คดีพลิก! พ่อกุเรื่องลูก 2 ขวบโดนอุ้มซ้อม รับประชดเมีย บีบอัณฑะ กระทืบปากเจ่อ (คลิป)

กรณีตำรวจ สภ.องครักษ์ จ.นครนายก รับแจ้งเหตุเด็กชายวัย 2 ขวบ ถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส และมีการนำตัวส่งรักษาที่ รพ.องครักษ์ โดยก่อนหน้านี้ เด็กชายวัย 2 ขวบ ได้ออกไปเล่นกับเพื่อน กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน นายวิศรุต รักเกียรติ ผู้เป็นพ่อ ได้ออกตามหาลูกชายแล้วไปพบเด็กชายนอนคว่ำหน้า ไม่สวมเสื้อผ้าเนื้อตัวล่อนจ้อนอยู่กลางป่าหญ้า สภาพบาดแผลพบว่าปากเจ่อ รูจมูกทั้งสองข้างมีเลือดไหลออกมาตามใบหน้า และบริเวณอัณฑะมีบาดแผลจากของมีคม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยพ่อและคู่อริของพ่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

วันที่ 6 พ.ย. 61 ที่บ้านของนายวิศรุต รักเกียรติ อายุ 25 ปี พ่อของ ด.ช.รอมฎอน อายุ 2 ขวบ ซึ่งถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ต.พระอาจารย์ อ.องครักษ์ โดย นางเรียม รักเกียรติ ย่าทวดของ ด.ช.รอมฎอน เปิดเผยว่า ช่วงหัวค่ำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตนเองนอนป่วยไข้อยู่ในบ้านพัก นายวิศรุต หรือ นายสุกี้ ซึ่งเป็นพ่อของ ด.ช.รอมฎอน และเป็นหลานของตน ได้สอบถามตนว่า เห็นน้องรอมฎอนหรือไม่ น้องหายไป ตนจึงรีบลุกจากเตียงด้วยความตกใจ ไปช่วยกันสอบถามญาติที่อยู่บ้านละแวกใกล้เคียงกัน ว่าเห็นหลานหรือไม่ ซึ่งต่างก็ไม่มีใครเห็น

นางเรียม รักเกียรติ ย่าทวดของ ด.ช.รอมฎอน

ขณะที่ตนกำลังสอบถามอยู่ ก็มีญาติรายหนึ่งให้ข้อมูลว่าเห็นชายใส่เสื้อดำขับขี่รถจักรยานยนต์พาเด็กไป แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร เพราะค่อนข้างมืด ตนจึงสอบถามกับกลุ่มเพื่อนของนายวิศรุตซึ่งมีด้วยกัน 4 คน แต่ทั้ง 4 คน อ้างว่าไม่มีใครเห็นน้องรอมฎอน ส่วนพ่อของน้องรอมฎอนเป็นคนออกไปตามหาพร้อมกับนายมัสอูด (น้องชายต่างมารดา) กระทั่งมาเจอหลานตอนเวลาเที่ยงคืน ตนจึงคาดว่าคนก่อเหตุน่าจะนำมาปล่อยทิ้งไว้ตอนกลางคืน

ภาพจำลองเหตุการณ์ จากคำบอกเล่าของนายวิศรุต

ยายเรียม กล่าวต่อว่า ก่อนจะเกิดเหตุช่วงเวลาหัวค่ำ น้องรอมฎอนยังเล่นอยู่กับญาติรุ่นพี่ 2 คน คือ ด.ช.ไอซ์ กับนายมัสอูด เมื่อถึงเวลา 19.30 น. ตนจึงทราบว่าหลานหายตัวไป โดยก่อนที่น้องรอมฎอนจะหายตัวไป ตนไม่ได้ยินเสียงอะไรผิดปกติ หรือเสียงร้องขอความช่วยเหลือ กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน นายวิศรุตอุ้มหลานกลับมาบ้าน พร้อมนำบาดแผลให้ตนดูว่ามีบาดแผลที่ใบหน้า และหลานไม่ได้สวมเสื้อผ้า ตนเองถึงกับร้องไห้ คิดว่าคนก่อเหตุคงจับน้องกระแทกพื้น นอกจากนี้ บริเวณลูกอัณฑะยังมีร่องรอยใบมีดกรีดยาว ซี่งแพทย์ได้ฉีดยาแล้วเย็บแผลให้เมื่อคืนนี้

