เปิดใจลูกกตัญญู สอบตร. จับคนร้ายฆ่าพ่อ เกือบจะปล่อยเพราะสงสาร แต่ดันขู่แม่ถึงบ้าน (คลิป)

จากกรณี วันที่ 5 พ.ย. 61 ที่ผ่านมา สังคมออนไลน์และสื่อต่าง ๆ มีการเสนอข่าว เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 8 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดชุมพร จับกุม นายบุญฤทธิ์ ครุฑละออง อายุ 54 ปี 1 ใน 4 คนร้าย ที่ก่อเหตุฆ่า นายประสิทธิ์ แซ่อื้อ และนายชาณี ทองหญีต แล้วนำศพมาทิ้งไว้ที่บริเวณสระน้ำริมทาง บ้านท่าตะเภา ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี โดยเหตุดังกล่าว เกิดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2541 โดยสามารถจับกุมคนร้ายได้ที่สวนปาล์มแห่งหนึ่ง ใน ม.2 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ก่อนคดีหมดอายุความเพียง 1 เดือน

ภาพจำลองเหตุการณ์ นายประสิทธิ์ พ่อของ ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ ถูกฆาตกรรม เมื่อปี พ.ศ. 2541 (1)
ภาพจำลองเหตุการณ์ นายประสิทธิ์ พ่อของ ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ ถูกฆาตกรรม เมื่อปี พ.ศ. 2541 (2)

ทั้งนี้ มีการระบุว่า ในการจับกุมครั้งนี้ มี ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์ ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งเป็นลูกชายของนายประสิทธิ์ แซ่อื้อ 1 ใน 2 ผู้เสียชีวิต ร่วมในการติดตามจับกุม โดย ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ ตั้งใจเข้ามาเป็นตำรวจเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ฆ่าพ่อตัวเองนั้น

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ มากประดิษฐ์ ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8

วันที่ 6 พ.ย. 61 ที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ ระบุว่า การเสนอข่าวก่อนหน้านี้ มีข้อมูลบางส่วนไม่ถูกต้อง เนื่องจากตนเข้ามาเป็นตำรวจด้วยความชอบ และเป็นสิ่งที่พ่อต้องการให้เป็น ไม่ใช่ตั้งใจมาเป็นตำรวจเพื่อทำคดีนี้โดยเฉพาะ ซึ่งหลังจากที่บรรจุเข้ามาเป็นข้าราชการตำรวจเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ตนก็ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาทั้งหมด รวมถึงส่วนเรื่องที่ระบุว่า สาเหตุที่ตนต้องเข้าไปจัดการคดีดังกล่าว เนื่องจากตำรวจท้องที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคดีดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะตนเพียงพูดว่า พูดคุยกับตำรวจจากหลายท้องที่เท่านั้น

ขณะจับกุม นายบุญฤทธิ์ ครุฑละออง อายุ 54 ปี

ส่วนคดีดังกล่าวนั้น ตั้งแต่ที่ตนทราบว่าพ่อถูกฆ่าตาย ตนก็คิดว่า คนร้ายถูกจับหมดแล้ว แต่ภายหลังทราบจากคนในละแวกบ้านว่า หนึ่งในคนร้ายที่ร่วมกันฆ่าพ่อของตนกลับมาที่บ้าน ซึ่งขณะนั้นตนปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ เมื่อเห็นว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับในคดี จึงร่วมติดตามจับกุมตัวนายบุญฤทธิ์

ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ เปิดเผยว่า สมัยเด็กตนเคยถามแม่ว่า พ่อหายไปไหน แต่แม่ไม่บอก กระทั่งตนรบเร้าหลายครั้ง แม่จึงยอมบอกว่าพ่อถูกฆ่าตาย และบอกอีกว่า พ่ออยากให้ตนเป็นนายร้อยตำรวจ ตนจึงมุ่งมั่นสอบเข้าตำรวจให้ได้ตามที่พ่อคาดหวัง อีกทั้งอยากจับกุมคนร้ายที่ร่วมกันฆ่าพ่อด้วย

รายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34

นอกจากนี้ ส.ต.ต.อัษฎาวุฒิ ให้สัมภาษณ์ในรายการต่างคนต่างคิด ตอน เรียนตำรวจจนจับโจรฆ่าพ่อหนีคดี 20 ปี สำเร็จ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ว่า ตนทราบว่านายบุญฤทธิ์ กลับมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดชุมพร เนื่องจากก่อนเกิดการจับกุมนั้น นายบุญฤทธิ์ย้อนกลับมาที่บ้านของแม่ และมาตะโกนอยู่หน้าบ้าน ในอาการมึนเมา ขณะนั้นตนรู้สึกเป็นห่วงแม่มาก จึงได้วางแผนจับกุมตัวนายบุญฤทธิ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตนก็ไม่ได้คิดจะไปตามจับ และยืนยันว่าไม่ได้มีความแค้น หรืออาฆาตกับผู้ต้องหาแม้แต่น้อย

