แม่ใจสลายคลอดลูกคารถ เชื่อพยาบาลยื้อเจาะถุงน้ำคร่ำทำลูกตาย ตร.โต้ไล่ด่าหยาบ (คลิป)

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก รักนะ เป็ดโง่ โพสต์คลิปและข้อความ ระบุใจความว่า หลานตัวเองเสียชีวิตหลังจากคลอด ขณะที่กำลังขับรถพาไปส่งที่โรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่แนะนำให้ไม่ต้องฉีกถุงน้ำคร่ำ ทำให้หลานอยู่ในน้ำคร่ำกว่า 30 นาที จนสุดท้ายเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลนั้น

ภาพจากคลิปเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ

วันที่ 1 พ.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาที่หมู่บ้านรางไผ่ แขวงบางบอน เขตบางบอน 3 ซอย 8 นางสาวปิยะฉัตร ลิ้นเดชาพันธ์ ป้าของเด็ก ผู้โพสต์เฟซบุ๊ก เผยว่า แม่ของเด็กเป็นน้องของตน มีภาวะคลอดก่อนกำหนด ซึ่งจะมีการฉีดยากระตุ้นปอดทุกสัปดาห์ และจะมีการฉีดยาระงับคลอด โดยน้องตนเจ็บท้องคลอดมาแล้วครั้งหนึ่ง และนอนโรงพยาบาลพระราม 2 มา 5 วัน ก่อนที่จะได้กลับบ้าน โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้ง และแนะนำแต่อย่างใด

นางสาวปิยะฉัตร ลิ้นเดชาพันธ์ ป้าของเด็ก ผู้โพสต์เฟซบุ๊ก

จนกระทั่งวันที่ 29 ต.ค. 61 เวลาประมาณ 17.00 น. น้องตนปวดท้องคลอด จึงได้ขับรถมุ่งตรงไปโรงพยาบาลทหารเรือ เมื่อขับรถออกไป จึงประสานงานกับ จส.100 ขอให้ช่วยเปิดทาง และนำทางให้ โดยใช้เส้นทางเอกชัย ซึ่งระหว่างทาง น้องมีอาการลมเบ่ง เมื่อขับรถไปถึงแยกวัดสิงห์ ก็เจอกับตำรวจนายหนึ่ง จึงได้ขอความช่วยเหลือให้ช่วยเปิดทางให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกตนว่า “มึงก็ไปสิ จะมาบอกกูทำอะไร” ตนเองรู้สึกเสียความรู้สึก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะว่ารีบจึงได้ขับรถต่อไป เมื่อขับมาถึงแยกวุฒากาศ รถค่อนข้างติด จึงตัดสินใจเลี้ยวเข้าวุฒากาศ แล้วประสานงานกับ จส.100 ให้ประสานกับเจ้าหน้าที่

จากนั้น จส.100 จึงได้ประสานงานกับรถฉุกเฉินให้มารับ ตอนนั้นตนเองอยู่ที่วุฒากาศซอย 18 เมื่อตนหันมาอีกที ปรากฏว่าไม่ทันแล้ว น้องคลอดแล้ว เด็กเกิดมาพร้อมถุงน้ำคร่ำ จากนั้น จส.100 ให้ตนรับสายจากพยาบาล ตนบอกว่าน้องคลอดออกมาแล้วพร้อมถุงน้ำคร่ำ จะให้เจาะถุงเลยหรือไม่ ส่วนคนที่คุยกับตนซึ่งคาดว่าจะเป็นพยาบาล บอกว่าไม่ต้องฉีก ให้รอก่อน ตนซึ่งไม่กล้าทำอะไร ก็รอตามคำแนะนำ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาที่เกิดเหตุ เป็นเจ้าหน้าที่อาสาร่วมกตัญญู แต่ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ และรอรถกู้ชีพพิเศษจากร่วมกตัญญู ในที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่มาเยอะมาก

จากนั้น มีเจ้าหน้าที่กู้ชีพชุดสีขาว เมื่อเห็นเด็กจึงเรียกรถพยาบาลพิเศษ ตนถามว่าเด็กอยู่ในถุงน้ำคร่ำ จะให้ทำอย่างไร แต่ยังไม่ได้ทำอะไร กระทั่งรถพยาบาลของโรงพยาบาลตากสินเข้ามาพอดี และได้นำเด็กลงมาจากรถ พร้อมกับตัดถุงน้ำคร่ำซึ่งเด็กตัวซีดแล้ว และได้ปั๊มหัวใจ ก่อนจะหันมาบอกตนว่า น้องไม่หายใจตั้งแต่มาถึงแล้วนะ