ส่วนตัวไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ ตนเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ แต่โดยส่วนตัวตนคิดว่ากลุ่มเพื่อนของนายวิศรุตทั้ง 4 คน น่าจะมีส่วนรู้เห็น เพราะพวกเขานั่งเล่นอยู่ตรงใกล้เคียงกับจุดที่น้องถูกทิ้งไว้ แต่ตนเองไม่ทราบว่าทั้ง 4 คนชื่ออะไรบ้างหรือเป็นเด็กที่ไหน

เบื้องต้น ทราบว่าอาการของน้องรอมฎอนฟื้นตัวแล้ว สามารถดื่มนมได้ แต่เมื่อสอบถามว่าเมื่อคืนไปไหนมา น้องรอมฎอนกลับตอบว่า “ผี” ตนจึงถามว่า ผีเป็นอย่างไร น้องก็ตอบว่า “ดำ” ตนจึงคิดว่าน้องคงไม่รู้เรื่อง แต่ทั้งนี้ ตนได้ตั้งข้อสังเกตว่าในวันเกิดเหตุ กลุ่มชายทั้ง 4 คน ยังมีการสวมใส่เสื้อสีดำด้วย

นางเรียม พาผู้สื่อข่าวไปยังจุดที่พบตัว ด.ช.รอมฎอน

จากนั้นย่าทวดได้พาผู้สื่อข่าวไปยังจุดที่พบน้องรอมฎอนในป่ารกร้างข้างบ้าน โดยจุดนี้อยู่ห่างจากบ้านพักของย่าทวดเพียง 50 เมตร แต่จะอยู่ใกล้กับบ้านของแม่นายวิศรุต ขณะเดียวกัน พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.องครักษ์ ได้เดินทางมาที่จุดเกิดเหตุด้วย พร้อมให้ ด.ช.ไอซ์ ชี้จุดเกิดเหตุ ก่อนจะนำตัว ด.ช.ไอซ์ไปสอบปากคำต่อ โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับพยานก่อนจะได้รับการสอบปากคำจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จุดที่พบน้องรอมฎอนในป่ารกร้างข้างบ้าน

ต่อมา ยายเรียม กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จุดนี้เจอน้องรอมฎอนก็ยังเป็นป่าที่อยู่ในเขตพื้นที่บ้านของตน แต่ตนไม่ได้ยินเสียงขณะน้องโดนทำร้าย จึงคาดว่าคนก่อเหตุน่าจะทำร้ายน้องก่อน แล้วจึงมาทิ้งไว้ สำหรับนายวิศรุต พ่อของน้องรมฎอนนั้น แต่ก่อนนี้เป็นคนนิสัยใจคอดี ตั้งใจเรียนหนังสือ มารยาทดี แต่พักหลังมาติดเพื่อนและติดน้ำกระท่อม ทำให้นิสัยเปลี่ยนไป กลายเป็นคนไม่ทำงานทำการ กลางคืนก็จะมั่วสุมอยู่กับเพื่อนในบ้านของแม่นายวิศรุต