โดยหลังจับกุมตัวนายบุญฤทธิ์ ตนก็ไม่ได้พูดคุยกับผู้ต้องหา เพียงแค่ทำไปตามหน้าที่เท่านั้น ซึ่งขณะที่จับกุมก็ยังรู้สึกสงสารผู้ต้องหาอยู่ด้วยเหมือนกัน เนื่องจากเห็นว่านายบุญฤทธิ์แก่มากแล้ว ทั้งนี้ คดีความของนายบุญฤทธิ์จะหมดอายุความในวันที่ 6 ธ.ค. 2561

นางรัชนี มากประดิษฐ์ แม่ของ ส.ต.ต.อัษฏาวุฒิ

ด้าน นางรัชนี มากประดิษฐ์ อายุ 49 ปี แม่ของ ส.ต.ต.อัษฏาวุฒิ เปิดเผยว่า หลังจากที่นายประสิทธิ์ แซ่อื้อ พ่อของน้องอาร์ม เสียชีวิตเนื่องจากถูกคนร้ายลวงไปฆ่าเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว น้องอาร์มได้ถามถึงพ่อ และการเสียชีวิตของพ่ออยู่บ่อยครั้ง แต่ตนคิดเพียงว่าเวลาผ่านไปแล้ว และอยากให้เรื่องจบลง โดยไม่อยากล้างแค้น หรือจองเวรจองกรรมกันอีก จึงไม่ได้เล่าเรื่องราวการเสียชีวิตของพ่อให้น้องอาร์มฟัง กระทั่งน้องอาร์มโตขึ้น ตนจึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมด เพราะเห็นว่าของอาร์มโตพอที่จะรับรู้และแยกแยะถูกผิดได้แล้ว

บ้านของครอบครัวมากประดิษฐ์

นางรัชนี กล่าวต่อว่า หลังจากที่น้องอาร์ม เรียนจบ ม.ปลาย ที่จังหวัดชุมพร ก็สามารถสอบตำรวจได้ใน ปี 2560 จากนั้นน้องอาร์ม จึงได้ติดตามคดีของพ่อ ซึ่งก่อนการจับกุม คนร้ายดังกล่าวหาตนที่บ้าน พร้อมกับพูดข่มขู่ ทำให้น้องอาร์มทราบข่าวและรู้ตัว จึงได้ประสานตำรวจเข้าจับกุมได้ในที่สุด

ซึ่งหลังจากที่จับกุมได้แล้ว น้องอาร์มโทรมาบอกตนว่าจับคนร้ายที่ฆ่าพ่อได้แล้วว่า “รู้สึกสงสาร เพราะผู้ต้องหาตัวเล็กนิดเดียว ทำให้นึกถึงคุณตาที่บ้าน ซึ่งเป็นคนแก่ใจดี” แต่ทั้งนี้ ตนก็ดีใจที่สามารถคลี่คลายคดี และจับกุมคนร้ายได้หมดทุกคน ภูมิใจมากที่ลูกทำได้สำเร็จ

นายสายสิริ มากประดิษฐ์ ตาของ ส.ต.ต.อัษฏาวุฒิ

ด้าน นายสายสิริ มากประดิษฐ์ อายุ 72 ปี ตาของ ส.ต.ต.อัษฏาวุฒิ เปิดเผยว่า หลานชายเคยมาปรึกษาและพูดคุยกับตนเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตของพ่อ ว่ามีมูลเหตุมาจากเรื่องใด ซึ่งตนก็ไม่อยากรื้อฟื้น เพราะเห็นว่าเรื่องดังกล่าวผ่านมานานแล้ว แต่ก็ไม่สามารถห้ามความคิดของหลานได้ ซึ่งจากพฤติกรรมของหลานตั้งแต่เด็ก ตนเห็นว่าหลานมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นตำรวจให้ได้

ขณะเดียวกัน นายธนธร มากประดิษฐ์ อายุ 50 ปี ลุงของ ส.ต.ต.อัษฏาวุฒิ กล่าวว่า ตนมองคดีดังกล่าวเหมือนคำโบราณว่า “กฎแห่งกรรมใครทำอะไรไว้ที่ไม่ดีต่อผู้อื่น กรรมนั้นก็จะตามสนองไม่ช้าก็เร็ว” เหมือนกับคนร้ายรายนี้ ที่หลบหนีคดีมาได้ถึง 19 ปี เหลืออีกเพียงไม่ถึงสองเดือนคดีก็จะหมดอายุความ แต่กลับถูกจับได้ในที่สุด

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก ชมรมนักข่าวกองปราบปราม

keyboard_arrow_up