พูดคุยใด ๆ กับกลุ่มคู่อริ เพียงแค่เจอหน้าก็ถูกแทง ซึ่งน้องก็วิ่งหนีเข้าไปภายในซอย ยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ลูกตนเองไปตายเพราะเพื่อน

นางกิ่งแก้ว แซ่ตึง หรือจู แม่ผู้ต้องห

ด้านนางกิ่งแก้ว แซ่ตึง หรือจู อายุ 57 ปี แม่ของน้องฟิว 17 ปี หนึ่งในผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุแล้วลูกชายไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง พูดแต่เพียงว่าวันนี้กลับบ้านเร็ว ไม่ต้องบ่น และไม่ต้องมาปลุก เพราะปกติลูกชายจะกลับบ้านช่วงประมาณตีหนึ่งถึงตีสอง เพราะเป็นคนติดเพื่อน แต่วันที่เกิดเหตุกลับบ้านเร็วผิดปกติ

จากนั้นในวันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางเขน ได้เข้ามาที่บ้าน บอกว่าให้พาน้องไปที่โรงพัก โดยตำรวจได้แจ้งว่าลูกชายกับเพื่อนไปแทงผู้อื่นเสียชีวิต ยอมรับว่าครั้งนั้นใจหาย และตกใจมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ซึ่งส่วนตัวแม่ไม่เชื่อว่าลูกจะไปก่อเหตุลักษณะดังกล่าว ลูกเป็นคนดี ขยันเรียน ที่สำคัญยังเป็นนักเรียนทุนเรียนชั้นปีที่ 2 และหลังเลิกเรียนทุกครั้งก็จะออกไปทำงานพาร์ตไทม์หาเงินเลี้ยงครอบครัว เวลาออกไปที่ไหนก็มักจะบอกที่บ้านเป็นประจำ และลูกชายไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเกเรกับใคร ไม่เคยมีประวัติถูกจับหรือคดีชกต่อยมาก่อน ครั้งนี้จึงถือว่าเป็นครั้งแรก ตนเองรับไม่ได้

ส่วนหลังจากนี้ ตนเองจะไม่ขอประกันตัว เพราะไม่มีเงิน ดังนั้นจึงอยากให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและพิสูจน์กันในชั้นศาล ส่วนเพื่อนของลูกแต่ละคนตนเองก็รู้จัก ส่วนใหญ่ก็เป็นคนนิสัยดี

อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะฝากขอโทษฝ่ายของผู้ตาย พร้อมทั้งขออโหสิกรรม และหากจะมีการเรียกร้องชดเชยค่าเยียวยายอมรับว่าตนเองไม่สามารถหาเงินดังกล่าวให้ได้ ทุกวันนี้เครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับ เป็นห่วงทั้งครอบครัวผู้ตาย และลูกที่ถูกควบคุมตัวอยู่ เหตุผลที่ยังไม่สามารถเดินทางไปร่วมงานศพได้นั้น เนื่องจากติดเรื่องทำเอกสารและติดต่อเกี่ยวกับตำรวจและศาล ซึ่งหากมีโอกาสหลังจากนี้คาดว่าจะมีเวลาได้เจอกันที่โรงพัก และพูดคุยกันหาข้อยุติเกี่ยวกับเงินเยียวยา

 

 

keyboard_arrow_up