ส่วนวันเกิดเหตุที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายวิศรุตพ่อของน้องเป็นคนก่อเหตุนั้น ตนยืนยันว่าพ่อน้องรอมฎอนไม่รู้เรื่อง เพราะเขายังอยู่ในบ้านตอนที่น้องหายไป แล้วพอทราบว่าน้องหายไปก็ยังออกตามหาอยู่เลย อีกทั้งนายวิศรุตนั้นเป็นคนรักลูกมาก เวลาเจอกันก็จะกระโดดกอดคอ หอมแก้มกันบ่อย ๆ ไม่เคยตีลูก มีแต่ดุเวลาลูกดื้อ ตนจึงมั่นใจว่านายวิศรุตไม่ได้ก่อเหตุ ตอนนี้ตนก็ขอวอนให้เจ้าหน้าที่จับตัวคนก่อเหตุได้โดยเร็ว เพราะตนเชื่อว่ากลุ่มเพื่อนของนายวิศรุตน่าจะทราบเรื่องหรือมีส่วนรู้เห็น เพราะเขามามั่วสุมเสพยาเสพติดในบ้านหลังนี้อยู่เป็นประจำ ตนจึงเชื่อว่าหากพวกเขาได้เสพยาเสพติดแล้ว ก็จะมีนิสัยที่เปลี่ยนเป็นคนละคน

ยายแจ่ม (นามสมมติ) ยายของกลุ่มผู้ต้องสงสัย

จากนั้นทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปที่บ้านของนายอุป และนายซี (นามสมมติ) สองพี่น้องซึ่งเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับนายวิศรุต พ่อของเด็กผู้บาดเจ็บ โดย ยายแจ่ม (นามสมมติ) ยายของกลุ่มผู้ต้องสงสัย เปิดเผยว่า ตนเองไม่ทราบว่าวันเกิดเหตุนายอุปไปบ้านของนายวิศรุตหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาตนทราบตลอดว่าหลานมักไปมั่วสุมเสพยาที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งตนไม่ได้สนิทสนมกับนายวิศรุตมาก่อน ทราบเพียงว่าเป็นเพื่อนหลาน ซึ่งเมื่อเดือนก่อนมีงานสังสรรค์ที่ อบต. ยายของนายวิศรุตก็มาถามตนว่า “อุปไม่มีลูกมีเมียหรือไร” ตนก็ตอบไปว่ามี แต่ถูกอีกฝ่ายถามกลับมาว่า “มีแล้วทำไมปล่อยมามั่วสุมอยู่ที่นี่” ตนจึงสวนกลับไปว่า “กินก็กินด้วยกันนั่นแหละ หลานยายก็กิน ลูกชายยายก็กิน ก็มั่วอยู่ด้วยกันนั่นแหละ” ตนเองยอมรับว่าทราบเรื่องหลานติดยา แต่เคยพูดเตือนหลานตลอดว่าอย่าไปมั่วสุมอยู่กับเขา อย่าไปบ้านเขา เพราะบ้านเขาเคยพูดจาขู่ตนว่าจะเอาตำรวจมาจับหลานตน ตนก็บอก หากจะจับก็จับให้หมด จับลูกหลานเขาด้วย เพราะมั่วอยู่ด้วยกัน

ส่วนกรณีที่ลูกชายวัย 2 ขวบ ของนายวุศรุตถูกทำร้ายร่างกายเมื่อวันก่อน ตนเองก็ไม่แน่ใจว่านายอุปจะเป็นคนก่อเหตุหรือไม่ เพราะนายอุปไม่ค่อยกลับบ้าน และค่อนข้างติดเพื่อน เวลาหายไปก็จะไปพักบ้านเพื่อนเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ไม่เคยเห็นว่านายอุปจะพาเด็กชายรอมฎอนมาที่บ้านหลังนี้ แต่นิสัยใจคอของนายอุปนั้นเป็นคนรักเด็ก ตนจึงไม่มั่นใจว่าเขาจะทำร้ายร่างกายเด็กคนนี้หรือไม่ เพราะกับลูกหลานเขาเอง เขาก็ซื้อขนมซื้อข้าวของเครื่องใช้ให้ โดยทั่วไปนายอุปจะเป็นคนพูดจาโผงผาง ใจร้อนเป็นบางครั้ง ส่วนเวลาเขาเมายา ตนก็ไม่เคยเห็นเขาไปทำร้ายร่างกายหรือมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร รวมถึงไม่เคยทำร้ายคนในครอบครัวด้วย