นางสาวพิมพ์ชนก โพธากุล แม่ของเด็กที่เสียชีวิต

ที่หมู่บ้านรางไผ่ แขวงบางบอน เขตบางบอน 3 ซอย 8 นางสาวพิมพ์ชนก โพธากุล แม่ของเด็กที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตนและลูก ตนก็ได้ถามเจ้าหน้าที่ว่า “ลูกอยู่ที่ไหน แล้วเป็นอะไรหรือเปล่า” เจ้าหน้าที่ก็ตอบกลับมาว่า “น้องไม่เป็นอะไร น้องนั่งอยู่ข้างหน้ารถ” ตนเองก็สบายใจว่าลูกไม่เป็นอะไรแล้ว จนกระทั่งผ่านไป 30 นาที เจ้าหน้าที่ถึงจะขับรถพาตนไปโรงพยาบาล แต่เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ใส่ชุดสีขาวอุ้มลูกตนไว้ แต่ตนยังไม่ได้ดูลูก กระทั่งเมื่อมาถึงโรงพยาบาล ก็มีเจ้าหน้าที่เข็นตนไปที่ห้องฉุกเฉิน และส่งลูกของตนให้กับพยาบาล และนำไปไว้อีกห้องหนึ่ง พร้อมกับบอกว่า “เดี๋ยวจะมีญาติตามมา โทรบอกญาติให้แล้ว”

ตนจึงได้ถามพยาบาลว่าลูกอยู่ที่ไหน พยาบาลตอบว่า “ในรถ ไม่ได้แจ้งหรอ” ตนถามว่าแจ้งอะไร พยาบาลตอบว่า “ในรถไม่ได้แจ้ง ที่น้องไม่อยู่แล้ว เขาเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่ถึงโรงพยาบาล” ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีใครมาคุยอะไรกับตนอีก เพียงแต่อุ้มน้องที่ไม่มีลมหายใจมาให้กับตน และบอกว่าไม่รู้สาเหตุการเสียชีวิต ตนเองจึงได้อุ้มลูกเอาไว้พร้อมกับรอญาติมาหา โดยที่มีเจ้าหน้าที่บอกว่าอย่าให้น้ำตาโดนลูก ซึ่งวันนั้น เป็นครั้งแรกที่ตัวเองได้เห็นหน้าลูก ไม่ถึงชั่วโมงที่ได้อยู่กับลูก และอยากบอกลูกว่าขอให้ได้อยู่ภพภูมิที่ดี ไม่อยากให้ลูกเป็นห่วง อยากให้ไปเกิด ไม่อยากให้มาอยู่แบบนี้ ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เขาเกิดมาแล้วยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก

นางสาวพิมพ์ชนก โพธากุล แม่ของเด็กที่เสียชีวิต

ด้าน พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผู้กำกับสน.บางขุนเทียน เปิดเผยว่า ได้รับการรายงานจาก พ.ต.ท.ภาวัต วรรธสุภัทร รองผู้กำกับจราจร สน.บางขุนเทียน ว่า ได้สอบถามดาบตำรวจสำรวญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำจุดวัดสิงห์แล้ว ทราบว่านางสาวปิยะฉัตร ขับรถมาบีบแตร เปิดไฟกระพริบ และวิ่งสวนเลนมา และโบกไม้โบกมือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วย ทั้งนี้ นางสาวปิยะฉัตร อาจจะเข้าใจผิดหรือไม่เรื่องที่คำพูดหยาบคาย ส่วนเรื่องที่เจ้าหน้าที่จะด่านางสาวปิยะฉัตรนั้น ตนยืนยันว่าไม่มี

ดาบตำรวจสำรวญ กาลา ผู้บังคับหมู่จราจร สน.บางขุนเทียน เปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุ ตนโบกรถอยู่บริเวณหน้าวัดสิงห์ เห็นคนขับรถกระบะส่วนตัวโบกไม้โบกมือ ตนก็รีบตัดรถให้เลย จากนั้นคนขับรถก็ชะลอรถเหมือนจะชี้แจง แต่ตนบอกว่าให้รีบไปเลย ส่วนที่นางสาวปิยะฉัตรบอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดกับตนว่า “มึงก็ไปสิ จะมาบอกกูทำอะไร” ยืนยันว่าไม่จริง คนพูดอาจจะมีการต่อเติมเอง เพราะตนบอกแค่ว่า “คุณก็รีบไปสิ” เพราะเห็นว่ามีคนเจ็บ จากนั้นนางสาวปิยะฉัตรก็ขับรถออกไป และก็ไม่เห็นว่านางสาวปิยะฉัตรจะบอกให้นำทาง ตนมาเห็นในสื่อ ก็รู้สึกตกใจ

keyboard_arrow_up