ชาวประมงไทยขึ้นป้ายประกาศขายเรือ ประสบภาวะขาดทุน-สัตว์ทะเลเพื่อนบ้านทะลักราคาร่วงกว่าครึ่ง

เรือประมงพาณิชย์ในพื้นที่ อ.กันตัง จ.ตรัง ขึ้นป้ายประกาศขายแล้ว 4-5 ลำ และจอดนิ่งอีกจำนวนมาก หลังประสบปัญหาขาดทุนจากการออกทำประมงเที่ยวละ 100,000 – 150,000 บาท

สภาพเรือประมงในพื้นที่ อ.กันตัง จ.ตรัง ที่มีการจอดและขึ้นป้ายปิดประกาศขายจำนวน 4 – 5 ลำ และเรือประมงพาณิชย์อีกจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 20 ลำ ที่จอดสนิท ไม่ออกไปทำประมง สาเหตุหลักเกิดจากการประสบปัญหาขาดทุนจากการออกทำประมง ในแต่ละเที่ยวไม่ต่ำกว่า 100,000 – 150,000 บาทต่อลำ

เรือประมงปิดประกาศขาย

เนื่องจากภาวะราคาน้ำมันแพง และสัตว์น้ำทะเลจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ทะลักเข้ามาตีตลาด ทำให้สัตว์น้ำราคาตกต่ำประมาณ 50 – 60 % จนทำให้ไม่สามารถสู้กับสถานการณ์ได้ไหว ผู้ประกอบการบางรายจึงเลือกที่จะประกาศขายเรือทิ้ง และอีกจำนวนมากเลือกที่จะจอดรอดูท่าทีการแก้ปัญหาของภาครัฐ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนกันอย่างหนัก

เรือประมงพาณิชย์ไม่ออกไปทำประมง

นายประเสริฐ แซ่ลิ้ม อายุ 54 ปี ไต๋ก๋งเรือประมง เผยว่าขณะนี้เจ้าของเรือประกาศขายแล้วหลายลำ ทั้งที่ขึ้นป้ายและไม่ขึ้นป้าย สาเหตุเพราะขาดทุนหนัก หลังจากรัฐบาลจัดระเบียบเรือแล้วมีการออกกฎหมาย-ระเบียบ ต่างๆมากมาย โดยที่ผู้ประกอบการเรือทุกลำยินดีปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ แต่ขณะนี้กลับมาประสบปัญหาน้ำมันราคาแพง และภาครัฐปล่อยให้มีการนำเข้าสัตว์น้ำทะเลจากประเทศพม่าอย่างเสรี โดยไม่มีการตรวจสอบแหล่งที่มาของสัตว์น้ำดังกล่าวแต่กับผู้ประกอบการเรือประมงไทย กลับถูกตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเอาผิดอย่างเด็ดขาด แต่ต้องมาขายปลาในราคาถูก เพราะถูกตีตลาด

ประเสริฐ แซ่ลิ้ม ไต๋ก๋งเรือประมง

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (2 พ.ย. 61) นายกสมาคมประมงกันตัง และผู้ประกอบการเรือประมงพาณิชย์ใน อ.กันตัง จะเดินทางไปประชุมร่วมกับอธิบดีกรมประมง สมาคมประมงไทย และผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับประมงทะเล รวมถึงจะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาลิกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 พ.ย. ที่สโมสรทหารบก เพื่อเสนอปัญหาที่เกิดขึ้น และหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

keyboard_arrow_up