ยายแจ่ม เล่าต่อว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจมาสอบถาม เพื่อตามหานายอุปจากตน โดยสอบถามตนว่า นายอุปได้ไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็ก และบีบอวัยวะเพศเด็กชายด้วยหรือไม่ ตนก็บอกตนไม่ทราบเรื่อง และตนยังไม่เจอหลาน ยังไม่ได้สอบถามกัน เพราะตั้งแต่เกิดเหตุเขายังไม่กลับมาบ้านเลย แล้วหากนายอุปไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายเด็กวัย 2 ขวบจริง ตนคิดว่าผิดก็ให้ว่าไปตามผิด ไม่ขอปกป้องหลาน เพราะผิดแล้วจะบอกตัวเองไม่ผิดได้อย่างไร ก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย

นายซี (นามสมมติ) เพื่อนกลุ่มเดียวกับนายวิศรุต

ด้าน นายซี (นามสมมติ) น้องชายของนายอุป วัย 22 ปี และเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับนายวิศรุต ยืนยันว่า วันเกิดเหตุตนไม่ได้ไปบ้านหลังนั้นตามที่ถูกยายเรียมกล่าวอ้าง เพราะตนต้องดูแลบ้าน ส่วนตัวยอมรับว่าตนเองก็สนิทกับเพื่อนกลุ่มนี้ และสนิทกับนายวิศรุต ส่วนกรณีที่ลูกชายนายวิศรุตถูกทำร้ายร่างกาย ตนเองไม่แน่ใจว่านายวิศรุตเป็นคนก่อเหตุหรือไม่ เพราะตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ที่ผ่านมา เขาก็เป็นคนรักลูก เคยตีลูกเป็นบางครั้ง เพราะลูกไม่เชื่อฟัง แต่ตนไม่ทราบว่าจะถึงขั้นเอาใบมีดมากรีดอวัยวะเพศลูกด้วยหรือไม่

อุปกรณ์เสพยาเสพติดของกลุ่มนายวิศรุต

ทั้งนี้ เวลานายวิศรุตเสพยา ก็จะพาน้องรอมฎอนไปนั่งในบ้านที่เสพยาด้วย ส่วนนายอุปพี่ชายตน มักเป็นคนที่ชอบไปเล่นกับน้อง บางครั้งพาน้องไปซื้อขนมและให้เงินด้วย บางครั้งพาไปขับรถเล่น หลังเกิดเหตุนายอุปได้หายตัวไป ตนก็ไม่ทราบว่าไปอยู่ไหน เพราะไม่ค่อยได้เจอหรือพูดคุยกัน แต่ตนยืนยันว่านายอุปไม่น่าจะเป็นคนก่อเหตุ เนื่องจากนายอุปเลี้ยงดูน้องรอมฎอนเหมือนหลานตัวเอง และค่อนข้างสนิทสนมกัน ส่วนตัวตนตั้งข้อสังเกตว่า นายวิศรุตมักชอบมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับน้องชายต่างมารดา

สภ.องครักษ์

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายวิศรุต รักเกียรติ พ่อของน้องรอมฎอนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ โดยเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่ากระทำน้องรอมฎอนจริง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายวิศรุตไว้ในห้องสอบสวน สภ.องครักษ์ ซึ่งนายวิศรุตมีสีหน้าค่อนข้างเป็นกังวล แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าเจ้าตัวมีอาการผ่อนคลายขึ้นแล้ว ภายหลังจากรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ พร้อมกันนี้ แม่ของนายวิศรุตมาเฝ้าลูกอยู่ภายในห้องสอบสวน

นายวิศรุต ผู้ก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่า หลังจากสอบปากคำผู้ต้องหาแล้ว ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้เป็นคนทำร้ายร่างกายน้องจริง โดยเหตุที่ทำร้ายเป็นเพราะต้องการประชดแฟนสาวที่แยกทางกันอยู่ได้ 1 ปี ซึ่งวันเกิดเหตุ เจ้าตัวตั้งใจพาน้องอาบน้ำ จึงถอดเสื้อผ้าของน้องออกเตรียมที่จะอาบน้ำ แต่ปรากฎว่าน้องเกิดอาการดื้อซนไม่ยอมอาบน้ำ นายวิศรุตจึงใช้ฝ่ามือตีเข้าที่ใบหน้า และบีบอัณฑะของลูก จากนั้นเด็กจึงเกิดความหวาดกลัวจึงวิ่งหนีไปหลบซ่อนตัวในมุมมืด นายวิศรุตจึงออกตามหาแต่ไม่พบ โดยให้ญาติ ๆ ช่วยกันออกตามหา ทั้งยังอ้างว่าน้องหายตัวไปไม่ทราบสาเหตุ ก่อนจะไปพบว่าน้องหลบอยู่ในป่า แล้วจึงนำตัวน้องออกมา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายวิศรุตว่าทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และข้อหาเสพยาเสพติด ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิด ตามพ.ร.บ.การกระทำด้วยความรุนแรงภายในครอบครัวร่วมด้วย ซึ่งจะต้องรอพนักงานสอบสวนว่าจะมีการแจ้งข้อหาใดเพิ่มเติม ส่วนในวันพรุ่งนี้จะมีการฝากขังผู้ต้องหาที่ศาลจังหวัดนครนายกต่อไป

หลังจากนั้น ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้สอบถาม นางเรียม ย่าทวดของน้องรอมฎอน โดยบอกว่า ตนเองจะไม่ขอยุ่งเกี่ยว แม้ตอนแรกตนจะไม่เชื่อว่านายวิศรุตเป็นคนก่อเหตุ และคิดว่าเขามีปัญหากับเพื่อนเรื่องสารเสพติดก็ตาม ส่วนกรณีของน้องรอมฎอน ตนเคยเห็นเขาตีลูกอยู่บ้าง แต่ไม่ได้รุนแรงนัก เวลาน้องถูกตี น้องก็จะมาบอกตนว่า “ป๊าแกล้งหนู ๆ” อย่างเมื่อคืนน้องรอมฎอนยังไม่ได้บอกตนเลยว่าถูกนายวิศรุตทำร้าย บอกเพียงว่าผีทำ

ยายเรียม ยอมรับว่า ตอนนี้ตนผิดหวังในตัวหลานที่มาก่อเหตุกับลูกตัวเอง ยืนยันว่าตนไม่เห็นเหตุการณ์ตอนที่เขาตีน้อง ตอนนี้ตนไม่สามารถให้อภัยนายวิศรุต หลานชายได้แล้ว ตนไม่ต้องการให้เขากลับมาบ้านอีก ขอให้เขาติดคุกไปนาน ๆ ตนไม่ชอบที่เขาทำแบบนี้ เพราะมันเกินเหตุมากไป ทั้งนี้ ตนรักเหลนรอมฎอนคนนี้มาก แล้วตนก็ไม่คิดว่าคนเป็นพ่อกระทำรุนแรงแบบนี้ หลังจากนี้ ตนไม่คิดจะไปประกันตัวนายวิศรุต และจะไม่ไปเยี่ยมที่เรือนจำด้วย ส่วนน้องรอมฎอนตอนนี้คงต้องให้ไปอยู่กับแม่เขาแทน หากตนคิดถึงก็ค่อยไปเยี่ยม

ด.ช.รอมฎอน และแม่ ขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ขณะที่ น้องรอมฎอน ล่าสุดได้ย้ายออกจากโรงพยาบาล เพื่อส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น โดยผู้เป็นแม่ให้ข้อมูลว่าตอนนี้น้องยังไม่ไว้ใจใคร และค่อนข้างติดแม่

keyboard_arrow_up